More

    Nissan Qashqai e-Power วิ่งไกล 1.2 พันกม. ขายออสเตรเลียปีหน้า

    เริ่มขายที่ยุโรปแล้วสำหรับ Nissan Qashqai e-Power ที่มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางเจเนอเรชันที่ 3 ในรหัส J12

    Nissan

    ล่าสุดออสเตรเลียพร้อมแล้วที่จะขายในเวอร์ชันพวงมาลัยต่อจากอังกฤษ สำหรับ Nissan Qashqai e-Power บนพื้นฐานหน้าเดิมที่เคยใหม่ปรับครั้งแรกในรอบ 4 ปี กับเอสยูวีทรงคอมแพ็คพื้นฐานเดียวกับ Nissan X-Trail

    ภายนอกหล่อ

    ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ลายรังผึ้งขนาดใหญ่พร้อมคิ้วโครเมียมแนวนอนกับโลโก้ นิสสัน พร้อมชุดไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ที่ประกอบด้วยส่วนบนเส้นแนวนอนนั่นคือไฟเลี้ยวและไฟ DRL แบบ LED ทำงานร่วมกับไฟ DRL รูปตัวแอลห้าตัวใต้โคมไฟหน้า LED matrix ทรงสามเหลี่ยมดวงเล็ก ในชุดกันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมู

    ด้านข้างคงเดิมด้วยหลังคารถทรงเรียวพร้อมหลังคาดำ กระจกมองข้างทรงสปูน คิ้วชายล่างประตู ไฟท้าย LED ดีไซน์บูมเมอแรงใหม่ เด่นไม่ซ้ำใคร ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ให้ความสบายในการขนถ่ายสัมภาระ

    ล้ออัลลอยนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 215/65 R17 ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R18 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 และใหญ่สุดลาย Diamond Cut 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/45R20 และความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร

    Nissanภายในปรับปรุงใหม่

    ปรับในส่วนซอฟท์แวร์ระบบจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้งานกับรถได้อย่างลงตัว อาทิ Google built-in ที่มาพร้อมแอปและบริการของ Google (มีจอสัมผัสขนาด 7 กับ 9 นิ้วให้เลือก) เชื่อมต่อความบันเทิงด้วย Nissan Connect รองรับ Apple CarPlay Android Auto มาตรวัดขนาดใหญ่แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ 12.3 นิ้ว (มี 7 นิ้วให้เลือก) จอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้าสี head-up display ขนาด 10.8 นิ้ว

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงท้ายตัด พร้อมหุ้มหนังสัมผัส Alcantara ทั้งในคอนโซลหน้า คอนโซลกลางพร้อมที่พักแขน ขอบแผงประตู ชาร์จมือถือไร้สาย wireless charging เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนซ้าย-ขวา นอกจากนี้ ประตูคู่หลังสามารถเปิดกว้างถึง 90 องศา สามารถเข้าออกได้สบายไร้กังวลแต่อย่างใดและเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางและเบาะหลังพับได้แบบ 60/40

    Nissan

    ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV 

    ขุมพลัง e-Power เจเนอเรชันที่ 3 (Extended Range Electric Vehicle) มาแบบ 5-in-1 เป็นส่วนประกอบหลัก 5 อย่างที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนเรเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ตัวลดรอบ และระบบเกียร์ ไว้ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา 1.5 ลิตร 3 สูบ รหัส KH5T ให้กำลังถึง 158 แรงม้าที่ 4,600 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 2,400-4,400 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังถึง 205 แรงม้า (เดิม 190 แรงม้าที่ 4,500-7,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 330 นิวตันเมตรที่ 0-3,000 รอบต่อนาที) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single speed constant ratio

    Nissanเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรพัฒนาใหม่ด้วยการใช้แนวคิดการเผาไหม้ STARC ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบและประสิทธิภาพความร้อนได้ถึง 42% เครื่องทำงานได้เงียบและมีประสิทธิภาพแม้ที่ความเร็วต่ำ ยังใช้เทอร์โบลูกใหม่ขนาดใหญ่และอัตราส่วนการลดรอบสุดท้ายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด จึงสามารถลดความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูงได้ประมาณ 200 รอบต่อนาทีเมื่อเทียบกับ Qashqai e-Power เจนที่ 2

    พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุเดิม 2.1 kWh ทำงานร่วมกันเน้นให้มอเตอร์ขับเคลื่อนและเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟเท่านั้น พร้อมกันนี้ยังติดตั้งระบบ e-Pedal ซึ่งใช้คันเร่งในการกดเร่งแซงและชะลอความเร็วในชุดเดียวกันสามารถชะลอหยุดจนถึงจุดหยุดนิ่งคิดเป็นแรงจีมากถึง 0.2 G แต่ไม่ถึงหยุดสนิท พัฒนาให้แรงขึ้นมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงมากถึง 16% ในยามขับขี่ในเมือง และดีขึ้น 14% เมื่อขับทางไกลต่างจังหวัด ไม่ง้อที่ชาร์จไฟฟ้า ด้วยจุดเด่น 5 ประการ ดังนี้

    • ประหยัดขึ้นถึง 22.22 กิโลเมตรต่อลิดร (WLTP)
    • น้ำมัน 1 ถังวิ่งไกลสุด 1,200 กิโลเมตร
    • ปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำเพียง 102 กรัมต่อกิโลเมตร (เดิม 116 กรัมต่อกิโลเมตร)
    • ความเงียบในห้องโดยสารลดลง 5.6 เดซิเบล
    • เพิ่มกำลังในโหมด Sport อีก 14 แรงม้า

    Nissanด้านการบำรุงรักษาตามระยะทางด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยืดอายุการใช้งานมากขึ้นเป็นทุกๆ 20,000 กิโลเมตร (เดิม 15,000 กิโลเมตร) และยังใช้น้ำมันเครื่องเกรด 0W16 ช่วยลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ พร้อมความปลอดภัยทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ผู้ขับกำหนดเอง พร้อมเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB เวอร์ชันใหม่ และเพิ่มรักษาช่องทางฉุกเฉิน lane keeping system ในรุ่นเริ่มต้นจากเดิมมีให้ในรุ่นกลางและรุ่นท็อป

    Nissan

    Nissan Qashqai e-Power ประกอบที่อังกฤษที่โรงงานในเมือง Sunderland โดยมีสีภายนอกทั้ง สีขาวมุก Pearl White, สีฟ้า Deep Ocean, สีแดง Fuji Red, สีทูโทนหลังคาดำมีทั้ง สีน้ำเงิน Magnetic Blue และสีเทา Ceramic Grey เตรียมขายที่ออสเตรเลียตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2026

    ที่มา Carexpert

    ABOUT THE AUTHOR

    Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

    Latest Posts