BYD M9 ชื่อใหม่รุ่น XIA เอ็มพีวีปลั๊กอินเตรียมบุกเม็กซิโก 25 มิถุนายน

หลังเปิดตัวที่แรกของโลกที่เมืองจีนกับ BYD XIA เอ็มพีวีหรูจากตระกูล Dynasty และเตรียมที่จะโกอินเตอร์ไปขายต่างประเทศในชื่อใหม่ BYD M9

BYD

BYD M9 หรือ BYD XIA เอ็มพีวีหรูพลังปลั๊กอินไฮบริดโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองตามสไตล์ Dragon Face

หรูหราเด่นสง่า

  • กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ชุบโครเมียม คุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งก็คือโลโก้ BYD สำหรับตลาดโลกจากเดิมจะเป็นตรา Xia (夏) ปักอยู่บนกระจังหน้า
  • ไฟหน้า LED กับไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกันทรงยาว
  • ชุดตกแต่งสีเงินโครเมียมที่ขอบกระจก คิ้วชายล่างประตู คิ้วกันชนหลัง
  • ไฟท้ายดีไซน์แนวยาว LED และไฟเลี้ยววิ่ง Sequential
  • หลังคา Dual Panoramic Sunroof ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอยลายสุดล้ำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/60R18

สัดส่วนของตัวรถเมื่อเทียบกับ DENZA D9 พบว่าตัวรถสั้นกว่า 105 มิลลิเมตร กว้างกว่า 10 มิลลิเมตร ความสูงเตี้ยกว่า 115 มิลลิเมตร และฐานล้อสั้นกว่า 65 มิลลิเมตร มีดังนี้

  • ความยาว 5,145 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,970 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,805 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 3,045 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,650 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร

BYD

ภายในมีสไตล์

  • ห้องโดยสารอัจฉริยะ DiLink 150 Cockpit
  • แผงคอนโซลหน้าเป็นศูนย์นรวมของชุดมาตรวัดความเร็วแนวนอนขนาด 12.3 นิ้ว จอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้วสามารถหมุนจอได้ จอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้า HUD 26 นิ้ว
  • ลำโพง 12 จุด

BYD

  • มีจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว และจอเพดานพับเก็บได้ขนาด 15.6 นิ้ว อัปเกรดเป็นระบบ DiLink150 โดยใช้ชิป AI ปรับแต่งของ BYD 9000 ซึ่งสามารถเชื่อมโยงหน้าจอทั้งหมดและเปิดใช้งานการเชื่อมต่อกับคอนโทรลเลอร์เกมภายนอกและแว่นตา AR (รุ่นท็อป)
  • กระจกมองหลังแบบสตรีมมิ่ง (รุ่นท็อป)
  • ลำโพงจาก DiSound 28 จุด เพาเวอร์แอมป์แยกอิสระ 32 ชาแนล พร้อมซับวูฟเฟอร์แถวที่สามสามารถแยกเป็นลำโพงบลูทูธสำหรับกลางแจ้งได้ด้วยกำลังไฟภายนอก 170 วัตต์ (รุ่นท็อป)
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัด
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สายคู่กำลังการชาร์จ 50W
  • ช่องเก็บของหลายจุด
  • ที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด
  • พอร์ตชาร์จ USB Type C 2 จุด และ Type A 2 จุด
  • กุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะPush Start
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน แยกบริเวณด้านหน้าและหลังอิสระพร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5

BYD XIA

ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย DiLink รองรับการอัปเดตในรูปแบบ OTA เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน พร้อมลำโพง ระบบกุญแจ NFC ไฟสร้างบรรยากาศ ambient lights ภายในปรับโทนสีภายในเป็นสีดำผสมสีน้ำตาลเน้นความล้ำสมัยหุ้มหนัง NAPPA มาแบบ 7 ที่นั่งแบบ 2+2+3 เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า แถวที่ 2 เบาะนั่งมาแบบ Captain Seat VIP ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมถาดสารพัดประโยชน์พับเก็บได้ในตัวเบาะจะมีปุ่มควบคุมบางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของคอนโซลกลาง

BYD

เบาะ 2 ตอนหน้ามาพร้อมระบบอุ่นเบาะและเบาะเย็น รวมถึงระบบนวดฝั่งคนขับ เบาะนั่งตอนที่ 3 ปรับพับราบไปกับพื้นได้ด้วยระบบไฟฟ้าด้วยปุ่มเดียวสามารถเลื่อนหน้าเลื่อนหลังได้สูงสุด 100 มิลลิเมตร และยังมีเบาะนั่งแถวที่ 2 มาแบบ zero gravity เพื่อสรีระที่แตกต่างปรับเอนได้มากขึ้นพร้อมฟังก์ชันนวด 10 จุดและความจำตำแหน่งเบาะ มีพื้นที่ท้ายรถมีความจุ 470 ลิตร ขยายได้สูงสุด 2,036 ลิตรเมื่อพับเบาะ

มีช่องสำหรับผู้โดยสารด้านหลังใช้งานระหว่างเบาะนั่งแถวที่ 2 ทั้งสองตัวมีทางเดินเล็กๆ สำหรับเข้าสู่แถวที่ 3 ผู้โดยสารแต่ละคนในแถวที่ 3 ดูเหมือนว่าจะมีที่รองศีรษะที่ปรับได้ 3 จุด มีตู้เย็นบริเวณตอนที่ 2 เก็บอุณหภูมิความเย็นตั้งแต่ -6 จนถึง 6℃ และอุ่นความร้อนที่อุณหภูมิ 35-50℃

BYD

สมรรถนะของคันนี้มาในแบบ Plug In Hybrid DM-i เจนที่ 5 แบบเบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร รหัส BYD472ZQB กำลังสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น TZ210XYD ให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นเริ่มที่รุ่นวิ่งอีวี 100 กิโลเมตร จับคู่แบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD ให้ความจุแบต 20.39 kWh วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 100 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC หรือ 96 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.1 วินาที ประหยัดทั้งระบบ 18.87 กิโลเมตรต่อลิตร (NEDC) ชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 41 kW และชาร์จกระแสสลับ AC 7 kW

รุ่นวิ่งอีวี 180 กิโลเมตร จับคู่แบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD ให้ความจุแบต 36.6 kWh วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 150 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC หรือ 145 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC โดยวิ่งไกลสุดทั้งระบบ 945 กิโลเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.1 วินาที ประหยัดทั้งระบบ 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร  ชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 73 kW ภายใน 18 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC 7 kW

BYD

มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) 6kW สามารถจ่ายกระแสไฟได้ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ นุ่มนวลถึงใจด้วยช่วงล่างอิสระสี่ล้อและระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) โดยเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าและอาจเสริมรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อตามมาด้วย กับช่วงล่าง DiSus-C ปรับความหนืดได้เหมาะสมตามสภาพพื้นผิวการจราจร พร้อมปรับปรุงชิ้นส่วนช่วงล่างด้านหลัง ขับเคลื่อนโดยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ DiPilot ADAS ที่มาอย่างครบครันออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงได้แก่

  • ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) Stop and Go
  • ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
  • ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKS)
  • ช่วยเตือนการชนด้านหน้าและหลัง (PCW with RCW)
  • ช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD)
  • ช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA, RCTB)
  • ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ (LDP)
  • ช่วยควบคุมฉุกเฉินให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ (ELKA)
  • ช่วยเตือนการชนเมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถ (LCW)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง ถุงลมนิรภัยรอบคัน ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถล (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

BYD XIA

BYD M9 มีให้เลือกถึง 4 สีได้แก่ สีฟ้า Yuanshan Blue, สีม่วง Jianyao Purple, สีขาว Runyu White และสีดำ Xuankong Black เตรียมเปิดตัวที่เม็กซิโก 25 มิถุนายน

ที่มา AUTOHOME

 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts