ครั้งแรกของ ISUZU MU-X เสริมทางเลือกเพิ่มรุ่น 2.2 ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรุ่นที่น่าจับตามองนอกจากรุ่น RS นั่นคือ ISUZU MU-X ULTIMATE

ISUZU MU-X ULTIMATE รุ่นใหม่พลัง 2.2 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นรองท็อปตกแต่งหรูหราลักชัวรี 7 ที่นั่ง 3 แถวกับค่าตัวไม่เกิน 1.7 ล้านบาท

ภายนอกหรูหราฝากระโปรงหน้าออกแบบเส้นสายหนาลงตัวพร้อมกระจังหน้าเขี้ยวสองชั้น Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide ขอบสีเงิน โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า Bi-LED แบบ Dynamic Blade มีไฟ Daytime แบบ LED ในตัวโคมไฟหน้า เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้า แบบ Fighter Jet ดุดันพร้อม Air Curtain เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED
สอดรับกับเส้นสายด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์เติมอารมณ์สปอร์ตด้วยเสาอากาศครีบฉลาม ราวหลังคาบิ๊วอินสีดำดีไซน์กลมกลืนกับหลังคา กระจกมองข้างไฟเลี้ยว LED ปรับ-พับด้วยไฟฟ้า บันไดข้าง
สบายยิ่งกว่าด้วยฝาท้าย Smart Tailgate เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทำงานร่วมกับระบบ Step Sensor และหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้วยระบบ Jam Protection พร้อมชุดกันชนหลังทรงเดิมออกแบบลิ้นสปอยเลอร์หลัง
ไฟท้าย LED แบบ Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line และล้ออัลลอยดีไซน์ Dynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว สี Magnetite II พร้อมดีเทลก้านแม็กแบบ 3D พร้อมยาง 265/50 R20 โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,860 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,870-1,885 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,815-1,875 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,855 มิลลิเมตร
- ความกว้างฐานล้อหน้าและล้อหลังเท่ากัน 1,570 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 235 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,975-2,175 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

คอนโซลดีไซน์สี Truffle Brown-Black พรีเมียมด้วยวัสดุ Piano Black – Satin Silver มาตรวัดเรืองแสง Integrated MID 7 นิ้ว เชื่อมต่อข้อมูลกับจอสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้วรองรับการใช้งานทั้งระบบเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay แสดงผลหลายฟังก์ชันทั้งแสดงองศามุมปีนไต่ ลาดเอียง ทิศทางการเลี้ยวของล้อ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่หน้าจอ Integrated MID และ Infotainment Display ลุยได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมลำโพงรวมทวิตเตอร์หน้า-หลัง 8 จุด

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านดีไซน์ใหม่ปรับได้ 4 ทิศทาง เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold ความสะดวกสบายครบครันมี Ambient Light และ Dome Light หรูมีระดับ สีขาว เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์หลัง Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง USB Fast Charger Type C และช่องต่อ DC 12V
ฟังก์ชันเอาใจคนรักความสะดวกสบายด้วยกุญแจรีโมท ISUZU Genius Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย Remote Engine Start และใช้เปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้า กระจกบังลมหน้าแบบ IR Cut ช่วยกรองรังสีอินฟราเรด ป้องกันรังสี UVA และ UVB ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสาร
ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารเปิดอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้รถในระยะ 2 เมตร Welcome Light ล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างจากตัวรถเกินระยะ 3 เมตร Walk Away Auto Lock เปิดไฟส่องสว่างได้นาน 30 วินาที หลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ระบบกรองอากาศเข้าห้องโดยสาร สามารถดักฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึงระดับ PM2.5



ยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสารด้วยโทนสี Truffle Brown–Black ให้ความรู้สึกอบอุ่น High Class เบาะ 7 ที่นั่ง ดีไซน์ สี Truffle Brown ที่นั่งสบายเหนือกว่า โอบรับสรีระ ด้วยวัสดุ COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน เบาะนั่งปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางสำหรับคนขับและปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางสำหรับคนนั่งพร้อมเบาะนั่ง
ตอนที่ 2 ปรับเอนได้ถึง 22 องศา พับได้ 60/40 แบบพับม้วนเดียวจบและเบาะนั่งตอน 3 สบายพับได้แบบ 50/50 พร้อมพื้นที่สัมภาระด้านท้ายมากถึง 311 ลิตร และพับเบาะตอน 3 มีพื้นที่ความจุมากถึง 1,119 ลิตร และเมื่อพับตอน 2 กับตอน 3 ด้วยกันจะมีพื้นที่ความจุมากถึง 2,138 ลิตร มากที่สุดในรถระดับเดียวกัน
พลังใหม่ 2.2 ลิตร

ขุมพลังแรงและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS ขนาด 2.2 Ddi MAXFORCE รุ่น RZ4F-TC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ให้พลังแรงเพิ่มขึ้นสุดถึง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600–2,400 รอบต่อนาที
พัฒนากล่อง ECM แบบ MULTI-CORE ประสิทธิภาพสูง เสื้อสูบแกร่งพิเศษ แบบ EXTREME STRENGTH ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยวด้วยเฟืองและโซ่เหล็กกล้า TIMING GEAR & CHAIN แบบ Double Scissors Gear
พร้อมระบบปรับความตึงของโซ่ ขับเคลื่อนฟันเฟืองอัตโนมัติ ทนทานทำงานเงียบและ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง 250 MPa. พร้อมห้องเผาไหม้แบบ HIGH SWIRL เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์แบบ มาพร้อมกับลูกสูบ ULTRA-LOW FRICTION ที่ให้แรงเสียดทานต่ำพิเศษ

ผ่านมาตรฐาน EURO 5 ด้วยการใช้เทคโนโลยีตัวกรองเขม่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล DPD (Diesel Particulate Diffuser) ลดเขม่าและฝุ่นขนาดเล็กจากการเผาไหม้จากเดิมจะมี แคทาลิติก คอนเวอร์เตอร์ สามารถรักษาสมรรถนะรถ ประสิทธิภาพการใช้งานอันยอดเยี่ยม และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยไม่เติมน้ำยาบำบัดไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล เช่น AdBlue
ระบบส่งกำลังใหม่ลุยได้ทุกเส้นทาง

เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ REV TRONIC รุ่น L-B500 ครั้งแรกของอีซูซุให้อัตราทดเกียร์ต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็วพร้อม Sequential Paddle Shift พร้อมขับเคลื่อนสี่ล้อ Part Time Terrain Command สวิตช์เปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ พร้อม Rough Terrain Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ เบรกให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ ทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L ลุยน้ำได้สูงสุด 800 มิลลิเมตร

โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมช่วงล่างคอยล์สปริงทั้ง 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspensionและพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ขับสบายเหนือกว่าคล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง

พร้อมเทคโนโลยี เพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ทำงานด้วยกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera แม่นยำกว่ากล้องเดี่ยวแบบ Mono Camera ทั่วไป ตรวจจับเส้นถนนและวัตถุด้านหน้ารถแบบ Real Time มีมุมมองกว้างและแม่นยำกว่าเดิมด้วยเรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน โดย ADAS Generation ล่าสุด!
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS (Lane Keep Assist System)
- ช่วยควบคุมทิศทางของรถตามรถคันหน้า TJA (Traffic Jam Assist)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping)
- ช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
- แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Brake)
- ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attention Assist)
- ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) พร้อม Stop & Go
- เตือนการชนด้านหน้าอัตโนมัติ FCW (Front Forward Collision Warning)
- หยุดรถอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Brake)
- เตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ LDW (Lane Departure Warning)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินขณะกำลังเลี้ยว TA-AEB (Turn Assist with Autonomous Emergency Braking)
- ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam)
- เบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน MCB (Multi-Collision Brake)
- ตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง MSL (Manual Speed Limiter)
- ตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน BSM (Blind Spot Monitoring)
- ช่วยเตือนขณะถอย RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

เซนเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ Parking Aid System รวม 8 จุด ทำงานร่วมกับกล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะ Lane Guide กล้องรอบคัน 360O Surround View Camera ให้ภาพคมชัดแบบ 3D พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ ดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) เสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
กระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution) ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System) ควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่ ESC (Electronic Stability Control) ควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control)
ลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS (Brake Override System) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 ตำแหน่งและโครงสร้างห้องโดยสาร Ultra-High Tensile
สำหรับ ISUZU MU-X THE NEXT PEAK รุ่น ULTIMATE 2.2 4WD 8 Auto มาในราคา 1,654,000 บาท มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่
- สีเทาไอเกอร์ เกรย์ โอเพค (Eiger Gray Opaque)
- สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เพิ่มเงิน 12,000 บาท
- สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica)










