หลังจากที่สื่อออสเตรเลียเผยภาพหลุด BYD SEAL 6 DM-I หรือ BYD SEAL 06 DM-I วิ่งทดสอบไปจนแฟนๆที่ชื่นชอบเฝ้าหวังว่าจะเข้ามาขาย

ล่าสุด CarExpert รายงงานว่าแนวโน้มสูงที่ BYD SEAL 6 DM-I หรือ BYD SEAL 06 DM-I เตรียมเข้ามาเสริมทัพตลาดให้คึกคักขึ้น
ภายนอก หน้าตาทันสมัย ด้วยไฟหน้า LED Double L ดีไซน์เพรียวบาง ชุดกันชนหน้าขึ้นรูปชิ้นเดียวพร้อมช่องระบายอากาศแนวนอนกระจังหน้าปิดทึบพร้อมตราโลโก้ BYD เส้นสายด้านข้างและหลังคาลาดลงที่ทันสมัยแบบพาโนรามา มือจับประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถัง กระจกรถครอบทับด้วยกรอบโครเมียมแบบโอเปร่า พอร์ตชาร์จ AC และ DC ที่บังโคลนหลังด้านขวา ฝาถังเชื้อเพลิงอยู่บังโคลนหลังซ้าย
ไฟท้าย LED แนวยาวพร้อมตรา BYD กันชนหลังมีลิ้นสปอยเลอร์หลังในชุดกันชนดีไซน์กลมกลืนล้อและยางให้เลือกตั้งแต่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R17 ใหญ่สุด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50R18

ภายในยกงานดีไซน์ภายในมาจาก BYD SEAL และปรับให้เข้ากับรถคันนี้ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ทรงท้ายตัดพร้อมสันเพิ่มความกระชับให้กับอุ้งมือ มองลอดพวงมาลัยเป็นมาตรวัดความเร็ว แสดงผลในรูปแบบดิจิตอล 8.8 นิ้ว ถัดไปอีกเล็กน้อย คือ Head-up Display
แสดงข้อมูลที่จำเป็นโดยที่ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนเบื้องหน้าส่วนจอแสดงผล ระบบ Infotainment ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 12.8 และ 15.6 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple Car Play Android Auto รองรับ 5G มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ DiLink พร้อมลำโพง 6-8 จุด
ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 15W หัวเกียร์คริสตัลรอบๆคันเกียร์รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส ช่องเก็บของหลายจุด มาพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C 2 จุด และ Type A 2 จุด มีช่องเก็บของหลายจุดสามารถวางแก้วน้ำ

ภายในปรับโทนสีภายในเป็นสีดำผสมสีครีมเน้นความล้ำสมัย เบาะนั่งทรงสปอร์ต หุ้มหนังอย่างประณีต เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางสำหรับคนขับและ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง พร้อมระบบความจำสำหรับเบาะคนขับ พร้อมระบายอากาศและอุ่นเบาะได้
เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 มีพื้นที่มากถึง 1,132 ลิตร และถ้าไม่พับเบาะมีพื้นที่ด้านท้าย 550 ลิตร ในรุ่นซีดาน และ เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 มีพื้นที่ 670 ลิตร กรณีไม่พับเบาะและถ้าพับเบาะมีพื้นที่ 1,535 ลิตร ในรุ่นแวกอน

สมรรถนะ ขุมพลังเป็นแบบ Plug In Hybrid หรือ DM-i เวอร์ชันล่าสุด 5.0 ด้วยเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส BYD472QC ให้กำลัง 101 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 163 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD 10.08 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงถึง 177 แรงม้า ในรุ่นเริ่มต้น
ส่วนรุ่นท็อปเครื่องยนต์เดียวกันให้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้าแรงบิด 260 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ใหญ่กว่า 19 kWh แรงม้ารวม 222 แรงม้า ชาร์จเร็วสูงสุด 26 kW โดยทั้ง 2 ให้ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีกระแสสลับ AC รองรับกำลังสูงสุด 6.6 kW พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ และระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS)
- ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) Stop and Go
- ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
- ช่วยควบคุมฉุกเฉินให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ (ELKA)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
- ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKS)
- ช่วยเตือนการชนด้านหน้าและหลัง (PCW with RCW)
- ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
- ช่วยเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ (LCW)
- ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถล (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา รุ่นนี้เตรียมที่จะขายออสเตรเลียเร็วๆนี้ทั้งในรูปแบบซีดานและสเตชันวากอน ท้าชน Toyota CAMRY
ที่มา CarExpert










