Easy Pass แบตหมด มันมีด้วยเหรอ !? คำตอบที่หลายคนอาจไม่รู้คือ แบตหมด ได้ครับ เคยไหมครับ? ขับรถเข้าเลน Easy Pass มาด้วยความมั่นใจ แต่ไม้กั้นกลับนิ่งสนิท รถคันหลังก็จ่อท้ายจนเหงื่อตก! หลายคนอาจจะคิดว่าเงินหมดแน่ๆ แต่พอเช็กในแอปฯ อ้าว! เงินก็เหลือเพียบ นั่นแหละครับ จะเป็นสัญญาณที่เตือนว่าแบตกำลังจะหมดแล้ว
Easy Pass มีแบตหมดด้วยเหรอ มันอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?
เจ้ากล่องสีขาวๆ หรือที่เรียกกันว่า OBU (On-Board Unit) ที่เราแปะไว้หน้ากระจกรถ ภายในมีแบตเตอรี่แบบลิเธียมฝังอยู่ครับ ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณวิทยุ (RFID) ไปยังเสารับสัญญาณที่ด่าน โดยปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5-7 ปี หรือขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน ใครที่ใช้รถทุกวัน ขึ้นทางด่วนเช้า-เย็น แบตก็อาจจะลาโลกไวกว่าเพื่อนครับ
สัญญาณเตือน “แบตหมด” ที่ต้องสังเกต
ก่อนที่เครื่องจะดับสนิทจนไม้กั้นไม่เปิด มันจะส่งสัญญาณเตือนคุณก่อนเสมอครับ:
-
เสียงสัญญาณ “ติ๊ด” เปลี่ยนไป: จากที่เคยดังฟังชัด เริ่มมีอาการเสียงเบาลง หรือบางครั้งก็ไม่มีเสียงเลยตอนผ่านด่าน
-
เครื่องอ่านสัญญาณยากขึ้น: คุณอาจต้องขับรถจ่อเข้าไปใกล้ไม้กั้นมากกว่าปกติ หรือต้องขยับรถเดินหน้าถอยหลังเพื่อให้เซนเซอร์หาเจอ
-
หน้าจอที่ด่านฟ้องอาการ: แทนที่จะขึ้นยอดเงินคงเหลือ หน้าจอมักจะขึ้นข้อความว่า “Low Bat” หรือ “Card Error”(ทั้งที่บัตรยังเสียบแน่น) นี่แหละครับคือสัญญาณชัดเจนว่า Easy Pass แบตหมด ของจริง!
แบตหมดแล้วทำไง? เปลี่ยนเองได้ไหม?
ห้ามแงะเครื่องเองเด็ดขาด! เพราะตัวเครื่องถูกซีลปิดตายมาจากโรงงาน หากคุณพยายามแกะเปลี่ยนถ่านเองจนเครื่องชำรุด หรือรอยซีลขาด ทาง กทพ. (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย) จะถือว่าอุปกรณ์ชำรุดและอาจเสียสิทธิ์การเคลมฟรีได้ครับ
วิธีการเปลี่ยนเครื่องใหม่ (ฟรีนะบอกให้!)
หากคุณพบว่า Easy Pass ของคุณ แบตหมด ให้ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ:
-
เตรียมอุปกรณ์: นำตัวเครื่อง Easy Pass เดิม พร้อมบัตรสมาร์ทการ์ด ไปด้วย
-
ติดต่อจุดบริการ: แวะไปที่ศูนย์บริการลูกค้า Easy Pass บนทางด่วน หรืออาคารด่านเก็บค่าผ่านทางทุกแห่ง
-
เปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที: เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบยอดเงินคงเหลือจากบัตรเดิม แล้วโอนเข้าเครื่องใหม่ให้เราเลย โดยปกติจะ ไม่มีค่าธรรมเนียม ในการเปลี่ยน (แต่อาจต้องเติมเงินสำรองเข้าระบบเริ่มต้นตามเงื่อนไขของ กทพ.)
กดติดตาม Car2Day บน Facebook รู้ข่าวยานยนต์ก่อนใคร
บทความอื่นๆที่น่าสนใจ










