More

    GWM TANK 500 หน้าใหม่เพิ่ม LiDAR ขุมพลังครบขายจีนเริ่ม 1.519 ล้าน

    GWM TANK 500 ไมเนอร์เชนจ์เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มาครบทั้งพลังไมลด์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดให้ชาวจีนเป็นเจ้าของ

    GWM

    ภายนอกปรับใหม่

    กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ออกแบบช่องระบายอากาศแนวนอนใหม่ให้มีขนาดยาวขึ้นและโลโก้ TANK ที่ลงตัว ปีกกระจังหน้าซ้าย-ขวา โอบรับชุดไฟหน้าทรงเดิมแบบ Intelligent LED พร้อม Daytime Running Light บังโคลนหน้าออกแบบใหม่

    ชุดกันชนหน้าทรงเดิมพร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ตกแต่งหรูด้วยกรอบโครเมียมที่กระจก กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้า ที่เปิดประตูแบบดึงก้าน บันไดข้างขึ้นรูปแบบตายตัวและบันไดข้างสไลด์ไฟฟ้าสัมพันธ์กับการเปิด-ปิดประตู หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิกขนาดใหญ่ เปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ราวหลังคา เสาอากาศแบบ shark fin

    ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 265/55 R19 ใหญ่สุดล้ออัลลอยลายเดิมหลายซี่เปลี่ยนสีมาเป็นสีเงินเงาขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/50 R20

    ประตูท้ายเปิดบานเดียวใหญ่แบบ horizontal พร้อมระบบดูดไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง ยางอะไหล่ติดตั้งบนประตูท้าย พร้อมกล้องมองหลังที่ซ่อนอยู่บนฝาครอบยางอะไหล่ได้อย่างลงตัว ไฟท้าย Vertical LED ดีไซน์แนวตั้ง มาพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ไฟตัดหมอกหลังแบบ LED ให้ความสว่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัยและสปอยเลอร์ท้าย ซึ่งช่วยในเรื่องแอร์โรไดนามิค

    • ความยาว 5,070-5,078 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,934 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,905 มิลลิเมตร
    • ระยะฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
    • ระยะต่ำสุดจากพื้น 210-224 มิลลิเมตร
    • ความจุถังน้ำมัน 77 และ 80 ลิตร

    GWM

    ภายในเปลี่ยน

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงเดิมปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ที่พวงมาลัย ย้ายตำแหน่งเกียร์ไปยังคอพวงมาลัยหรือที่เรียกกันว่าเกียร์คอ ออกแบบปุ่มการทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ล็อกเฟืองท้าย ควบคุมความเร็วขณะออกตัวและลงทางลาดชัน เป็นปุ่มบิดขึ้น-ลงกับปุ่มกดใช้งานง่ายขึ้น

    หน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้ทั้ง Apple CarPlay Android Auto MP5 Bluetooth ระบบนำทาง และแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ มาพร้อมกับระบบ ปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295 หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดดิจิทัล ขนาด 12.3 นิ้ว ตู้เย็นในกล่องคอนโซลกลางขนาด 5.4 ลิตร ควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 50°C

    จอเพดานขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 3K ที่รองรับ 6 โหมดการควบคุม ได้แก่ เสียง ท่าทาง การสัมผัส และการควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรลผ่านโทรศัพท์มือถือ

    GWM

    หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า ลำโพง Infinity จำนวน 12 ลำโพง ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ ไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient Light พร้อมฟังก์ชันแบบหลายสีและเป็นจังหวะช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้คุณเพลิดเพลิน นาฬิกาแบบคลาสสิกเพิ่มความหรูหราให้กับห้องโดยสารได้อย่างลงตัว เปิด-ปิดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้และออกห่างจากรถ

    ระบบกุญแจ Smart Key และระบบ Push Start เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหากุญแจ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 2 ช่องกำลัง 50W ช่วยให้การชาร์จ Smart Phone สะดวกและรวดเร็ว

    GWM

    เบาะนั่งทั้ง 5-7 ที่นั่งหุ้มหนัง NAPPA ปรับไฟฟ้าคู่หน้าพร้อมระบบเบาะนวดและดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ พร้อมระบบ Memory Seat และ Welcome Seat เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 พร้อมหน้าจอควบคุมระบบระบายอากาศและเบาะระบายอากาศอีกระดับของความสบายด้วยที่พักแขนตอนกลาง ม่านบังแดด และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ปรับเอนได้ 25-35 องศา

    เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 3 พร้อมพนักพิงปรับไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกด้วยตำแหน่งปรับพนักพิงบริเวณข้างประตูผู้โดยสารแถวที่ 2 และประตูท้าย พื้นที่ห้องโดยสารมีที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ เบาะนั่งโดยสารแถวที่ 2 สามารถแยกพับเบาะได้แบบ 60:40 และเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับเรียบ ช่วยเพิ่มพื้นที่และความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ โดยความจุห้องเก็บสัมภาระท้ายรถอยู่ที่ 1,489 ลิตร กรณีพับเบาะตอนที่ 2 กับ 3

    GWM

    ขุมพลังเบนซิน

    เริ่มที่เบนซินเทอร์โบคู่ Mild Hybrid V6 3.0 ลิตร รหัส GW6Z30 (E30Z) ให้กำลังมากสุด 360 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าของรุ่น MHEV 48V นี้เป็นแบบ Belt-driven integrated starter generator จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเรียลไทม์อัจฉริยะ TOD ฟังก์ชันล็อกแบบกลไก MLOCK ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) และขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง (4H)

    พ่วงโหมดการขับขี่ Terrain Control ทั้งโหมด Standard, Economy, Sport, Auto, Snow, Mud, Sand, 4H, 4L, Rock, Expert เส้นทางออฟโรดให้ความมั่นใจปีนป่ายเกาะถนนดีด้วยปีนป่ายแบบชิวๆเพราะคันนี้มีมุมเงย หรือ approach angle 30 องศา และมุมจากหรือ departure angle 24 องศา พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายหน้าและหลัง

    GWM

    ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Hi4

    ใช้พื้นฐานเบนซินเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร รหัส E20NB ให้กำลัง 245 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,700-4,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ มี 2 ทางเลือกเริ่มที่

    • รุ่นปลั๊กอินไฮบริด Hi4-T จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว P2 พัฒนาใหม่ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 495 นิวตันเมตรเมื่อทำงานร่วมกันกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 kWh โดยเมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุดใหม่เป็น 422 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 110 กิโลเมตร (WLTC) วิ่งไกลสุดทั้งระบบ 900 กิโลเมตร (WLTC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.9 วินาที สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 16 นาที สูงสุด 103 kW และยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ สูงสุด 6.6 kW ได้ 6.5 ชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter
    • รุ่นปลั๊กอินไฮบริด Hi4-Z จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เริ่มที่ล้อหน้ากำลังสูงสุด 292 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร และล้อหลัง 326 แรงม้า แรงบิด 415 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 59.05 kWh โดยเมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 864 แรงม้า แรงบิด 1,195 นิวตันเมตร วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 201 กิโลเมตร (์WLTC) และวิ่งไกลสุดทั้งระบบ 1,096 กิโลเมตร (WLTC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% สูงสุด 163 kW ภายใน 15 นาที และยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ สูงสุด 6.6kW ได้ 7.5 ชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด DHT

    GWM

    ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Intelligent four-wheel drive system ในรุ่น Hi4-T และ Intelligent electric four-wheel drive system ในรุ่น Hi4-Z สามารถสลับโหมดได้ 3 โหมด ได้แก่ ขับเคลื่อนสองล้อ (2H สอดคล้องกับโหมดประหยัด) ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง (4H) ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ (4L) โดยมีการปรับอัตราทดเกียร์ 4L เพิ่มขึ้นเป็น 2.64 จากเดิม 2.48 สามารถลุยทางลาดชันได้ทันใจขึ้น

    พ่วงโหมดการขับขี่ Terrain Control ทั้งโหมด Standard, Economy, Sport, Auto, Snow, Mud, Sand, 4H, 4L, Rock, Expert ในรุ่น Hi4-T และรุ่น Hi4-Z มาพร้อม All-terrain control system (Standard, Economy, Sport, Snow, Mud, Sand, 4H, 4L) เส้นทางออฟโรดให้ความมั่นใจปีนป่ายเกาะถนนดีด้วยปีนป่ายแบบชิวๆเพราะคันนี้มีมุมเงย หรือ approach angle 29 องศา และมุมจากหรือ departure angle 24 องศา และล็อกเฟืองท้ายหลัง

    รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุดเป็น 6 kW สามารถตอบสนองการทำงานพร้อมกันของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้า โปรเจคเตอร์ ฯลฯ และสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่องที่โหลดเต็มนานกว่า 7 ชั่วโมง (พลังงานจากปลั๊กที่ติดมากับรถ 3.3 kW)

    GWM

    ความปลอดภัย

    มาพร้อมระบบ Coffee Pilot Ultra เจน 3 ติดตั้งเซนเซอร์ 27 ตัว ประกอบด้วย LiDAR 1 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว เรดาร์อัลตราโซนิค 12 ตัว และกล้องความละเอียดสูง 11 ตัว ช่วยให้การนำทางแบบจุดต่อจุดด้วยระบบอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมในเมืองและทางหลวงที่ไม่มีแผนที่ความละเอียดสูง และยังรองรับระบบช่วยจอดรองรับพื้นที่จอดรถมากกว่า 200 ประเภท รวมถึงพื้นที่จอดรถเข้าซองแนวตั้ง เข้าซองเฉียง และซอยตัน พร้อม Coffee Night Vision ตรวจจับรถยนต์ได้ไกลถึง 120 เมตร และคนเดินถนนได้ไกลถึง 90 เมตร แม้ในสภาพฝนตก หิมะ และฝุ่นละออง

    GWM

    GWM TANK 500 ไมเนอร์เชนจ์ ขาย 4 รุ่นย่อย ตอบโจทย์การผจญภัยอย่างลงตัวพร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่มีสีสันให้ผู้ขับขี่ เปิดราคาจำหน่ายเป็นทางการเริ่มต้น 335,000-375,000 YUAN หรือราว 1,519,000-1,705,000 บาท และหลังจากเปิดราคาจริง 2 ชั่วโมงที่ผ่านมากวาดยอดจองมากว่า 12,257 คัน มีสีภายนอกรถ 4 สี

    • สีใหม่!! สีเขียว Dunhuang Green
    • สีทอง Kunlun Gold
    • สีบรอนซ์เงิน Pamir Silver
    • สีขาว Mount Everest White

    ที่มา CarNewsChina

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts