More
    More

      เผยโฉมแล้ว Mercedes-Benz S-Class ใหม่ โมเดล 2021 “หรู..แรง..ล้ำเทคโนโลยี”

      หลังจากที่เราได้นำทั้งภาพตัวอย่างหน้าตาแบบพรางตัวของซาลูนหรูพี่ใหญ่จากค่ายตราดาวอย่าง Mercedes-Benz S-Class โมเดลใหม่ล่าสุด มานำเสนอให้ได้ชมกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 2 ก.ย. (ไม่กี่ชม.ที่ผ่านมา) Mercedes-Benz ได้เปิดตัว The New S-Class ใหม่โมเดล 2021 ให้ชาวโลกได้ยลโฉมอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย

      Mercedes-Benz S-Class ใหม่ มีการปรับโฉมให้ดูทันสมัย โดยออกแบบฝากระโปรงใหม่ที่ยาวขึ้นพร้อมดีไซน์ไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบให้เฉียบคมมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ที่สะท้อนความหรูหราได้อย่างลงตัว มีการปรับเสา C ให้เอนต่ำทำให้ตัวรถดูลื่นไหลรับกับเส้นสายตลอดทั้งคัน ไฟท้าย LED ใหม่ แบบแนวนอนดีไซน์เฉียบคล้ายกับ CLS รุ่นล่าสุด
      เช่นเดียวกับมือเปิดประตูด้านนอกที่ออกใหม่ให้เรียบเนียนไปกับตัวรถสะท้อนความประณีตในการออกแบบ เวลาใช้งานเพียงแค่สัมผัสตัวมือจับจะยื่นออกมาให้เราได้ใช้เปิดประตูได้แบบล้ำๆ แถมยังทำให้ตัวรถขนาดใหญ่ดูพริ้วไหวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าสัมประสิทธิ์เสียดทานแรงลม (ค่า CD.) ให้ต่ำเพียง 0.22 ซึ่งต่ำกว่า Tesla model S ที่ทำไว้ 0.24 และทั้งหมดนี้คือความหรูหราและสง่างามที่สัมผัสได้ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกของ New S-Class ใหม่
      ในด้านของมิติตัวถัง S-Class ใหม่ มีความยาวเพิ่มขึ้นอีก 1.3 นิ้ว (รุ่นฐานล้อยาว) กว้างขึ้น 2 นิ้วแล้วมีเพดานความสูงเพิ่มขึ้นอีกนิดเพียง 0.4 นิ้ว บนภาพลักษณ์ที่ผสานความหรูราเข้ากับความสปอร์ตได้ลงตัว ฐานล้อมีขยายเพิ่มอีก 1.4 นิ้ว ที่ด้านหน้า และ 2 นิ้วที่ด้านหลัง พร้อมช่วง Overhang หน้าหลังที่สั้นลงส่งผลให้ห้องโดยสารของ S-Class ใหม่กว้างขวางและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
      ซึ่งนอกจากความกว้างขวางสะดวกสบายแล้ว ภายในห้องโดยสาร Mercedes-Benz S-Class ใหม่ ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยพร้อมหรูหราแบบพรีเมี่ยมสุดๆ ด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ถึง 12.8 นิ้วเป็นหน้าจอหลัก โดยไม่มีปุ่มสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศใดๆ ทั้งสิ้น โดยแผงควบคุมระบบปรับอากาศจะแสดงอยู่บริเวณส่วนล่างของหน้าจอตลอดเวลา ระบบ MBUX ใหม่ สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อม GPU ขนาด 691 gflops และก็มีฮาร์ดดิสก์แบบ Solid-state ขนาด 320 กิกะไบท์ ทำให้คุณสามารถสัมผัส,ปรับหน้าจอโดยใช้สองนิ้วเพื่อซูมได้แบบสมาร์ทโฟนทั่วไป แถมยังพูดสื่อสารกับคุณได้อีกด้วย กับฟังก์ชัน “Hey Mercedes” ที่สามารถรองรับ 27 ภาษาและครอบคลุมฟังก์ชั่นแทบทุกอย่าง พร้อมระบบสั่งงานผ่านท่าทางได้อีกด้วย
      ระบบ MBUX Interior Assistant ใหม่ มาพร้อมกล้องที่หันหน้าเข้าหาผู้โดยสาร และคาดเดาอย่างแม่นยำว่าพวกเขาต้องการทำอะไร ก่อนที่ระบบจะลงมือทำให้อัตโนมัติ เช่น ลดม่านบังแดดลงเมื่อผู้ขับขี่หันศีรษะไปด้านหลัง หรือเปิดไฟให้อัตโนมัติเมื่อคุณพยายามหยิบของบนเบาะหลังในเวลากลางคืน ระบบดังกล่าวยังมีประโยชน์อย่างอื่นอีก เช่น ส่งสัญญาณเตือนหากมีรถยนต์หรือจักรยานกำลังเคลื่อนผ่านขณะที่คุณหันไปเปิดประตู ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์หากคุณกำลังจะเปิดประตูรถ
      นอกจากนี้ S-Class ใหม่ ยังมีระบบแสดงภาพบนกระจกบังลมหน้าแบบเสมือนจริง (AR-HUD) S-Class สามารถฉายภาพระบบนำทางลงบนกระจกให้เสมือนมีระยะห่างประมาณ 10 เมตร มันสามารถแสดงลูกศรและป้ายแนะนำต่างๆ ลงบนพื้นถนน คุณจึงไม่ต้องกลัวว่าจะอยู่ผิดเลนอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านี้ มาตรวัดความเร็วยังมีกล้องอีกหนึ่งตัวสำหรับตรวจจับสายตาและสร้างมุมมองแบบ 3 มิติเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย

