More
    spot_img

    คันไหนดี? Porsche Taycan VS EQS Mercedes-EQ เก๋ง EV หรูจากเยอรมนี

    หลังจากที่ได้นำเสนอสองรถยนต์ Luxury EV จากเยอรมนีระหว่าง EQS From Mercedes-EQ กับ Porsche Taycan กันไปแล้ว

    EQS

    ครั้งนั้นเป็นการเปรียบเทียบสเปคต่างประเทศแต่ครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบสเปคที่เข้ามาจำหน่ายในไทยโดยผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการว่าจะมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรท่ามกลางตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ร้อนแรงและแทรกซึมไปยังทุกกลุ่มทุกเซ็กเมนต์แม้กกระทั่งกลุ่มรถยนต์หรูหรือ Luxury Car โดย Mercedes-Benz เปิดราคาจำหน่าย EQS From Mercedes-EQ ในรูปแบบนำเข้า CBU มาขายจนกว่าจะมีรุ่นประกอบในประเทศ CKD มารับช่วงต่อ ปลายปีนี้ ส่วน Porsche Taycan  GTS เปิดตัวให้จองตั้งแต่ปีกลายและมาโชว์ตัวจริงที่งาน Bangkok Motor Show 2022 โดยรุ่นที่จะมาเปรียบมวยนั้นเป็นสองรุ่นที่ราคาอยู่ในช่วง 8-9 ล้านบาท นั่นก็คือ EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ VS Porsche Taycan GTS

    ภายนอกหล่อคนละแบบ

    EQS

    เริ่มกันที่ EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ มาในร่าง Fastback ระดับหรูที่ไม่ได้ไปหยิบยืมจาก Mercedes-Benz S-Class แต่อย่างใด โดยนำต้นแบบ Vision EQS concept มาขัดกเกลาให้กลายเป็นรถายจริงอย่างเต็มรูปแบบ หล่อด้วยกระจังหน้าแบบทึบสีดำคาดด้วยแสง Daytime Running Light แบบ LED แนวนอนตลอดขอบกระจังหน้าด้านบน พร้อมไฟหน้า LED เสริมระบบฉายแสงอัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล เพื่อเอาไว้ฉายสัญลักษณ์เพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่รถคันอื่นได้ พร้อมกระจกมองข้างทรงสปูนปรับระดับพับเก็บและปรับมุมเอนลงอัตโนมัติเมื่อเข้าถอยหลังซึ่งล้วนปรับด้วยระบบไฟฟ้าไฟท้ายแบบ Fibre-Optic LED ที่มีแสงพาดขวางเป็นแนวนอนตลอดฝาท้าย ส่วนล้ออัลลอยมาในขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 265/40 R21และหลังคารถพาโนรามิกซันรูฟ

    Porsche

    ทางด้าน Porsche Taycan GTS เป็นอีกทางเลือกใหม่ลำดับที่ห้า จำหน่ายในไทยจากเดิมจะมีทั้งรุ่น Taycan RWD (6.19 ล้านบาท), Taycan 4S (7.1 ล้านบาท), Taycan Turbo ( 9.9 ล้านบาท) และ Taycan Turbo S (11.7 ล้านบาท) โดยมาแทรกกลางระหว่างรุ่น 4S กับ Turbo ในราคา 8 ล้านกลางๆ ในร่างสปอร์ตแรงหล่อด้วยกระจังหน้าที่เป็นเอกลักษณ์สไตล์ Porsche พร้อมไฟหน้า Matrix LED 3D track graphics ที่ได้รับการติดตั้ง daytime running light แบบ LED สี่จุดสี่มุมเมืองฝังในชุดไฟหน้าพร้อมชุดแต่งตัวถัง Sports Design Package เสริมภาพลักษณ์ดุดันจากชิ้นงานตกแต่งกันชนหน้า กันชนท้าย สเกิร์ตข้าง กระจกมองข้างทรงสปูน ล้ออัลลอยลายเข้มขนาด  20 นิ้ว พร้อมยางหน้า 245/45 ZR 20 และยางหลัง 285/40 ZR20 และ หลังคากระจก panoramic roof พร้อมเทคโนโลยี “Sunshine Control” อุปกรณ์พิเศษ แบ่งพื้นที่กระจกออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ หลังคากระจกใหม่เพิ่มฟังก์ชั่นในการกรองแสงจากภายนอกด้วยระดับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-Tex สีดำ ชิ้นงานอลูมิเนียมปัดเงา เสริมความหรูหราสง่างาม และความสปอร์ตดุดันได้อย่างลงตัว

