ในช่วงที่ผ่านมากระแสข่าวเกี่ยวกับ การร่วมมือของตำรวจทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กำลังวางแผนยกระดับการตรวจจับความเร็ว ด้วยการนำกล้องจับความเร็วเฉลี่ยแบบ AI มาติดตั้งใช้งานวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นความจริง! เพราะล่าสุด เพจตำรวจทางหลวงมีการยืนยัน กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย ไม่ใช่เรื่องจริง

สยบข่าวลือ กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย ไม่ใช่เรื่องจริง
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับ การใช้กล้อง Average Speed Camera ที่ให้ AI ทำงานร่วมกับกล้องตรวจจับความเร็วตลอดเส้นทาง แบบจุดต่อจุด ตลอดช่วงถนน
โดยมีการระบุว่ากล้องจะบันทึกเวลาที่รถวิ่งจากจุด A ไปยังจุด B แล้วนำระยะทางมาคำนวณเป็นความเร็วเฉลี่ย เช่น หากระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่าที่กำหนดไว้ หมายความว่ามีการขับรถเร็วเกินกฎหมายระหว่างทาง ซึ่งต่อให้ผู้ขับขี่มีการลดความเร็ว ชะลอในตอนที่ผ่านกล้องก็จะโดนตรวจจับอยู่ดี
ซึ่งจากข้อมูลเดิมมีการกำหนดว่าจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริงตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
แต่ว่า เธออย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดไป~ ล่าสุดตำรวจทางหลวงได้มีการสยบข่าวลือ โดยยืนยันข้อมูลผ่าน เพจตำรวจทางหลวง ระบุว่า “จากข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กองบังคับการตำรวจทางหลวงยืนยันว่าไม่มีดำเนินการใช้มาตรการตรวจจับความเร็วแบบค่าเฉลี่ยโดย AI”
ยังคงรักษาความปลอดภัยในแบบมาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงยังคงมีมาตรการตรวจจับความเร็ว เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ตามมาตรฐานสากล ผ่านกล้องระบบ ASE (Automatic Speed Enforcement)
- ตรวจจับแบบเฉพาะจุด
- ใช้เรดาร์ตรวจจับความเร็วรถตลอดเวลา
- เมื่อพบรถวิ่งเกินกฎหมายกำหนด ระบบจะถ่ายภาพรถและป้ายทะเบียนอัตโนมัติ
- ข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุม เพื่อใช้เป็นหลักฐานออกใบสั่งทันที
ติดตั้งจุดเสี่ยง เลี่ยงอุบัติเหตุ
ตำรวจทางหลวงยืนยันว่า การติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วจะมีการเน้นใช้ในพื้นที่ความเสี่ยง ที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากทั่วประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือ
- ต้องการลดการเกิดอุบัติเหตุ
- ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
- สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนทุกคน
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับใบสั่งจราจร ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอความช่วยเหลือบนท้องถนน สามารถติดต่อ ตำรวจทางหลวง ได้ที่หมายเลข 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลจาก : ตำรวจทางหลวง
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