      S-Class ใหม่ ถูกออกแบบเพื่อเน้นห้องโดยสารด้านหลังเป็นพิเศษ โดยมีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารหลังถึง 3 จอ ซึ่งล้วนแต่สามารถเข้าถึงระบบอินโฟเทนเมนท์หลักได้ ส่งผลให้ S-Class ใหม่ มีหน้าจอภายในห้องโดยสารถึง 5 จอ พร้อมเทคโนโลยี OLED และแรงสั่นสะเทือนเมื่อสัมผัสหน้าจอ อีกทั้งยังสามารถแชร์หน้าจอร่วมกัน หรือตั้งโปรไฟล์ไว้ในระบบคลาวด์สำหรับผู้โดยสารแต่ละคนเพื่อใช้ร่วมกับรถเมอเซเดส-เบนซ์คันอื่นๆ ได้อีกด้วย

      ในด้านของขุมพลังในรุ่น S500 (รุ่นพื้นฐาน) จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost ที่มีเครื่องยนต์ 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48 โวลต์ เป็นต้นกำเนิดพลังขับเคลื่อน ที่ให้พละกำลังสูงสุดได้ถึง 429 แรงม้า (hp) ซึ่งแรงกว่ารุ่นที่แล้วถึง 67 แรงม้า พร้อมแรงบิด 384 นิวตันเมตร บวกกับพลังเสริมจาก EQ Boost อีก 21 แรงม้า พร้อมทะยานไปข้างหน้าด้วยระบบขับเคลื่อ 4 ล้อ
      ส่วนในรุ่นใหญ่ตัวแรง S580 นั้นใต้ฝากระโปรงจะเป็นขุมพลัง V8 ทวิน-เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 469 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากโทเดล 2020 อีก 6 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 516 นิวตันเมตร โดยทั้ง 2 รุ่นจะใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีดเป็นตัวส่งกำลัง ความเร็วสูงสุดถูกล็อคไว้ที่ 210 กม. (130 ไมล์/ชม.) โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับตามความต้องการ 5 โหมดคือ Eco, Comfort, Sport, Sport Plus และแบบ individual
      ระบบกันสะเทือนใน S-Class ใหม่ เพิ่มความนุ่มนวลด้วยระบบ E-Active Body Control ผสานกับช่วงล่างแบบ Hydroneumatic พื้นฐานเดียวกับรถ ตระกูล SUV อย่าง GLE และ GLS ที่สามารถปรับระดับสูงต่ำของตัวรถได้ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ 4 link และด้านหลังแบบ multi-link ที่มีการอัพเกรดใหม่เพื่อรองรับระบบช่วยเลี้ยวที่ล้อหลัง ทำให้ 2021 S-Class มีอัตราทดพวงมาลัยที่ดีขึ้นอีก 15%
      ในด้านของระบบความปลอดภัย ยนตกรรมระดับ premium luxury อย่าง S-Class นั้นจัดมาให้ครบทุกฟังชั่นแน่นอน ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (automatic emergency braking) , ระบบล็อคความเร็วแบบรักษาระยะห่างจากคันหน้าจนถึงหยุดนิ่งและออกตัวอัตโนมัติ (Adaptive Cruise control with Stop & Go), ระบบพวงมาลัยแบบแอคทีพ, ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ใบช่องเลน, ระบบจดจำป้ายจราจรและแจ้งเตือน, ระบบช่วยเตือนรถที่อยู่ด้านหน้า/หลังขณะขับออกจากช่องจอด และระบบเตือนรถในจุดอับสายตา และใหม่ล่าสุดคือระบบจดจำมือ (hands-off recognition) ช่วยให้คุณขับขี่ได้ง่ายและสะดวกสบายขึ้นแค่วางมือเบาบนพวงมาลัยระบบจะเรียนรู้และช่วยควบคุมพวงมาลัย
      นอกจากนี้ตามที่เราได้นำเสนอไปแล้ว S-Class ใหม่ ยังเป็นรายแรกที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (rear sidr airbag) มาให้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยเพิ่มอีกชั้นไม่ว่สจะเป็นระบบจดจำลายนิ้วมือ, ใบหน้า และจดจำเสียง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสุดใน 2021 S-Class
      ในด้านของราคาค่าตัวนั้นทางต้นสังกัดยังไม่เผยราคาอย่างเป็นทางการให้เราได้ทราบ แต่เดาว่าว่าน่าจะแพงกว่ารุ่นเดิมไม่มากนัก โดยมีแผนจำหน่ายอย่างเป็นทางการใช่ช่วงต้นปี 2021 ที่สหรัฐอเมริกาก่อน ส่วนบ้านเรานั้นรับรองตามมาติดๆแน่นอน
      VDO : The New S-Class World Premiere

      source : motor1

      ABOUT THE AUTHOR

      spot_img
      spot_img

      Latest Posts