More

    เมกะวัตต์เหมือนกัน! Geely ปลดล็อกตู้ชาร์จระดับ 1,500 kW เติม 80% ภายใน 7 นาที

    ก่อนหน้านี้ไม่นาน BYD เพิ่งมีการทดสอบสถานีชาร์จ Flash Charge เจเนอเรชันใหม่ในประเทศจีน ที่มีกำลังไฟสูงถึง 1,500 kW มากกว่า Supercharger V4 ของ Tesla ถึงประมาณ 3 เท่า กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีชาร์จเร็วในวงการ EV แต่ล่าสุด อีกค่ายก็ไม่น้อยหน้าเมื่อ Geely ปลดล็อกตู้ชาร์จ ความเร็วระดับเมกะวัตต์ พร้อมขยับขึ้นมาอยู่แถวหน้าของยุค Megawatt Charging ที่อาจเป็นแนวทางใหม่ของการเติมพลังงานให้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

    Geely ปลดล็อก ตู้ชาร์จ

    Geely ร่วมลุยระดับเมกะวัตต์

    Geely ประกาศขยายเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศจีน ให้เป็น 2,103 แห่ง ครอบคลุมกว่า 215 เมือง และมีหัวชาร์จรวมหลายพันจุด โดยเฉพาะจุดชาร์จตามพื้นที่บริการบนทางด่วนที่มีมากถึง 6,269 จุด

    โดย Geely ปลดล็อกตู้ชาร์จ ที่มีจุดเด่นของเครือข่ายคือ สามารถปล่อยพลังงานผ่านหัวชาร์จเดี่ยวได้สูงสุดถึง 1,500 kW หรือ 1.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นระดับพลังงานที่สูงมากสำหรับระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

    ซึ่งระบบชาร์จประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรถที่มีสถาปัตยกรรมแรงดันสูง พร้อมยีงสมารถช่วยลดเวลาในการเติมพลังงานลง ทำให้ Geely ก้าวขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของยุคเมกะวัตต์ สำหรับการเติมพลังงานรถยนต์ไฟฟ้า โดย Geely มองว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นก้าวสำคัญของตลาด EV ในอนาคต

     

    Geely ปลดล็อก ตู้ชาร์จ

    ทดสอบจริงกับ Zeekr 001

    ในการทดลองระบบชาร์จ 1,500 kW ได้มีการนำ Zeekr 001 รุ่นปี 2026 ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ Golden Battery รุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทพัฒนาขึ้นเอง ใช้ในการทดสอบ โดยแบตเตอรี่รุ่นนี้รองรับอัตราการชาร์จระดับ 12C ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 900V ทำให้สามารถรับพลังงานมหาศาลได้ในระยะเวลาสั้นๆ

    ผลการทดสอบพบว่า

    • ชาร์จจาก 10 – 80% ทำได้ภายในเวลาประมาณ 7 นาที
    • ระบบสามารถรองรับกระแสไฟเกือบ 1,488 แอมป์

    ซึ่งสถาปัตยกรรมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 900V เป็นการพัฒนาจากรุ่น 800V มาตรฐานเดิม โดยมีการออกให้ลดการเกิดความร้อน และปรับปรุงประสิทธิภาพทางไฟฟ้าจากรุ่นเดิม

    OEM ที่ควบคุมเอง

    Geely ใช้กลยุทธ์ที่มีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเองทั้งหมด โดยสถานีชาร์จและอุปกรณ์ต่า ๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทโดยตรง ไม่ได้มีการพัฒนาผ่านพันธมิตรหรือแพลตฟอร์มร่วมเครือข่าย 

    วิธีนี้ช่วยให้ Geely สามารถควบคุมการทำงานระหว่างทั้งตัวรถยนต์ และหัวชาร์จได้ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ไปจนถึงระบบภายในรถ

    ตู้ชาร์จระดับ 1,500 kW หรือที่เรียกว่า Megawatt Charger แต่ละจุด ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานประมาณ 50 – 60 คันต่อวัน โดยคำนวณจากการชาร์จเฉลี่ยครั้งละประมาณ 50 kWh

