More

    Neiry ฝังชิปสมองนกพิราบ สร้าง “โดรนมีชีวิต” บินไกล 400 กม. จุดชนวนดราม่าจริยธรรม

    Neiry บริษัทสตาร์ทอัพรัสเซียอ้างฝังชิปสมองนกพิราบสร้างโดรนมีชีวิต บินไกลกว่า 400 กม. จุดกระแสดราม่าด้านจริยธรรมและความมั่นคง

    Neiry ฝังชิปสมองนกพิราบ สร้าง “โดรนมีชีวิต” บินไกล 400 กม. จุดชนวนดราม่าจริยธรรม

    เมื่อเทคโนโลยีโดรนกำลังแข่งขันกันด้านระยะบินและแบตเตอรี่ ล่าสุดกลับมีแนวคิดที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น เมื่อสตาร์ทอัพจากรัสเซียชื่อ Neiry อ้างว่าสามารถใช้เทคโนโลยี Brain-Computer Interface (BCI) ฝังอุปกรณ์ควบคุมในสมองนกพิราบ เปลี่ยนให้กลายเป็น “โดรนมีชีวิต” ที่ไม่ต้องชาร์จแบต และบินได้ไกลกว่า 400 กิโลเมตรต่อวัน

    แนวคิดดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อเทคโนโลยีต่างประเทศ พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านจริยธรรมและความมั่นคงตามมาอย่างรวดเร็ว

    PJN-1 โปรเจกต์ฝังชิปควบคุมทิศทางการบิน

    ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย โครงการชื่อ PJN-1 ได้ทำการฝังอินเทอร์เฟซประสาทที่สามารถควบคุมทิศทางการบินของนกพิราบ ผ่านการ “กระตุ้นไฟฟ้าเล็กน้อย” ในสมอง

    ระบบทำงานร่วมกับอุปกรณ์แบบสะพายหลังที่ประกอบด้วย

    • โมดูลควบคุมที่เชื่อมต่อกับสมอง
    • กล้องบันทึกภาพ
    • แผงโซลาร์เซลล์
    • ระบบส่งข้อมูล

    Neiry ระบุว่า นกพิราบสามารถบินต่อเนื่องหลายชั่วโมง และในบางกรณีอาจทำระยะได้ไกลระดับหลายร้อยถึงพันกิโลเมตร โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เหมือนโดรนทั่วไป

    บริษัทยังอ้างว่าการผ่าตัดมีความเสี่ยงต่ำ และสามารถใช้งานได้ทันทีหลังติดตั้งอุปกรณ์

    เป้าหมายใช้งาน: สำรวจ ตรวจสอบ และกู้ภัย

    Neiry ชี้ว่าเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปใช้ในงานพลเรือน เช่น

    • ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน
    • ภารกิจกู้ภัยในพื้นที่เข้าถึงยาก
    • เฝ้าระวังชายฝั่งและพื้นที่ห่างไกล
    • งานสำรวจสิ่งแวดล้อม

    ข้อได้เปรียบสำคัญคือ ไม่ถูกจำกัดด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และสามารถเข้าถึงภูมิประเทศที่โดรนอาจทำได้ยาก

    บริษัทระบุว่ากำลังมองตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น บราซิล และอินเดีย

    Neiry pigeon drone

    คำถามใหญ่: จริยธรรมและความมั่นคง

    แม้ Neiry จะยืนยันว่า

    • ใช้เพียงการกระตุ้นสมองแบบอ่อน
    • ไม่แทรกแซงพฤติกรรมตามธรรมชาติเป็นเวลานาน
    • มีการปรึกษานักจริยธรรมชีวภาพ
    • ใช้เพื่อวัตถุประสงค์พลเรือนเท่านั้น

    แต่เสียงวิจารณ์จำนวนมากมองว่า เทคโนโลยีลักษณะนี้เปลี่ยนสัตว์ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์” มากกว่าสิ่งมีชีวิต

    นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลด้านความมั่นคง เพราะระบบที่สามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตให้บันทึกภาพและบินระยะไกล อาจถูกนำไปใช้ในบริบทที่อ่อนไหวได้ แม้บริษัทจะระบุว่าจะมีการกรองข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลออกก็ตาม

    อนาคตของโดรน หรือเส้นแบ่งที่สังคมยังไม่พร้อม?

    ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีกำลังพัฒนาเร็วกว่า “กรอบจริยธรรม” ที่สังคมตั้งรับได้ ในขณะที่ผู้ผลิตโดรนรายใหญ่อย่าง DJI หรือ Insta360 แข่งขันกันเรื่องประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ โลกเทคโนโลยีกลับมีอีกมุมที่พยายามใช้สิ่งมีชีวิตเป็นแพลตฟอร์มการบินแทน

    คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Neiry โดรนมีชีวิต จะทำได้จริงหรือไม่ แต่คือ สังคมควรยอมรับแนวคิดนี้มากแค่ไหน เพราะเมื่อเส้นแบ่งระหว่างชีววิทยาและเทคโนโลยีเริ่มเลือนลาง ประเด็นด้านสิทธิสัตว์ ความเป็นส่วนตัว และความมั่นคง อาจกลายเป็นหัวข้อถกเถียงที่ใหญ่กว่าคำว่า “นวัตกรรม” เสียอีก


    ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
    Page Facebook : Car2Day
    Youtube : youtube.com/@Car2day

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts