Mitsuoka Viewt Story พื้นฐาน Toyota Yaris ถอดความโมเดิร์นแล้วมาเป็นความคลาสสิกแทนเปิดตัวรุ่นปี 2026 เน้นออปชัน

Mitsuoka Viewt Story ยังคงหน้าตาเดิมตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2023 ในร่างรถทรงท้ายตัด 5 ประตู แฮทช์แบ็ก
คลาสสิกทั้งคัน
ตั้งแต่ไฟหน้า LED ไฟตัดหมอก LED ทรงกลมล้อมกรอบโครเมียม กระจังหน้าแนวตั้งโครเมียมทั้งชิ้นที่เป็นความโดดเด่น กับกันชนหน้าโครเมียมแบ่งเป็นสองข้าง
คั่นกลางด้วยช่องใส่ป้ายทะเบียน ด้านท้ายถอดแบบมาจาก FIAT 500 ราวกับแกะ กระทะล้อสีขาวติดฝาครอบล้อโครเมียมทรงกลมขนาด 14 นิ้วพร้อมยาง 175/70 R14 และ ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/60R15
ภายในยกมาจาก Toyota Yaris

ชุดแผงคอนโซลหน้า จอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 กับ 10.5 นิ้ว พร้อมตอบสนองฉับไวพร้อมระบบนำทางบนคลาวด์ สั่งงานด้วยเสียง รองรับ Apple CarPlay ไร้สายและ Android Auto การอัพเดตแบบ over-the-air
พร้อมมาตรวัดดิจิทัล TFT ขนาด 7 นิ้ว และขนาด 4.2 นิ้ว จอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านมาพร้อมระบบอุ่นที่พวงมาลัย พร้อมช่องเสียบ USB C กับ HDMI มาพร้อมอุ่นเบาะ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฟอกอากาศ Nanoe X และช่องแอร์ด้านหลัง

เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ใหม่!! ปุ่ม Push Start เป็นออปชันมาตรฐานทุกรุ่น รวมถึงเพิ่มที่พักแขนที่คอนโซลกลางแบบนุ่มสำหรับคอนโซลกลางสามารถเลื่อนได้ กระจกแต่งหน้าแบบมีไฟส่องสว่าง มือจับด้านหลัง 2 ข้าง เบาะหลังพับได้ 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนของด้านท้ายมากขึ้น มีพื้นที่สัมภาระท้าย 390 ลิตร
เน้นทำตลาด 1.5 ลิตร

ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Dynamic Force ที่เลือกได้ถึง 2 ความแรงเริ่มที่รุ่น Full Hybrid รหัส M15A-FXE ขนาด 1.5 ลิตร 3 สูบ ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 120 นิวตันเมตรที่ 3,600 ถึง 4,800 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า Toyota Hybrid System II (THS II) คู่หน้าแบบ 1NM 80 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร กับ คู่หลัง 1MM 5.3 แรงม้า แรงบิด 52 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ Lithium-ion 4.3 Ah
ให้กำลัง 116 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง Eco Drive, EV Drive และ Power
และเบนซินล้วน Dynamic Force Hybrid รหัส M15A-FKS ขนาด 1.5 ลิตร 3 สูบ ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 4,800 ถึง 5,200 รอบต่อนาที
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift-CVT เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้ากับขับเคลื่อนสี่ล้อ Dynamic control 4WD และใหม่!! เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อน 2 ล้อ

เบนซินเล็กสุดขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้กำลังสูงสุด 69 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 92 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาทีจับคู่เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ขับเคลื่อนล้อหน้าและความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร ถูกตัดออกจากสารระบบ
พัฒนาท่อไอดีออกแบบแผ่นกันความร้อนเพิ่มอีกชั้นด้วยผ้าสักหลาดในชุดแผ่นกันท่อไอเสียของชุดฝาครอบท่อไอเสียรวมถึงช่วงล่างพัฒนาเพิ่มแดมเปอร์ที่แท่นยึดเครื่องด้านซ้าย บนพื้นฐานช่วงล่างหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอชันบีมในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และอิสระมัลติลิงก์ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

Mitsuoka Viewt Story สงวนเฉพาะตลาดญี่ปุ่น มีทั้งรุ่น “15LX” 15DX” และรุ่น HYBRID 1.5 “HYBRID LX” และ 1.5 ลิตร “HYBRID DX” ในราคา 3,691,600-4,803,700 YEN หรือราว 755,000-984,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายราคารวมภาษีอยู่ที่ 2,173,000- 2,829,000 บาท มีสีภายนอกทั้งหมด 15 สี เพิ่มสีใหม่มา 5 สี ทั้ง
- สีเขียวอมฟ้า Adventure Blue สีใหม่!!
- สีฟ้าอ่อน Pale Blue สีใหม่!!
- สีน้ำเงิน Elegance Navy สีใหม่!!
- สีแดง Dark Red สีใหม่!!
- สีบรอนซ์ Avant-Garde Bronze Metallic สีใหม่!!
- สีเขียวพิทาชิโออมกากี Pistachio Khaki
- สีเบจ Coral Beige Metallic
- สีฟ้า Turquoise Blue Metallic
- สีน้ำตาล Gateau Chocolat Metallic
- สีเขียว Royal Green
- สีเทา Cut and Sew Gray
- สีขาว Royal White
- สีดำ Tulle Top Black
- สีขาวมุก Dressy White Pearl
- สีแดง Magical Rose
ที่มา Carwatch










