Denza Z พกม้ามาจุกๆ 1,582 ตัว! อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที!

Denza กระชากผ้าคลุมเผยโฉม “Denza Z” เวอร์ชันผลิตจริง (Production Spec) ท่ามกลางสวนหน้าคฤหาสน์ของ Duke of Richmond ทางค่ายก็ล็อกเป้าท้าชน Porsche 911 ทันที ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ที่รีดแรงม้าออกมาได้แบบบ้าคลั่งถึง 1,582 แรงม้า!

Denza Z Denza Z  Denza Zสำหรับตลาดอังกฤษ ตัวรถจะเริ่มเปิดให้จับจองในเดือนตุลาคมปีนี้ (และคาดว่าจะส่งมอบได้ก่อนสิ้นปี) โดยมีการยืนยันราคาเริ่มต้นออกมาแล้วที่ 142,900 ปอนด์ หรือประมาณ 6.21 ล้านบาท

เปิดตัว 3 รุ่นย่อย: ดิบ, หล่อ, หรือเปิดประทุน?

เจ้า Denza เบาะ 4 ที่นั่งคันนี้ จะมีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถังด้วยกัน:

  • Coupe (รุ่นมาตรฐาน): ราคาเริ่มต้นออกมาแล้วที่ 142,900 ปอนด์ ราคาเริ่มประมาณ 6.21 ล้านบาท

  • Spider (เปิดประทุน): ราคา 159,900 ปอนด์ หรือประมาณ 6.95 ล้านบาท)

  • Racing (สายแทร็ก/แอร์โร่จัดเต็ม): ราคา 172,900 ปอนด์ (ประมาณ 7.52 ล้านบาท)

ทุกรุ่นย่อยจะได้แรงม้าสุดโหดเท่ากันหมด พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 1,240 นิวตันเมตร แต่รุ่น Racing จะเป็นรุ่นที่เร็วที่สุด ด้วยตัวเลขอัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม. (0-100 กม./ชม.) ที่แทบไม่น่าเชื่อเพียง 1.96 วินาที! และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 349 กม./ชม.

ส่วนรุ่นตัวถัง Coupe ที่มีน้ำหนักตัวราวๆ 2 ตัน ก็ทำเวลารุ่นน้องได้ที่ 2.25 วินาที (ซึ่งก็เร็วสับแตกอยู่ดี) ขณะที่รุ่น Spider จะช่วยกระชากวิกผมคุณให้ปลิวหายไปในเวลาเพียง 2.3 วินาที

Denza Z

ไฮไลต์งานวิศวกรรมและออปชันสายซิ่ง

  • ระบบเบรก: จานเบรกคาร์บอนเซรามิก (Carbon Ceramic) ให้มาเป็นมาตรฐานจากโรงงานเพื่อปราบม้า 1,500 กว่าตัวให้อยู่หมัด

  • ช่วงล่าง: ใช้โช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า ‘DiSus-M’ โดยรุ่น Coupe และ Spider จะได้ช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) ส่วนรุ่น Racing จะสลับไปใช้คอยล์สปริงที่เซตมาเพื่อลงแทร็กโดยเฉพาะ

  • โหมดการขับขี่: ทุกรุ่นมี Drift mode มาให้ดริฟต์เล่นขำๆ พร้อม Boost mode ที่จะเบ่งแรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 30% เป็นเวลา 20 วินาที

  • ลูกเล่นเสริม: มีออปชันเปิดเสียงเครื่องยนต์จำลอง (Fake engine noises) หรือเสียงแนวไซไฟหลุดโลกให้คนทั้งในและนอกรถได้ยิน

เมื่อมองเข้าไปในห้องโดยสาร จากแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย ดูเหมือนว่าจะมีระบบล็อก/จำลองจังหวะเกียร์ (Fake gearshifts) มาให้เล่นด้วย ส่วนงานตกแต่งที่เหลือประโคมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และหนัง Alcantara หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว และจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาด 12.8 นิ้ว รันด้วยระบบ Google built-in

แบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ ชาร์จ 10-97% ใน 9 นาที!

ขุมพลังแบตเตอรี่เป็น Blade Battery เจนที่ 2 ของ BYD มีความจุที่นำมาใช้งานจริงได้ (Usable Capacity) อยู่ที่ 76 kWh ซึ่งเคลมระยะทางวิ่งไว้ดังนี้:

  • Coupe: วิ่งได้ราวๆ 408 กิโลเมตร (254 ไมล์)

  • Spider: วิ่งได้ราวๆ 399 กิโลเมตร (248 ไมล์)

  • Racing: วิ่งได้ราวๆ 379 กิโลเมตร (236 ไมล์)

จุดเด่นคือมันรองรับระบบชาร์จไวสุดโหด BYD 1,500kW Flash chargers ซึ่งช่วยให้คุณชาร์จไฟจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น!

รูปทรงของมันคือซูเปอร์คาร์ขนานแท้ โดยเฉพาะรุ่น Racing ที่มาพร้อมลิ้นหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Splitter), ช่องดักลมพิเศษ และหางหลังแต่งทรงสูงชิ้นโตที่ปรับระดับได้ (แต่ออปชันนี้ต้องซื้อเพิ่มนะ) ซึ่งทางค่ายเคลมว่ามันสามารถสร้างแรงกด (Downforce) ได้มหาศาลถึง 1,060 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 349 กม./ชม. ส่วนรุ่น Coupe มาตรฐานจะเน้นดีไซน์ที่เรียบหรู คลีนตา มีช่องดักลมตามจุดต่างๆ เพื่อจัดระเบียบทิศทางลม ตัวรถมีความยาวเกือบๆ 4.8 เมตร ถือเป็นรถที่คันเล็กที่สุดของแบรนด์ Denza ณ ตอนนี้

Source: Topgear

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts