GAC ผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคันทั่วโลก ส่งมอบรถให้ “Tony Jaa” ฉลองไทยครบ 10,000 คัน

GAC Group จัดงาน “30 Million Customers Appreciation Event” ภายใต้แนวคิด “Trusted by 30 Million, Powered by Quality” เพื่อขอบคุณลูกค้า 30 ล้านรายทั่วโลก พร้อมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลิตรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันทั่วโลก

GAC 30m production

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าหลายสิบล้านคนทั่วโลก ตลอดจนความมุ่งมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 29 ปี พร้อมเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ อีกทั้งสะท้อนถึงพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน จากการเติบโตเชิงปริมาณสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและคุณภาพอย่างแท้จริง

GAC 30m production

งานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรในอุตสาหกรรม ตลอดจนสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่มารวมตัวกันเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในหมุดหมายประวัติศาสตร์

โดยมีรถยนต์พลังงานใหม่ทยอยออกจากสายการผลิต ตั้งแต่คันที่ 29,999,995 ถึง 29,999,999 ได้แก่

  • GAC Honda P7
  • GAC Toyota BZ7
  • AISTALAND GT7
  • AION N60
  • HYPTEC S600

GAC 30m productionก่อนที่จะถึงไฮไลต์สำคัญคือรถยนต์คันที่ 30 ล้าน ได้แก่ M8 PHEV (หรือ GN8 ในตลาดต่างประเทศ) รถยนต์ MPV พลังงานใหม่ระดับเรือธงเวอร์ชันพวงมาลัยขวา โดยได้รับเกียรติจาก นายเฟิง ซิงยา (Mr. Feng Xingya) ประธานกรรมการ GAC Group เป็นผู้ส่งมอบกุญแจรถยนต์คันประวัติศาสตร์นี้ให้แก่ คุณ Tony Jaa (จา พนม) ซูเปอร์สตาร์นักแสดงแอ็กชันระดับโลกชาวไทย

การก้าวสู่หมุดหมาย 30 ล้านคันในเวลาเพียง 29 ปี สะท้อนศักยภาพและปรัชญาการผลิต “Crafted by the Driven” ที่เป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด โดยได้สร้างความก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์จากการร่วมทุนกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Honda และ Toyota สู่การพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างแข็งแกร่งผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ GAC Motor, AION และ HYPTEC

นอกจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์ One GAC 2.0 ที่มุ่งขยายการดำเนินธุรกิจทั่วโลกในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี การบริการ และระบบนิเวศ ส่งผลให้ธุรกิจในต่างประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปี 2025 มียอดส่งออกรถยนต์กว่า 130,000 คัน เติบโตขึ้นกว่า 47%

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มียอดส่งออกรวมกว่า 120,000 คัน เพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดส่งออกสะสมไปยังต่างประเทศกว่า 540,000 คัน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายยอดขายในต่างประเทศ 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030

ปัจจุบัน GAC Group ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 5 ภูมิภาคใหญ่ใน 110 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 746 แห่ง โรงงานผลิตในต่างประเทศ 7 แห่ง และคลังอะไหล่ระดับภูมิภาค 9 แห่ง ดำเนินธุรกิจโดยยึดแนวคิด “In Local, For Local” พร้อมพัฒนาระบบการดำเนินงานในแต่ละประเทศอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต ซัพพลายเชน การขาย ไปจนถึงบริการหลังการขาย

เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกที่น่าเชื่อถือ และเพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า 30 ล้านคนทั่วโลก GAC Group ได้เปิดตัวแคมเปญ “30 Millionth Vehicle Roll-off · Renewed Gratitude Season” มอบข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์เพื่อขอบคุณลูกค้าในทุกภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย โรงงานผลิตรถยนต์อัจฉริยะ GAC AION ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2024 เป็นหนึ่งในฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ระบบ Flexible Manufacturing ที่รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นบนสายการผลิตเดียว ปัจจุบันสามารถผลิตรถยนต์ในประเทศครบ 10,000 คัน สะท้อนศักยภาพของบุคลากรไทยและการพัฒนาฐานการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน โรงงานระยองผลิตรถยนต์ไฟฟ้า AION V และ AION UT พร้อมเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Localization Rate) และพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 35,000 คัน และพร้อมต่อยอดประเทศไทยสู่ฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand กล่าวว่า “ยอดการผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคันทั่วโลก และ 10,000 คันในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญและสะท้อนศักยภาพของฐานการผลิตในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของพนักงานทุกฝ่าย รวมถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งทำให้มียอดขายสะสมกว่า 35,000 คัน”

“ในอนาคต บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งด้านการเดินทาง พลังงาน และการบริการ พร้อมขยายศูนย์บริการการเดินทางและเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ รวมถึงความร่วมมือกับ Huawei พาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อพัฒนาระบบนิเวศพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ตลอดจนยกระดับศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมสี ตัวถัง และแบตเตอรี่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวก ปลอดภัย และยั่งยืนแก่ผู้บริโภคชาวไทย” Mr. Andrew Wang กล่าวทิ้งท้าย

ความสำเร็จในการผลิตรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันทั่วโลก ควบคู่กับการผลิตรถยนต์ครบ 10,000 คันของโรงงานในประเทศไทย สะท้อนถึงการเติบโตของ ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และโซลูชันด้านการเดินทาง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการเดินทางที่ยั่งยืนในอนาคต

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts