เปิดตัวและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ DENZA Z9 GT 2026 เอสเตทหรู 5 ประตู หน้าเดิมปรับพลังใหม่ให้โหดดุกว่าครั้งไหนๆ

DENZA Z9 GT2026 แวกอนทรงสปอร์ตปรับปรุงใหม่มาพร้อมปรับสมรรถนะใหม่และเทคโนโลยีให้เด่นกว่าเดิม
ภายนอกปรับเล็กน้อยด้วยการเปลี่ยนตำแหน่ง LiDAR จากเดิมอยู่ที่กันชนหน้ามาไว้ที่หลังคารถพร้อมไฟสีน้ำเงินอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในโหมดอัตโนมัติ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 21 นิ้ว มียางหลายขนาดตั้งแต่ 255/40R21 และขนาดใหญ่สุด 275/40R21 เพื่อลดแรงต้านการหมุนและลดเสียงรบกวน

นอกนั้นเดิมๆด้วยดีไซน์กันชนหน้าออกแบบมุมซ้าย-ขวาเป็นรูปแนวนอนคาดว่าฝังไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เน้นความทึบมากขึ้นพร้อมช่องระบายอากาศออกแบบให้ใหญ่ขึ้น ติดตรา DENZA ไว้ประกบกับไฟหน้า LED แบบ “Twin Star Crown”
ด้านข้างสปอร์ตล้ำกับกระจกล้อมกรอบสีดำที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ ด้านท้ายมีความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับกับไฟท้าย LED แนวยาวครอบเส้นโครเมียมแนวนอน พร้อมตราตัวอักษร ขนาดใหญ่รับกับกันชนท้ายชิ้นใหญ่เสริมลิ้นกันชนหลังสีเงินให้ตัวรถดูดีขึ้น
สปอยเลอร์หลังแบบปีกเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า electric rear wing และสปอยเลอร์หลังแบบธรรมดา หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาด 2.1 ตารางเมตร เสริมเด่นกับล้ออัลลอยตั้งแต่ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R20 ตัวรถใหญ่ขึ้นตั้งแต่
- ความยาว 5,180 มิลลิเมตร ในรุ่น EV
- ความกว้าง 1,990 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,480 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,875 กิโลกรัม
- ที่ใส่ของใต้ฝากระโปรงหน้า 488 ลิตร ในรุ่น EV
ภายในมาพร้อมโทนสีใหม่

ด้วยโทนสีใหม่สีแดงลาวา Lava Red แทนสีแดงเบอร์กันดี Dark Night/Prague Red และยังมีสีม่วงกับสีเทา Silver Purple Mist/Pearl Gray เช่นเดิม ชุดหนังสัมผัสตกแต่งด้วยแผงคอนโซลหน้าแผงประตูด้วยวัสดุระดับพรีเมียม
เบาะนั่งหรูแบบ 5 ที่นั่งหุ้มหนัง NAPPA เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้ามาพร้อมกับ ระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และนวด 10 จุด จดจำตำแหน่งการปรับตำแหน่ง
ติดตั้งตู้แช่ความเย็นขนาดเล็กทั้งด้านหน้า 4 ลิตร ใส่น้ำขวดได้ 6 ขวด และหลัง 10 ลิตร บรรจุแชมเปญได้ 2 ขวดหรือไวน์ 4 ขวด ซันรูฟขนาดใหญ่ 2.1 ตารางเมตร พร้อมกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่อง 2 ด้านบนหลังคารถ
แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ติดตั้งระบบจอเรียงกันถึง 3 จอประกอบด้วยชุดมาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD 13.2 นิ้ว จอสัมผัสเชื่อมต่อระบบความบันเทิงขนาดใหญ่แบบลอยตัว 17.3 นิ้ว มีจอสำหรับฝั่งผู้โดยสารขนาด 13.2 นิ้ว และจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้าหรือ HUD พร้อมจอแสดงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านปาดล่างแบบ flat-bottomed ดีไซน์ใหม่ ย้ายคันเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัย และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Boost แบบสัมผัสเดียว คอนโซลกลาง ติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ตโฟนชาร์จจุใจถึง 2 เครื่อง กำลังชาร์จ 50 W และช่องแอร์ตรงกลางดีไซน์ใหม่
เครื่องเสียงคุณภาพรอบคัน 24 จุด DEVIALET รวมในชุดคอนโซลหน้า และพนักพิงศีรษะด้านหน้า ร่วมสร้างความบันเทิงและประสบการณ์ที่น่าจดจำทุกการเดินทาง เสริมด้วยแสงไฟเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารกว่า 128 เฉดสี
ขุมพลังใหม่

รุ่นไฟฟ้าล้วนด้วย Blade Battery 2.0 (แบตรุ่นใหม่) รุ่นใหม่!! มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP ขนาดใหม่ 102.3 kWh ให้กำลัง 503 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุด 880 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 849 กิโลเมตร (NEDC) ในรุ่น Standard Range RWD
รุ่น Long Range RWD มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP ขนาดใหม่ 122.5 kWh ให้กำลัง 503 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุด 1,036 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 999 กิโลเมตร (NEDC)
ในขณะที่ขับเคลื่อนสี่ล้อ Performance 4WD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ล้อหน้า 1 ตัว ให้กำลัง 313 แรงม้า แรงบิด 410 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง 2 ตัว ฝั่งละ 422 แรงม้า แรงบิดฝั่งละ 400 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมใหม่สูงสุด 1,157 แรงม้า แรงบิดรวม 1,210 นิวตันเมตร (จากแรงม้ารวมเดิม 966 แรงม้า)
จากแบตเตอรี่ขนาด 122.5 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขยายระยะทางวิ่งไกลออกเป็น 820 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 791 กิโลเมตร (NEDC)
ทั้ง 3 รุ่นชาร์จได้ทั้ง DC พัฒนาใหม่รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 1,500 kW 10-97% ชาร์จเต็มภายใน 9 นาที (ชาร์จเร็วมาก 5 นาที 10-70%) และชาร์จ AC ได้ นอกจากนี้ยังมีรุ่น PHEV วิ่งอีวี 401 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 387 กิโลเมตร (NEDC)

DENZA Z9 GT 2026 พร้อมสีภายนอกใหม่สีเขียวฟยอร์ด Fjord Green แน่นอนว่าจีนได้ใช้ก่อนในราคาเริ่มต้น 269,800-369,800 YUAN หรือราว 1,249,000-1,714,000 บาท 5 รุ่นย่อย
ที่มา CarNewsChina