    นอกจากนี้ในสถานียังติดตั้ง ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Buffer) ขนาดประมาณ 300 – 500 kWh เพื่อช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และทำให้สามารถรองรับการชาร์จความเร็วสูงได้ต่อเนื่อง แม้อยู่ในพื้นที่ ที่มีกำลังไฟจากโครงข่ายไม่สูงมากก็ตาม

     

    Geely ปลดล็อก ตู้ชาร์จ Geely ปลดล็อก ตู้ชาร์จ

    แผนการ 1,500V ของ Geely

    การเปิดตัวระบบชาร์จระดับเมกะวัตต์เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของ Geely ที่กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้าให้สูงถึง 1,500V

    โดยคาดว่าแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำไปใช้กับรถพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมของกลุ่ม Geely ในอนาคต และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่หลายอย่าง เช่น

    • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 16-in1 electric drive
    • กำลังสูงสุดประมาณ 370 kW (503 แรงม้า)
    • แบตเตอรี่ Aegis short-blade LFP และแบตเตอรี่แบบ solid-liquid hybrid

    สำหรับแบตเตอรี่ตระกูล Aegis ยังถูกออกแบบให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศหนาวจัด โดยจะสามารถรักษาความจุแบตเตอรี่ได้ประมาณ 90.5% ที่อุณหภูมิ -30°C และยังคงสภาพแบตเตอรี่ได้กว่า 92% หลังจากชาร์จไปแล้ว 1,500 ครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูง

     

    เครือข่ายพลังงานเริ่มมีผล

    อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของตลาด EV จีนไม่ได้มีการแข่งขันแค่ตัวรถในปัจจุบัน เพราะเริ่มมีการขยายไปสู่เครือข่ายด้านพลังงานอีกด้วย 

    โดยช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 กลุ่ม Geely มียอดส่งมอบรถรวม 476,327 คัน ซึ่งสูงกว่ายอดส่งมอบของ BYD ในช่วงเวลาเดียวกันประมาณ 76,000 คัน

    สำหรับ BYD ได้เตรียมวางแผนในการสร้างสถานีชาร์จจำนวนมาก โดยตั้งเป้าให้มี 20,000 สถานีภายในสิ้นปีนี้ ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตร

    แต่ฝั่งของ Geely มีกลยุทธ์ในการสร้างสถานีชาร์จจำนวนมากแบบ Ultra-fast ของตัวเอง โดยปัจจุบันมีสถานีชาร์จเร็วระดับสูง ที่ใช้งานได้จริงกว่า 1,216 แห่ง ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มากที่สุดสำหรับการชาร์จระดับ 1,500 kW ในตอนนี้

    ทำให้แบรนด์ในเครืออย่าง Zeekr, Lynk & Co และ Lotus เข้าถึงสถานีชาร์จที่มีกำลังไฟสูงสุดของเครือข่ายได้ก่อนค่ายอื่น

     

    กลยุทธ์ระบบขับเคลื่อน

    หลังจากที่ตลาดรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน BEV เริ่มชะลอตัวช่วงต้นปี 2026 ทำให้ Geely ต้องมีการปรับกลยุทธ์ด้านระบบขับเคลื่อน โดยจะไม่เน้นเฉพาะรถไฟฟ้าอย่างเดียว แต่จะขยายไปสู่เทคโนโลยีแบบไฮบริดควบคู่ไปด้วย

    ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือระบบไฮบริด Thor 2.0 ที่สามารถนำพลังงานจากน้ำมันมาใช้ขับเคลื่อน และสูญเสียพลังงานจากความร้อนน้อยลงถึง 46.5% ซึ่งถือว่าสูงสุดในกลุ่มเครื่องยนต์ที่มีการผลิตและจำหน่ายจริงในปัจจุบัน

    นอกจากนี้ ระบบยังใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจจับกระแสไฟขนาดเล็กในแพ็กแบตเตอรี่ โดย Geely ระบุว่าเทคโนโลยีนี้สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ประมาณ 15% เพราะสามารถการก่อตัวของผลึกโลหะภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วได้

     

    ข้อมูลและรูปภาพจาก : carnewschina.com

    ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts