Smart #6 EHD ซีดานเสียบปลั๊ก เคาะราคาจีนเริ่มราว 9.4 แสนบาท

Smart เตรียมพาร่างซีดานรุ่นแรกของแบรนด์ในรหัส #6 EHD ลุยตลาดจีนอย่างเป็นทางการ โดยตัวรถจะมาในพิกัดตัวถังทรง Liftback ขุมพลัง PHEV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ แบตเตอรี่ลูกโตวิ่งไฟฟ้าล้วนเคลมได้ไกลถึง 285 กม./CLTC เคาะราคาเริ่มต้นในจีนที่ 189,900 หยวนทหรือประมาณ 940,000 บาท หลังจากที่เปิดรับ Pre-sales ช่วงงาน Beijing Auto Show 2026 ที่ผ่านมา

Smart #6 EHD

นับตั้งแต่ Smart ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ กลายร่างเป็นบริษัทร่วมทุน สัดส่วน 50:50 ระหว่าง Mercedes-Benz และ Geely ไลน์อัพของแบรนด์ก็ถูกรื้อกระดานใหม่หมดเพื่อมุ่งสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งปัจจุบันมีทำตลาดอยู่ 3 รุ่น คือคอมแพกต์ SUV รหัส #1, คูเป้ SUV รหัส #3 และมิดไซส์ SUV รหัส #5

Smart #6 EHD

ความน่าสนใจคือ Smart #6 ถือเป็นรถรุ่นแรกในยุคที่ Geely เข้ามาร่วมทุน ที่จะเปิดตัวด้วยขุมพลัง PHEV ล้วนตั้งแต่แกะกล่อง แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง #1, #3 และ #5 ที่ตอนเปิดตัวสวมหัวใจไฟฟ้า 100% (EV) กันทั้งหมด (แม้ว่าตอนหลังรุ่น #5 จะมีการไมเนอร์เชนจ์เพิ่มขุมพลัง 1.5T PHEV ตามออกมาทีหลังก็ตาม)

Smart #6 EHD

ดีไซน์ภายนอกและห้องโดยสาร

งานออกแบบภายนอกของ #6 ยังคงเดินตามภาษาการออกแบบ (Design Language) ยุคใหม่ของ Smart หน้าตาถอดแบบมาจากรุ่นพี่ในค่าย แต่ด้วยความที่เป็นตัวถังซีดานท้ายลาดแบบ Liftback จึงได้กระจกบานท้ายขนาดใหญ่ชิ้นเดียวเปิดยกได้ทั้งบาน พร้อมออปชันไฮไลต์อย่างสปอยเลอร์หลังแบบ Adaptive (Active Rear Spoiler) ยก-เก็บด้วยไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสารยกชุดความล้ำมาจากรุ่น #5 ด้วยหน้าจอ Infotainment แบบจอคู่ (Dual-screen) ยิ่งกว่านั้น Smart ยังจัดเต็มระบบเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก Sennheiser ลำโพงจัดวางแบบ 7.1.4 Channel ให้กำลังขับสูงสุดถึง 2,000 วัตต์

ขุมพลัง แบตเตอรี่ และระยะทางวิ่ง

Smart #6 ยกชุดขุมพลัง PHEV มาจากรุ่น #5 เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ ให้พละกำลัง 120 กิโลวัตต์ (161 แรงม้า) จับคู่กับเกียร์ไฮบริด 3-speed DHT และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 กิโลวัตต์ (268 แรงม้า) เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกันจะได้พละกำลังรวมสูงถึง 320 กิโลวัตต์ (429 แรงม้า) โดยทุกรุ่นย่อยจะขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) เท่านั้น

มีแบตเตอรี่ประเภท LFP ให้เลือก 2 ขนาดความจุตามงบประมาณ:

  • ความจุ 20 kWh จาก SVOLT: วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 135 กม. (CLTC)

  • ความจุ 41 kWh จาก CATL: วิ่งไฟฟ้าล้วนได้สะใจถึง 285 กม. (CLTC)

แม้ว่า Smart ยังไม่ได้ปล่อยตัวเลขการชาร์จไว (DC Fast Charge) ของรุ่น #6 ออกมา แต่อ้างอิงจากรุ่น #5 ที่ใช้ระบบเดียวกัน แบตเตอรี่ลูกเล็กจะชาร์จจาก 30-80% ในเวลา 20 นาที ส่วนลูกโตทำได้ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ทางค่ายยังเคลมตัวเลขหล่อๆ อีกว่า หากน้ำมันเต็มถังรวมกับแบตเตอรี่ชาร์จเต็ม Smart #6 รุ่นแบตใหญ่จะสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,810 กม. ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ระบุว่า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลยตอน “แบตหมด” (Empty Battery) อยู่ที่ประมาณ 4.75 – 4.79 ลิตร / 100 กม. (หรือประมาณ 20.8 – 21 กม./ลิตร)

ช่วงล่างและมิติตัวถัง

แม้จะยังไม่มีการคอนเฟิร์มสเปคช่วงล่างอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวต่างประเทศคาดว่า #6 จะใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link เจริญรอยตามรุ่น #5 โดยทาง Smart เน้นย้ำว่า ทีมวิศวกรของ Mercedes-Benz ได้ลงมือปรับเซ็ตแชสซีส์และระบบกันสะเทือนของรถรุ่นนี้อย่างพิถีพิถัน แถมยังมีออปชันโช้คอัพปรับความหนืดอัตโนมัติตามความถี่ (FSD – Frequency-Selective Dampers) ให้เลือกด้วย

นอกจากนี้ Smart ยังการันตีว่า ต่อให้แบตเตอรี่อยู่ในสถานะเหลือน้อย (Low SoC) สมรรถนะของรถก็แทบจะไม่ดรอปลง โดยเคลมตัวเลขเร่ง 0-100 กม./ชม. ในสภาวะที่แย่ที่สุดเอาไว้ที่ 6.7 วินาที

มิติตัวถัง Smart #6:

  • ความยาว: 4,906 มม.
  • ความกว้าง: 1,922 มม.
  • ความสูง: 1,508 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,926 มม.
  • น้ำหนักตัวรถ (Curb Weight): อยู่ที่ 1,990 ถึง 2,099 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและออปชัน)

สถานการณ์ของ Smart ในปัจจุบัน

Smart #6 EHD

Smart ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากความร่วมมือระหว่าง Daimler-Benz และผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดังอย่าง Swatch เน้นทำตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก (Micro City Cars) และรถคูเป้ขนาดเล็กดีไซน์แปลกตา ก่อนจะถูกรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2019 กลายเป็นบริษัทร่วมทุน 50:50 ระหว่าง Mercedes-Benz และ Geely ย้ายฐานการผลิตหลักมาที่จีน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยอดขายของ Smart ในประเทศจีนขณะนี้ยังคงจืดชืด ข้อมูลจาก China EV Datatracker ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา Smart มียอดส่งมอบในจีนเพียง 1,703 คันเท่านั้น และกราฟยอดขายกำลังดิ่งลงเรื่อยๆ (มีเพียงช่วงพีคสั้นๆ ในเดือนธันวาคม 2025 ที่ทำได้ 3,716 คัน เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนภาษีรถยนต์ NEV ของจีน)

ตลอดปี 2025 Smart ขายรถไปได้เพียง 30,799 คัน และการหันมาเอาดีทางด้านขุมพลัง PHEV ในระยะหลังก็ยังไม่ได้ช่วยดึงยอดขายให้กลับมาเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร การส่งซีดานอย่าง #6 EHD ลงสู่สนามรบครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายไลน์สินค้าให้หลากหลายขึ้น ซึ่งต้องรอดูกันยาวๆ ว่าขุมพลังไฮบริดเสียบปลั๊กรุ่นนี้ จะช่วยกู้สถานการณ์ให้ Smart กลับมาผงาดทั้งในจีนและตลาดโลกได้หรือไม่

Source: CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts