Volvo เปิดราคาขายล่วงหน้าหรือ Pre-Sales สำหรับ Volvo XC70 สำหรับตลาดเมืองจีนโดยเฉพาะหลังจากนั้นจะโกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ
Volvo XC70 ออกแบบมาสำหรับตลาดเมืองจีนด้วยขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางแบบปลั๊กอินไฮบริด EREV นั่นเอง
หน้าตายกงานดีไซน์ของรุ่นพี่ Volvo EX90
ย่อส่วนให้ตัวรถดูสมส่วนดูดีตั้งแต่กระจังหน้าทรงทึบติดตราโลโก้ Iron Mark แบบเปิด-ปิดเพื่อระบายความร้อนให้เหมาะสมทุกช่วงความเร็วและเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากขึ้นพร้อมขอบฝากระโปรงหน้าที่หนากว่าเดิมไฟหน้า LED ด้วยจำนวน 41 ดวง ใหม่ดีไซน์เอกลักษณ์ “ค้อนแห่งเทพเจ้าธอร์” (Thor Hammer) ส่องสว่างและสบายตาด้วยไฟที่ปรับการทำงาน และความสว่างอัตโนมัติเพื่อป้องกันแสงไฟแยงตารถคันอื่น
กระจกรถแบบไร้กรอบ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดีไซน์ซ่อนรูปเนียนกลมกลืนกับตัวถังรถแบบฟรัช (Flush) เรียบสนิทไปกับตัวถังช่วยลดแรงเสียดทานในขณะขับขี่ มีหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ที่เคลือบด้วยสารป้องกันรังสีอินฟาเรดจึงช่วยสะท้อนความร้อน และป้องกันรังสียูวี ให้ความรู้สึกโล่งสบายในทุกพื้นที่นั่งโดยสาร
ไฟท้าย LED รูปตัวซี ดีไซน์เฉพาะตัวถูกจัดวางแบบ 3 เซกเม็นต์เรียบไปกับตัวรถให้สไตล์ที่โดดเด่น และร่วมสมัยอย่างลงตัว และเมื่อผู้ใช้งานเดินเข้าหรือออกห่างจากตัวรถ ไฟท้ายและไฟคู่หน้าก็พร้อมต้อนรับหรือสั่งลาผู้ใช้ด้วยรูปแบบการกะพริบของดวงไฟที่มีเป็นเอกลักษณ์
ล้ออัลลอยทูโทนลายแอโร่ห้าก้านขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 255/40R21 จาก Goodyear ElectricDrive A6 และยังมีล้อหลายขนาดตั้งแต่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50R19 และ 235/55R19 กับขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 2555/45R20
โดยตัวรถสร้างจากแพลตฟอร์ม Scalable Modular Architecture (SMA) ดีไซน์ล้ำหน้ากว่ารุ่นอื่นๆของ Volvo ด้วยขนาดตัวรถตั้งแต่
- ความยาว 4,815 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,650 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,895 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,110-2,275 กิโลกรัม
ภายในยกออปชันจากรุ่น EX90
ไม่ว่าจะเป็นชุดแผงคอนโซลหน้าและประตูเบาะที่นั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ แถวที่สองยังมาพร้อมที่นั่งเสริมของเด็กหรือบูสเตอร์ (booster) เพื่อมอบความอุ่นใจในการเดินทางให้ทั้งครอบครัว พร้อมการปรับความกระชับของเบาะเพื่อรองรับเอวและสะโพก
ยังมาพร้อมตัวเลือกเบาะที่รองรับการนวดและระบายอากาศที่นั่งแถวสองสามารถพับลงได้อย่างอิสระยังมีที่เหลือพอสำหรับพักเท้าของผู้โดยสารพร้อมที่วางแก้ว มีพื้นที่สัมภาระด้านท้าย 408 ลิตร และเมื่อพับเบาะมีพื้นที่ 1,456 ลิตร พอร์ตชาร์จแบบ USB-C เครื่องเสียงชั้นนำ Harman Kardon ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi สมจริงในห้องโดยสารติดตั้งอยู่ภายในรถ 23 จุด