    มิติตัวรถ

    Porsche

    ถึงแม้ว่ารถหรู EV สองคันมาจากแหล่งกำเนิดที่เดียวกันนั่นคือ เยอรมนี แต่ EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ  กลับได้เปรียบในเรื่องมิติตัวรถที่ใหญ่กว่าเกือบทุกด้าน ตั้งแต่ความยาว EQS ยาวกว่า Taycan 302 มม. ความสูงสูงกว่า Taycan  132 มม. ฐานล้อยาวกว่า 310 มม. และน้ำหนักรถ 185 กก. ในขณะที่ Taycan GTS ได้เปรียบตรงที่กว้างกว่า EQS 450+ 40 มม.

    ภายในหรูหราสปอร์ตตอบรับผู้นำ

    EQS

    EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ ภายในโดดเด่นสวยหรูด้วยแผงคอนโซลหน้าพาดเต็มด้วยจอสัมผัสทั้งแผงแบบ MBUX Hyperscreen ประกอบไปด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว, หน้าจอสำหรับความบันเทิงของผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้วอีก 1 จุด ความยาวจอทั้ง 3 จุดรวมกัน 1,410 มม. ส่วนผู้โดยสารด้านหลัง จะมีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วให้อีก 2  จอสำหรับความบันเทิงส่วนตัว ลำโพงแน่นอนว่าเป็นยี่ห้อ Burmester 15 ตำแหน่งพลังขับ 710 วัตต์ เชื่อมต่อ Apple Car Play Android Auto แสดงผลข้อมููลการขัับขี่บนกระจกบังลมหน้า(Head-up Display) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามก้านหุ้มหนัง Nappa แอร์แบ่งออกเป็น 4 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศตรวจจับฝุ่นละออง PM 2.5 และควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี (Active ambient lighting) พิเศษด้วย ระบบ โปรไฟล์ผู้ขับขี่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint scanner) ภายในหุ้มเบาะด้วยหนังแท้คุณภาพดีทรงสปอร์ตปรับด้วยระบบไฟฟ้า คู่หน้าพร้อมระบบความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง แถมยังครอบคลุมไปถึงตำแหน่งของพวงมาลัยและกระจกมองข้าง พร้อมอุ่นเบาะคู่หน้า โดยเบาะหลังพับได้แบบ 1/3 และ 2/3  พร้อมพื้นที่สัมภาระท้าย 610-1,770 ลิตร

    ทางด้าน Porsche Taycan GTS ภายในหุ้มด้วยวัสดุ Race-Tex สีดำและอะลูมิเนียมปัดเงา ในชุดเบาะทรงสปอร์ตที่ปรับระดับได้ 18 ทิศทาง เน้นย้ำความหรูหราสง่างาม  เสริมบรรยากาศความเข้มขรึมอีกขั้นด้วยชุดแต่ง Black anodized เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 4 จุด พร้อมไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร ambient light พร้อมระบบความบันเทิง Porsche Communication Management  หรือ PCM ด้วยจอสัมผัสขนาดใหญ่ 16.8 นิ้วแบบ Curved Display พร้อมลำโพงคุณภาพจาก BOSE

    ขุมพลังไฟฟ้าแรงไม่ซ้ำใคร

    EQS

    EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ ใช้มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังใช้มอเตอร์กำลังขับ 333 แรงม้าที่ 4,147-11,544 รอบ/นาที แรงบิด 565 นิวตันเมตรที่ 4,060 รอบ/นาที สร้างอัตราเร่งจาก 0-100 ได้ใน 6.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเป็นแบต Lithium-ion มีความจุ 107.8 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 642-783กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จเร็ว DC รองรับกำลังไฟสูงสุด 200 กิโลวัตต์ ทำให้ชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ใน 31 วินาทีและถ้าชาร์จเพียง 15 นาที จะทำให้เพิ่มระยะให้มากขึ้นได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ส่วนชาร์จช้า AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ทำให้ชาร์จไฟจาก 10-100% ได้ใน 10 ชั่วโมง

    ช่วงล่างของ EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ มาเป็นแบบถุงลม AIRMATIC air suspension พร้อมเลี้ยวสี่ล้อในส่วนล้อหลังสามารถหักเลี้ยวได้สูงสุด 4.5 องศา  ถ้าขับช้าๆ ล้อหลังจะหักเลี้ยวไปในทิศทางตรงข้ามกับล้อหน้า ช่วยให้มีวงเลี้ยวที่แคบลง

