Geely Holding Group ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีสุดเดือด ให้ Cao Cao Mobility เตรียมส่งรถแท็กซี่ไร้คนขับ หรือ Robotaxi จำนวนกว่า 100,000 คัน ลงสนามจริงภายในปี 2030 พร้อมปูพรมเปิดให้บริการในระดับสากล

ประเด็นร้อน: ยุคสมัยของคนขับกำลังจะหมดไป?
- เป้าหมายชัดเจน: ติดตั้ง Robotaxi 100,000 คัน ภายในปี 2030 และขยายธุรกิจไปทั่วโลก
- รถรุ่นใหม่มาแน่: เตรียมเปิดตัวรถ Robotaxi รุ่นพิเศษที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติมาให้จากโรงงานภายในปีนี้
- ไปไกลกว่าจีน: เตรียมตั้งสำนักงานใหญ่ที่อาบูดาบี (Abu Dhabi) ปีนี้ เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ
ก้าวเข้าสู่ Robotaxi 2.0: เมื่อ AI คุมพวงมาลัยแบบ 100%
ปัจจุบัน Cao Cao ได้เริ่มทดสอบการเดินรถ Robotaxi เจนเนอเรชั่นที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป้าหมายถัดไปคือการก้าวข้ามจากการใช้ “พนักงานเฝ้าระวังความปลอดภัย” (Safety Driver) ไปสู่การทำงานแบบ “ไร้คนขับโดยสมบูรณ์” ซึ่ง Geely ใช้ประสบการณ์และฐานข้อมูลจากการวิ่งจริงทั่วประเทศจีนมานานกว่า 10 ปี เพื่อขัดเกลา AI ให้ฉลาดที่สุด
รถที่เกิดมาเพื่อไร้คนขับโดยเฉพาะ
ความน่าสนใจอยู่ที่การร่วมมือกับบริษัทแม่อย่าง Geely เพื่อผลิตรถรุ่นใหม่ที่เกิดมาเพื่อเป็น Robotaxi โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่เอารถบ้านมาติดเซนเซอร์ แต่เป็นการติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ (Proprietary Autonomous Driving Suite) มาให้สำเร็จรูปจากสายการผลิต ซึ่งรุ่นต้นแบบจะเปิดตัวภายในปีนี้!

สมรภูมิหุ่นยนต์ล้อเลื่อน: คู่แข่งเพียบ!
- Baidu: ส่ง Apollo Go ลงชิมลางไปก่อนหน้า
- Xpeng: เพิ่งประกาศทดสอบซอฟต์แวร์ VLA 2.0 (Vision-Language-Action) ที่ใช้โมเดล AI ขั้นสูง เพื่อดันรถไปสู่ระดับ Level 4 (ขับขี่อัตโนมัติเกือบสมบูรณ์) ในเร็วๆ นี้
- Startup: อย่าง WeRide และ Pony AI ก็กำลังเร่งพัฒนาอย่างหนัก
แม้เสน่ห์ของการขับรถด้วยตัวเองจะยังคงอยู่ แต่ในภาคธุรกิจขนส่งสาธารณะ “Robotaxi” กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การที่ Geely มั่นใจประกาศตัวเลขแสนคัน แสดงว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานจริงมากกว่าที่เราคิด
Source: cnevpost










