หลังจากที่จีนตัดหน้าเปิดราคาก่อนใครสำหรับ Toyota Camry เจเนอเรชันที่ 9 เก๋งใหญ่ยอดนิยมและขายดีของค่ายสามห่วงล่าสุดเปิดราคาแล้วที่อเมริกา
ครั้งนี้ตั้งใจมาถล่มคู่แข่งตัวเอ้อย่าง Honda Accord เจเนอเรชันที่ 11 ด้วยดีไซน์ภายนอกคล้ายกับ Crown, Prius และ Lexus ตั้งแต่ชุดกระจังหน้ากริตเตอร์ขอบขอบใหญ่ปีกซ้ายขวาดีไซน์เอกลักษณ์ค่ายสามห่วงพร้อมตราโลโก้สอดรับกับชุดไฟหน้า LED ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED รูปตัวเลขเจ็ดและไฟเลี้ยววิ่ง กันชนหน้าออกแบบให้มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่และมีช่องเว้ามุมกันชนซ้าย-ขวาแบบสปอร์ต
มุมมองด้านข้างยังมีความคล้ายกับ Toyota Camry เจนที่ 8 ทั้งเส้นสายข้างประตู กระจกมองข้างทรงสปูน คิ้วขายล่าง ไฟท้าย LED ดีไซน์เรียวรูปตัวซีพร้อมคิ้วกรอบป้ายทะเบียนสีดำและสีเดียวกับตัวรถติดตัวอักษร Camry มีตรา HEV กับ AWD หรือ All Wheel Drive กันชนหลังออกแบบให้มีความสปอร์ตและด้านข้างเล่นระดับอย่างดูดีและมีลิ้นสปอยเลอร์ในตัว ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 235/45R18 และขนาด 19 นิ้วขนาดใหญ่ รัดยางขนาด 235/40R19
ตัวรถยังคงสร้างจากพื้นฐาน TNGA-K เช่นเดิม ด้วยความยาว 4,915-4,950 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,840-1,850 มิลลิเมตร ความสูง 1,450 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,825 มิลลิเมตร และน้ำหนักรถ 2,070 กิโลกรัม
ภายในจะหรูขึ้นดูดีมีกลิ่นอายความเป็น Lexus ตั้งแต่ชุดอคนโซลหน้าดีไซน์เป็นหนึ่งเดียวทั้งชุดมาตรวัดดิจิทัลขนาด 7 กับ 12.3 นิ้วจอสัมผัสขนาดใหญ่กลับมาวางตำแหน่งแบบไม่ลอยตัวแล้วขนาด 8 กับ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ลำโพงคุณภาพทั้งแบบ OEM และ JBL รอบคัน
มีจอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้าหรือ Head Up Display 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงเดียวกับ Toyota Crown เบาะนั่งหุ้มวัสดุกึ่งหนังแท้ทั้งแบบสีดำ หรือสีแดง หรือสีขาวตามบุคลิกของแต่ละรุ่น พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า กระจกหน้าแบบลามิเนตแตกเฉพาะจุดกันเสียงรบกวนและเสียงลมไม่ให้เข้ามาในห้องโดยสารช่วยให้การเดินทางสงบและราบรื่น ติดตั้งหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่
ขุมพลังแน่นอนว่ายังเป็นขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force Engine เช่นเดิมกับเบนซิน Hybrid VVT-IE รหัส A25A-FXS ให้กำลังถึง 186 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวขับเคลื่อนล้อหน้าเพลาหน้าให้กำลังรวมถึง 228 แรงม้า และยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Electronic On-Demand All-Wheel Drive (AWD) กับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่สามที่เพลาล้อหลังให้กำลังรวม 235 แรงม้า
ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ยังไม่เผยเรื่องขนาดความจุ จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Sequential Shift และโหมดการขับขี่ Drive Mode Select (DMS) ให้เลือกทั้ง Sport, Eco, Normal และ EV
และปิดฉากขุมพลังใหญ่ V6 3.5 ลิตร รหัส 2GR-FKS Direct Injection Chain Drive VVT-iW ให้กำลังสูงสุด 301 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 362 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Direct Shift
ส่วนเบนซินล้วนรหัส A25A-FKS ขนาด 2.5 ลิตร พร้อม VVT-iE วาล์วแปรผันอัจฉริยะควบคุมด้วยไฟฟ้า กำลังสูงสุด 209 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift-8AT ยังคงจำหน่ายในบางประเทศ
ช่วงล่างพัฒนาใหม่ปรับในส่วนโช้คอัพและปรับแต่งส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อการขับขี่ที่นุ่มเกาะโค้งเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 ครบครันด้วย Automatic High Beam ลดความสว่างของไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อพบรถสวน, Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติโดยใช้เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้า, Road Sign Assist ช่วยสังเกตป้ายสัญญาณเตือน, Pre-Collision System with Pedestrian Detection
เตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับ, Lane Departure Alert with Steering Assist ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมฟังก์ชันหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ, Lane Tracing Assist ช่วยรักษาตำแหน่งรถในช่องทาง, Blind Spot Monitor แจ้งเตือนมุมอับสายตา, Rear Cross Traffic Alert
แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลัง, Traffic Jam Assist ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ, Front Cross Traffic Alert แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะเดินหน้า, Lane Change Assist ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน, Front and Rear Parking Assist with Automatic Braking ช่วยจอดหน้าและหลังอัจฉริยะพร้อม ช่วยเบรกอัตโนมัติ
แม้กลุ้มรถเก๋ง D-Car จะอยู่ในช่วงดาวน์ลงแต่ Toyota Camry เจเนอเรชันที่ 9 สู้ต่อไปถึงบางประเทศจะเลิกขายไปแล้วก็ตาม เปิดราคาเริ่มต้น $29,495-$35,695 หรือราว 1,085,000-1,315,000 บาท ทั้งหมด 4 รุ่นย่อยเริ่มที่รุ่น LE, SE, XLE และ XSE ส่วนเมืองไทยพบกันภายในปี 2024
ที่มา Motor 1