    Porsche Taycan GTS ได้เปรียบตรงที่เป็นรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าและหลังให้กำลังมากสุด 517 แรงม้า ในโหมดทั่วไป หรือ 598 แรงม้า เมื่อใช้ระบบ Launch Control แรงบิด 850 นิวตันเมตรที่ 8,800 รอบ/นาที มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเป็นแบต Lithium-ion มีความจุ 93.4 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 439-504 กม. ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จเร็ว DC รองรับกำลังไฟสูงสุด 50 กิโลวัตต์ 5-80 % ในเวลา 1.55 ชั่วโมง  และ DC รองรับกำลังไฟสูงสุด 150 กิโลวัตต์ 5-80 % ในเวลา 22.5 นาที  ส่วนชาร์จช้า AC มีสามแบบ รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ 0-100 % ในเวลา 9 ชั่วโมง , AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 9.6 กิโลวัตต์ 0-100 % ในเวลา 10.50 ชั่วโมง และ AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 22 กิโลวัตต์ 0-100 % ในเวลา 5 ชั่วโมง แถมให้อัตราสิ้นเปลือง 3.86 Km/kWh

    จุดเด่นตรงที่ช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension พร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับการใช้งานในที่เน้นสมรรถนะในการขับขี่ที่ดุดันในสไตล์สปอร์ต อีกทั้งยังครอบคลุมถึงการตั้งค่าการทำงานของอุปกรณ์พิเศษ เช่น ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering ให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น เสียงคำรามสุดเร้าใจจากระบบเสียงสังเคราะห์ Porsche Electric Sport Sound ตอกย้ำภาพลักษณ์อันกร้าวแกร่งน่าเกรงขามให้กับสายพันธุ์ GTS ได้อย่างเต็มพิกัด ดิสก์เบรก 4 ล้อ ที่จานเบรกหน้าขนาดใหญ่ 390 มม. แถมเลือกจานเบรกเซรามิกคอมโพสิต (PCCB) เพิ่มเงินซื้อได้

    สรุปแล้วเลือกคันไหนดี?

    EQSMercedes-EQ

    รถยนต์ Luxury EV สองคันมีราคาค่าตัวไม่ไกลกันมากโดย EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ  จำหน่ายในราคา 8,570,000 บาท  ส่วน Porsche Taycan GTS มาในราคาสูงลิ่วถึง 8,890,000 บาท กินกันไม่ลงจริงๆทั้งในเรื่องดีไซน์ตัวตันที่ต่างกัน โดย EQS 450+ มาในแนวหรูหราลักชัวรี่ออกไปในทางความสุขุม ส่วน Taycan GTS ในร่างเจ้าชายกบสี่ประตูสปอร์ตดุเข้มเน้นไปทางสมรรถนะ ฟีลลิ่งการขับที่ให้อารมณ์ Sports Car เหมาะกับคนที่ชอบการขับรถแรงเป็นชีวิตจิตใจกับพลังมอเตอร์คู่หน้าหลังที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณพลุ่งพล่านกับพลัง 598 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร แต่วิ่งไกลสุดนั้นเสียเปรียบได้แค่ 504 กม. ตามมาตรฐาน WLTP

    Porsche

    ด้วยส่วนต่าง 320,000 บาท ที่ EQS 450+ AMG Premium From Mercedes-EQ ค่าตัวต่ำกว่า แต่ด้วยขุมพลังไฟฟ้าที่เป็นมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง 333 แรงม้า แรงบิด 565 นิวตันเมตร อาจเสียเปรียบไปบ้างในเรื่องกำลังแต่วิ่งไกลสุดนั้นเยอะกว่า Taycan GTS ถึง 783 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และถ้าชอบเทคโนโลยีล้ำสมัยคันนี้ตอบโจทย์ดีกว่าถ้าไม่รีบร้อนจริงทั้งสองรุ่นนี้จะมีอะไรใหม่ๆเข้าอย่างเช่น EQS ประกอบไทยอาจได้พลังทีเหนือกว่าออพชั่นมากกว่าในราคาที่ต่ำกว่า หรือ Porsche Taycan GTS ที่กำลังจะมีรุ่น MY2022 ปรับปรุงใหม่ตามมา รับรองกระเป๋าเงินของคุณคงร้อนฉ่าแน่นอน

     

    ABOUT THE AUTHOR

    spot_img
    spot_img

    Latest Posts