ฮ่องกงได้ใช้ก่อนใครในเอเชียกับ BYD ATTO 3 2026 หน้าใหม่ไมเนอร์เชนจ์แบบเดียวกับสเปกจีนและยุโรปที่พึ่งเปิดตัวไม่นาน

การปรับตัวในภูมิภาคเอเชียของ BYD ATTO 3 2026 ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่จะบอกว่าทุกที่ในภูมิภาคนี้พร้อมแล้วที่จะปรับโฉมตามฮ่องกงแม้กระทั่งไทยที่เป็นฮับการผลิตก็มีแววเช่นกัน
หน้าตาใหม่แบบเดียวกับยุโรปและจีน

เริ่มที่กันชนหน้าใหม่ออกแบบช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมูใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมออกแบบม่านอากาศ Air Curtain ข้างๆมุมกันชนทั้ง 2 ข้างใหม่ ให้มีความโดดเด่นกว่าเดิมในขณะที่
ด้านข้างออกแบบกระจกเสา D ให้มีความสปอร์ตมากขึ้น และกรอบเสา D เล็กลงกลมกลืนกับกรอบประตูสีเงิน หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ราวหลังคาบื๊วอิน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ปัดเงาสีทูโทนพร้อมยาง 235/50R18 จากค่าย Continental’s EcoContact 6Q
ด้านท้ายออกแบบใหม่ทั้งไฟท้าย LED แนวยาวดีไซน์ปีกนกไส้ในชุดไฟปรับใหม่เน้นความทันสมัย สปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ให้ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED แยกเป็นสองช่อง กันชนหลังดีไซน์ใหม่เน้นความสปอร์ตมากขึ้นด้วยคิ้วใต้กันชนหลังดีไซน์ใหญ่ขึ้น ด้วยมิติตัวรถตั้งแต่
- ความยาว 4,455 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,875 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,615 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,750-1,825 กิโลกรัม
- ตัดช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า Frunk 110 ลิตร

เบาะนั่งบักเก็ทซีทใหม่โดยหมอนพิงศีรษะแยกออกจากตัวเบาะ เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 พร้อมพื้นที่สัมภาระมากถึง 1,340 ลิตรเมื่อพับเบาะลงและ 440 ลิตร กรณีไม่พับเบาะ เบาะไฟฟ้าคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางสำหรับคนขับและ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง


พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงท้ายตัดพร้อมตราโลโก้ BYD คอนโซลกลางใต้จอออกแบบใหม่ย้ายคันเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัยหรือเรียกกันว่า เกียร์คอ ใต้ช่องแอร์
มาตรวัดความเร็วจอสีขนาดใหม่ LCD 8.8 นิ้ว ตัดออปชันหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้า W-HUD ขนาด 12 นิ้ว หน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว แนวนอนปรับหมุมไม่ได้ เชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple Car Play กับ Android Auto
คาดอาจไม่มีแอป Google ที่ติดตั้งไว้ รวมถึง Maps, Assistant และ Play Store ลำโพง Dirac HD Sound 8 จุด


ระบบเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อม CN95 Filter ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light บริเวณมือจับประตู ปรับสีได้ 31 สี ได้ไฟกะพริบตามจังหวะเพลง มี Karaoke แอปพลิเคชันร้องคาราโอเกะ บนรถได้ เชื่อมต่ออัจฉริยะ BYD DiLink กุญแจแบบคีย์การ์ด พร้อมระบบ Keyless Start
ความสะดวกสบายทั้งช่องจ่ายไฟ 12V 120w 1 จุด ที่คอนโซลกลาง มีช่องเสียบ USB-C อย่างละ 2 พอร์ต ที่คอนโซลกลางกำลัง 60W และช่อง USB-C อย่างละ 2 พอร์ตกำลัง 18W สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มีที่ชาร์จไร้สายกำลังชาร์จ 50W

กล่องใส่แว่นตาบริเวณหลังคาฝั่งคนขับ ที่บังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกและไฟตกแต่งแบบ LED กระจกไฟฟ้า 4 บานแบบ One-touch พร้อมระบบป้องกันการหนีบ Anti-Pinch
ขุมพลังที่คุ้นเคย

ยังเป็นขุมพลังอีวีเดิมจากสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 400V จากพื้นฐาน BYD’s e-platform 3.0 ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ Permanent magnet synchronous motor กับความจุแบตเตอรี่ BYD Blade Battery แบบ LFP 60.48 kWh
ให้กำลังมากถึง 201 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 7.3 วินาที
ระบบชาร์จเร็วกระแสตรงแบบ DC รองรับการชาร์จสูงสุดเพิ่มเป็น 105 kW สามารถชาร์จได้เร็ว 30-80% เร็วขึ้นถึง 30 นาที เดิม (จากเดิม 88 kW ภายใน 35 นาที) และชาร์จกระแสสลับแบบ AC Type 2 (7.4kW) เร็วสุด 9.5 ชั่วโมง รองรับหัวชาร์จ แบบ AC 3 ขา ด้วยหัวชาร์จ CCS-2 มีระบบ V2L (Vehicle To Load) จ่ายไฟฟ้าได้ 2.2 kW และดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative braking)
มั่นใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทด้านหลังอิสระมัลติลิงก์ ความปลอดภัยมาครบอัปเกรดซอฟต์แวร์ล้ำสมัยยิ่งกว่าที่เคย และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS แบบจัดเต็ม

- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อม Stop and Go (ACC-S&G)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- เตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- เตือนจุดอับสายตา Blind Spot Monitoring (BSD)
- เตือนก่อนเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
- เตือนขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- เตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
- ไฟส่องนําทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HMA)

ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) กล้องมองรอบคัน 360 องศา ช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ (AVH) เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

ถุงลมนิรภัยคู่หน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง–ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลัง และถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้าระบบสตาร์ทอัจฉริยะ สามารถปิดระบบแจ้งเตือนคนข้ามถนนได้ เมื่อใส่เกียร์ P สามารถปิดไฟ Daytime Running Light ได้
หน้าใหม่ค่าย BYD เปิดราคาขายที่ฮ่องกงเริ่ม $188,000 หรือราว 765,000 บาท ทางด้านกลุ่มอาเซียนอย่างมาเลเซียเตรียมขายเร็วๆนี้ ทางด้านเมืองไทยลุ้นเผยโฉม