หน้าจอความเร็วขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งแสดงผลข้อมูลที่สำคัญสำหรับการขับขี่แบบเรียลไทม์ จอสัมผัสแบบไร้ขอบขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว ให้การแสดงผลความละเอียดสูง นำเสนอข้อมูลตั้งแต่การนำทาง ความบันเทิง อุณหภูมิ แอป โทรศัพท์ จอแสดงข้อมูลการขับขี่ AR-HUD 92 นิ้ว กล้องมองรอบคันเพื่อช่วยจอดและฟังก์ชันการควบคุมรถอื่นๆอีกมากมายไว้ในหน้าจอเดียวพร้อมรองรับการใช้งานแอปจากกูเกิ้ลอาทิ Google Assistant, Google Maps และอื่นๆจาก Google Play แท่นชาร์จไร้สาย 50W
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สายที่จะเปิดให้ใช้งานในอนาคต พร้อมรองรับการเชื่อมต่อสัญญาณระดับ 5G และความสามารถในการอัปเดตซอฟต์แวร์ของตัวรถแบบ Over-the Air เพื่อพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวรถให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 3 โซน และไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด
ด้านขุมพลังทาง วอลโว่ แจ้งมาว่าเป็นขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร รหัส BHE15-BFZ ผลิตโดย Autobay ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด 3DHT100
มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัวทำหน้าที่ต่างกันโดยตัวแรก P1 ให้กำลัง 82 แรงม้า ทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์ จ่ายแรงบิด และแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า ตัวที่ 2 P2 146 แรงม้า อยู่ระหว่างเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ขับเคลื่อนล้อหน้าและทำหน้าที่แปลงพลังงานจลน์ และตัวที่ 3 P4 212 แรงม้า ติดตั้งแยกกันบนเพลาหลัง ขับเคลื่อนล้อหลังโดยเฉพาะ มอเตอร์ P2 และ P4 ทำงานร่วมกันเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
และความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 2 ขนาดเริ่มที่ขนาด 21.22 kWh แบบ LFP จาก CATL วิ่งในโหมดอีวี 98 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 93 กิโลเมตร (NEDC) ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และอีกรุ่นกับขนาดแบต 39.63 kWh แบบ NMC จาก CATL วิ่งในโหมดอีวีกว่า 180 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 174 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.28 วินาที และวิ่งไกลทั้งระบบ 805 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 777 กิโลเมตร
สามารถรองรับทุกรูปแบบด้วยมุม Approach Angle หรือมุมเงย 18 องศา และมุม Departure angle หรือมุมจาก 21 องศา ทำให้ผ่านอุปสรรคได้ง่ายๆทุกสถานีที่ขับมีระบบ ช่วยขับขี่อัจฉริยะ NPA ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Volvo ในปัจจุบันรองรับการขับขี่บนทางหลวงและทางด่วนในเมืองตั้งแต่ 0-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความปลอดภัยด้วยออปชัน Advanced Driver Assist System (ADAS) ช่วยให้กล้องและเซนเซอร์รอบตัวรถตรวจจับวัตถุได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเซนเซอร์ 24 จุด รองรับฟังก์ชันช่วยจอดและระบบ NOA 21 ฟังก์ชัน ครอบคลุมความเร็วตั้งแต่ 0–150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Volvo XC70 เปิดราคาขายล่วงหน้า หรือ Pre-Sales ก่อนเผยราคาจริงเริ่มที่ 299,900-329,900 YUAN หรือราว 1,365,000-1,499,000 บาทพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 7 สีทั้ง สีโมโนโทน 2 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีทูโทนหลังคาดำ 5 สีทั้ง สีเทา สีน้ำตาล สีน้ำเงิน และสีเขียว
ที่มา CarNewsChina