Nissan ลุยตลาดต้นปีกับ Nissan KICKS e-Power หน้าใหม่ในร่างตัวถังเดิมที่งาน Motor Show 2026 เปิดขาย 3 รุ่นย่อย

Nissan KICKS e-Power ปรับโฉมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ในรหัส P15 ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย พร้อมจะเติมเต็มชีวิตให้ผู้ขับขี่สนุกกับทุกการเดินทางได้อย่างเต็มพิกัด และพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษในทุกช่วงเวลา
หน้าใหม่อ้างอิงสเปกละตินอเมริกา

ปรับหล่อตั้งแต่ไฟหน้า LED 2 ชั้น โดยบนสุดเป็นชุดไฟหน้าใหญ่คาดกลางด้วยแถบกระจังหน้าทึบแนวนอนติดโลโก้ Nissan ถัดลงมาเป็นไฟส่องสว่าง DRL แบบ LED แบบหางลูกศรที่แยกส่วนกัน 3 เส้น ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ทรง 6 เหลี่ยมเสริมการ์ดสีเดียวกับตัวรถเพิ่มความดุดัน
ด้านข้างเพิ่มสีสันด้วยแถบเสา C ออกแบบใหม่พร้อมภาพลักษณ์เดิมๆด้วย เสาอากาศครีบฉลาม ราวหลังคาบิ๊วอิน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน ล้ออัลลอยทูโทนลายใหม่ 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/55R17
ด้านท้ายใหม่ไฟท้าย LED โคมใหม่เชื่อมกับแถบสีดำติดตราโลโก้ พร้อมตราชื่อ KICKS ขนาดใหญ่ กันชนหลังใหม่สีทูโทนออกแบบช่องใส่ป้ายทะเบียนสวยลงตัว ด้วยมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,300 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,760 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,610 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,620 มิลลิเมตร
- ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,353-1,360 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 41 ลิตร

ภายในตกแต่งใหม่หมดตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง ไปจนถึงแผงประตู และช่องแอร์ ทั้งหมดช่วยให้บรรยากาศภายในดูเป็นระเบียบ และใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกจุด พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังที่มีในทุกรุ่นย่อย เสริมประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นมาแบบทรง D-Shape
มาตรวัดความเร็วดิจิทัลสี TFT ขนาด 7 นิ้ว เพิ่มความทันสมัย อ่านข้อมูลสำคัญได้สะดวก รวดเร็ว และชัดเจน รวมทั้งยังมีที่ชาร์จไร้สาย เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้ตลอดการเดินทาง ติดตั้งหน้าจอสัมผัสแสดงผลดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว
พร้อมทั้งจัดการระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect ได้ง่ายดายเพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่นแบบไร้สายกับ Apple CarPlay และ Android Auto หรือเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือบลูทูธได้สะดวก นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้แอป เลือกเพลง และระบบนำทางได้อย่างสะดวกในทุกเส้นทาง พร้อมลำโพง 4 กับ 6 จุด
เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบหยุดรถอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นด้านหลังได้อย่างชัดเจนแม้จะมีผู้โดยสารเบาะหลังหรือสัมภาระที่บดบังทัศนวิสัย
กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key I-Key) พร้อมระบบ Immobilizer ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) สั่งสตาร์ทรถได้จากระยะไกลหรือ remote engine start

เพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารด้วยเบาะนั่งแบบ Zero Gravity ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่น พร้อมบุด้วยวัสดุสังเคราะห์สะท้อนความร้อน ช่วยให้เบาะนั่งสบายแม้ในสภาพอากาศร้อน
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับตำแหน่งที่เหมาะสม และรองรับสรีระได้ดีที่สุด เบาะหลังปรับปรุงใหม่ ปรับมุมพนักพิงให้นั่งสบายขึ้น พื้นที่โดยสารที่กว้างขวาง พนักพิงศีรษะขนาดใหญ่ และที่วางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง พื้นที่เก็บสัมภาระจุได้มากถึง 423 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางหลากหลายขนาดหรือสัมภาระที่ใช้ประจำวันได้อย่างจุใจ
โทนสีภายในห้องโดยสาร เป็นโทนสีดำ-เทาเข้ม ในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มทางเลือกโทนสีฟ้า-เทา Moonstone ที่มอบความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย ในเกรด SV
ขุมพลัง e-Power ผ่าน EURO6

เบนซิน HR12 DE 1.2 ลิตร e-Power เจเนอเรชั่นที่ 2 พัฒนาทั้งชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นโดยให้แรงม้า ถึง 82 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 103 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที
จับคู่กับชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 2.06 kWh มีจำนวน 4 โมดูล 96 เซลล์ พ่วงเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM47 AC3 Synchronous Motor ให้พลังรวมมากขึ้นเป็น 136 แรงม้าที่ 3,410-9,697 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 0-3,410 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันสูงสุด E20

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed Gear Reduction พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง Normal, S, Eco, และ EV ให้พละกำลัง และแรงบิดสูงต่อเนื่อง ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร่งเร็ว แรงมากยิ่งขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าเดินเงียบ โดยได้รวมเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) กับมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ไว้เป็นยูนิตเดียวกัน ทำให้ส่วนของ Inverter มีขนาดเล็กลง 40% น้ำหนักลดลง 30%
พร้อมเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ e-Pedal step ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ โดยผู้ขับสามารถเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว ช่วยให้ควบคุมระยะห่าง เข้าโค้ง ลงทางลาด หรือผ่านลูกระนาดได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งยังช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Regenerative Braking) ระหว่างการชะลอความเร็ว
ทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ Sport MODE และ ECO MODE (ทั้งตำแหน่ง D และ B) เมื่อผู้ขับขี่ยกเท้าจากคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวล ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายและง่ายมากขึ้น
ครั้งแรกในไทยกับ ProPILOT

ProPILOT คือเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัตโนมัติ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 เทคโนโลยี ได้แก่ Intelligent Cruise Control (ICC) และ Lane Keeping Assist (LKA) สามารถหยุดและออกตัวได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระในการขับขี่บนทางด่วนและทางไกล รวมถึงลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี
โดยระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ที่ช่วยป้องกันและปกป้องเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หนึ่งในความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Nissan 360° Safety Shield
- เตือนก่อนการชนด้านหน้า Intelligent Forward Collision Warning (IFCW)
- เบรกฉุกเฉินอัจฉริยะสำหรับรถคันหน้าและบุคคล Intelligent Emergency Braking with Pedestrian Detection (IEB)
- เตือนเมื่อผู้ขับขี่เมื่อยล้า Driver Attention Alert (DAA)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC) พร้อม Stop and Go
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Leading Car Departure Notification (LCDN)
- เตือนรถในมุมอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
- ป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา Blind Spot Intervention (BSI)
- เตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- เบรคถอยหลังฉุกเฉินอัตโนมัติ Rear Automatic Emergency Braking (RAEB)
- เตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW)
- ควบคุมเมือรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Prevention (LDP)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)

กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ Tire Pressure Monitoring System (TPMS)
ช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC) ช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control (ITC)
ถุงลมนิรภัย SRS รอบคัน เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) เบรกป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS) กระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution System (EBD) เสริมแรงเบรก Brake Assist (BA) ดิสก์เบรก 4 ล้อ ไฟเบรกดวงที่สามพร้อมไฟ LED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง

Nissan KICKS e-Power พร้อมสีตัวถังภายนอก 6 สี ได้แก่
- สีฟ้า อิเล็กทริก ไซแอน (Electric Cyan) (สีใหม่)
- สีเกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) (สีใหม่)
- สีขาวสตอร์มไวท์ (Storm White)
- สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red)
- สีเทา กันเมทัลลิก (Gun Metallic)
- สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star)
และมีตัวเลือกสีภายนอกแบบทูโทนหลังคาดำ สำหรับรุ่น VL และ SV สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นและทันสมัยมากยิ่งขึ้นพร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่
- รุ่น V 789,900 บาท (จากราคาปกติ 839,000 บาท ลดลงจากเดิม 49,100 บาท)
- รุ่น VL ราคา 849,900 บาท (จากราคาปกติ 899,000 บาท ลดลงจากเดิม 49,100 บาท)
- รุ่น SV ราคา 899,900 บาท (จากราคาปกติ 929,000 บาท ลดลงจากเดิม 29,100 บาท)

พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% พร้อมอุ่นใจด้วยการรับประกันที่ครอบคลุม ได้แก่ รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รับประกันระบบอี-พาวเวอร์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรีประกันภัยชั้น 1 NPP เฉพาะรุ่น VL และ SV โดยต้องจองรถตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 30 เมษายน และออกรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569










