เปิดตัวช้ากว่าอินโดนีเซียเกือบ 1 ปี สำหรับ Hyundai Stargazer 2026 ไมเนอร์เชนจ์ที่ไทยยังเปิดตัวเร็วกว่ามาเลเซียเพราะเขาขายไตรมาส 4 ปีนี้

Hyundai Stargazer 2026 ไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรกในรอบ 4 ปี ในร่างเอ็มพีวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่เปลี่ยนหน้าตาและงานออกแบบใหม่ ให้ดุดัน และทะมัดทะแมง

เริ่มที่ปรับเส้นแนวฝากระโปรงใหม่มาในแนวเส้นแบ่งระดับขอบนูนซ้าย-ขวา ตรงกลางกดลงพร้อมทำทรงขอบแบบปิดมาถึงบ่าซุ้มล้อ ปรับไฟหน้า LED แนวนอนใหม่อยู่ระดับเดียวกับกระจังหน้าทรงทึบติดตราโลโก้ ส่วนล่างดีไซน์แบบกึ่งตาราง ด้านบนล้อมชายล่างด้วยกรอบไฟ DRL แบบใหม่ ทรงตัวเอช กันชนหน้าก็มีช่องดักลมขนาดใหญ่ทรงสีเหลี่ยมมีกรอบสีเงินรูปตัวเอชครอบทับไว้ช่วยทำให้รถดูบึกบึนกว่าเดิมอีกด้วย
ด้านข้างเสริมราวหลังคา เสาอากาศครีบฉลาม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน ล้ออัลลอยลายใหม่ตั้งแต่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/55 R16 และขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 205/50R17
ส่วนท้ายรถมีการปรับงานออกแบบฝาท้ายใหม่ติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 บนขอบกระจกท้ายส่วนบน ไฟท้าย LED รูปตัวเอช ไฟเบรกไปที่ตัวถังด้านข้าง ปรับดีไซน์กันชนท้ายใหม่ให้ดูสวยงามแบบทูโทนสีเดียวกับตัวรถกรอบป้ายทะเบียนสีเงิน ลงตัวกับงานดีไซน์ด้านหน้ารถมากขึ้น ขนาดมิติตัวรถที่ใกล้เคียงหรือใหญ่กว่ากับคู่แข่งตั้งแต่
- ความยาว 4,575 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,780 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,695-1,710 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,780 มิลลิเมตร
- ระดับต่ำสุดจากพื้น 205 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,209-1,272 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร

ภายในคงเดิมปรับดีไซน์ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light ใหม่ไปอยู่ด้านบน ดีไซน์ช่องแอร์ฝังลึกเข้าด้านใน ปุ่มการใช้งานเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติออกแบบใหม่รวมถึงปุ่มการทำงานจอสัมผัสรวมถึงในจุดเดียวกัน

จอสัมผัสขนาดใหม่ 10.25 นิ้วและขนาด 8 นิ้วให้เลือก เชื่อมต่อความบันเทิงทุกรูปแบบทั้ง Apple CarPlay Android Auto มาตรวัดดิจิตอลพร้อมจอสี MID แบบ TFT 4.2 นิ้ว และขนาด 10.25 นิ้วแบบ TFT LCD ให้เลือก เบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Hold ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้าน และลำโพง 4 กับ 6 จุด


เน้นการออกแบบที่คำนึงถึงความสบายและความปลอดภัยของทุกที่นั่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ดีไซน์กระจกขนาดใหญ่ ที่ให้ความรู้สึกโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด อีกทั้งจัดเต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น โต๊ะพับหลังพนักพิงด้านหน้า ถาดเก็บของแบบซ่อนที่คอนโซลหน้าการปรับระดับเบาะโดยสารได้อย่างสะดวกสบายด้วยการจัดวาง
เบาะที่นั่ง 3 แถว ซึ่งทุกแถวสามารถนั่งได้สบายไม่ว่าระยะทางใกล้หรือใกล้แบบ 6 ที่นั่ง โดยเบาะแถวที่ 2 มาแบบ Captain Seat โดยมีพื้นที่ด้านท้าย 200 ลิตร กรณีไม่พับเบาะตอนสามแต่ถ้าพับเบาะตอนสามมีพื้นที่มากถึง 585 ลิตร และมีแบบ 7 ที่นั่งให้เลือก

ขุมพลังเบนซินเป็นขนาด 1.5 ลิตร Smartstream MPI รหัส G4FL ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิด 144 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ในชื่อ IVT Hyundai’s Intelligent Variable Transmission
พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 แบบ คือ อีโค Eco, คอมฟอร์ท Comfort, สปอร์ต Sport และสมาร์ท Smart พร้อมความปลอดภัย Hyundai Smart Sense ทั้ง
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision-Avoidance Assist
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist
- ช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Sport Collision Avoidance Assist
- เตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist
- ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist
- เตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งสวนมา Safe Exit Warning
- เตือนอาการเหนื่อยล้าในการขับขี่ Driver Attention Warning

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคัน ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรก Anti-lock Brake System (ABS) วัดค่าลมยาง 4 ล้อ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC)
เสริมแรงเบรก Brake Assistant System (BAS) ควบคุมการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill-Start Assist Control (HAC) ควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Management (VSM) ไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Stop Signal (ESS)

Hyundai Stargazer ไมเนอร์เชนจ์นำเข้าจากอินโดนีเซียเตรียมเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มีนาคม ก่อนเข้างาน Bangkok Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน จับตาสเปกไทยอาจเปลี่ยนแปลงมากน้อยจากอินโดนีเซียแค่นั้นไหนต้องติดตาม










