Ford เปิดตัว “F-Line E” รถบรรทุกหนัก EV รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ ก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของการขนส่งเชิงพาณิชย์ เมื่อ Ford Trucks ตัดสินใจส่งยักษ์ใหญ่พลังงานสะอาดลงตลาดยุโรป

แม้พักหลังๆ Ford จะมีการปรับลดเป้าหมายที่ทะเยอทะยานด้านรถ EV ลงบ้างในฝั่งรถบ้าน แต่กับโปรเจกต์นี้ พวกเขายังคงเดินหน้าใส่เกียร์เดินหน้าเต็มกำลังด้วยเงินลงทุนก้อนโตและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าจับตามอง
นี่คือผลงานรถบรรทุกพลังงานแบตเตอรี่รุ่นแรก จากแผนก Ford Trucks ซึ่งบอกเลยว่าคุณจะหาซื้อรถคันนี้ไม่ได้ตามโชว์รูม Ford ทั่วไป เพราะเจ้า “F-Line E” คันนี้คือรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ
ต้องขยายความก่อนว่า Ford Trucks คือแขนขาหลักในฝั่งรถเพื่อการพาณิชย์หนักของ Ford Otosan ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระดับตำนานระหว่าง Ford และ Koç Holding แห่งตุรกี รับหน้าที่ดูแลงาานออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตทั้งรถหัวลาก รถก่อสร้าง และรถบรรทุกหนัก เพื่อป้อนตลาดทั่วยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ขุมพลังสายแบก: สเปกจัดเต็มทั้ง 6×2 และ 4×2
Ford Otosan เลือกเวทีงาน Solutrans ที่ฝรั่งเศส เป็นที่เผยโฉมตัวจริง โดยมีไฮไลท์อยู่ที่สเปกขุมพลัง:
1. รุ่นใหญ่ 6×2 (ตัวท็อป)
-
แบตเตอรี่: ใช้แบตฯ Nickel Manganese Cobalt (NMC) ขนาด 98 kWh จำนวน 4 ลูก รวมความจุ 392 kWh (ใช้งานจริง 314 kWh)
-
ระยะทาง: เคลมว่าวิ่งได้ไกลสุด 300 กม. (186 ไมล์) ต่อการชาร์จ
-
พละกำลัง: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ล้อคู่หลัง ให้กำลังปกติ 415 แรงม้า แต่สามารถบูสต์ Peak Power ได้ถึง 523 แรงม้า
-
แรงบิด: มหาศาลที่ 1,370 นิวตันเมตร (ปกติ) และพีคสุดที่ 2,470 นิวตันเมตร (1,821 lb-ft)
-
การชาร์จ: รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 285 kW

2. รุ่นเล็ก 4×2
-
แบตเตอรี่: ลดลงเหลือ 3 แพ็ก ความจุรวม 294 kWh (ใช้งานจริง 235 kWh)
-
พละกำลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 315 แรงม้า (Peak 389 แรงม้า)
-
ระยะทาง: วิ่งได้ประมาณ 250 กม. (155 ไมล์)
-
การชาร์จ: รองรับการชาร์จสูงสุด 213 kW
หมายเหตุ: ทั้งสองรุ่นถูกล็อคความเร็วสูงสุดไว้ที่ 90 กม./ชม. ตามกฎหมายรถบรรทุก
เกิดมาเพื่องานหนัก (Built for Work)
Ford Trucks วางตำแหน่ง F-Line E ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฟลีทขนส่ง, งานเทศบาล หรือรถเฉพาะทางต่างๆ เช่น รถเก็บขยะ ด้วยดีไซน์แบบ Modular ทำให้ผู้ประกอบการนำไปดัดแปลงต่อเติมได้ง่ายโดยไม่ต้องรื้อระบบรถขนานใหญ่

ยังไม่ทิ้งดีเซล: เปิดตัว F-Max รุ่นปรับปรุง
ในงานเดียวกัน Ford ไม่ได้เทหมดหน้าตักไปที่ EV เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดตัว F-Max รุ่นอัปเดตสำหรับปี 2025 ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล โดยมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ขนาด 12.7 ลิตร ใหม่ ซึ่งเคลมว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 11% เป็นการส่งสัญญาณว่า ในโลกของการขนส่งเชิงพาณิชย์ Ford ยังคงให้ความสำคัญกับทั้งสองทางเลือก
Source: Carscoops










