More

    เปิดโผ..!! มอเตอร์ไซค์ใหม่…เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Show 2024

    ในครั้งนี้เราจะมาดูกันว่า มอเตอร์ไซค์ รุ่นใหม่ของปี 2024 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในงาน Motor Show 2024 จะมีรุ่นอะไรบ้างไปดูกันได้เลย

    ในปีนี้ก็มี มอเตอร์ไซค์ รุ่นใหม่ของปี 2024 ที่เตรียมเปิดตัวในประเทศไทยอยู่หลากหลายรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในต่างประเทศ และในครั้งนี้เรามาดูกันว่ามี ค่ายไหน..รุ่นไหนบ้าง ที่เตรียมจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2024

    มอเตอร์ไซค์

    1. 2024 Honda EM1 e:

    เริ่มต้นที่ Honda EM1 e: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย ​​กะทัดรัด และล้ำยุค คือจุดขายของสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ ด้วยความสูงของเบาะนั่ง 740 มม. เมื่อรวมกับน้ำหนักรถที่ 95 กก. ผู้ขับขี่ที่ไม่สูงมาก หรือผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น โหมดขับขี่สองโหมด, หน้าจอ LCD, ที่เก็บของใต้เบาะขนาด 3.3 ลิตร, พอร์ตชาร์จ USB, ไฟ LED รอบคัน, ที่แขวนกระเป๋า, ราวจับกันตก และที่พักเท้าคนซ้อนท้ายแบบพับได้

    EM1 e: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 1.7 กิโลวัตต์ (ประมาณ 2.3 แรงม้า) และมีแรงบิดสูงสุดถึง 90 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 48 กม./ชม. ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Honda Mobile Power Pack น้ำหนัก 10.3 กก. ความจุ 50.3 โวลต์ ถอดออกและสามารถสับเปลี่ยนแบตได้  ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จะใช้เวลาหกชั่วโมงในการชาร์จจากแบตเตอรี่หมดจนเต็ม และ 160 นาทีจาก 25% เป็น 75% และสามารถชาร์จจากปลั๊กไฟบ้านได้ ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 70,000 – 90,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    2. 2024 Kawasaki Ninja 500 & Z500

    Kawasaki Ninja 500 & Z500 โมเดลทดแทน Ninja 400 และ Z400 ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงขุมพลังใหม่ ส่วนภายนอกนั้นยังไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ถูกออกแบบมาเพื่อไบค์เกอร์มือใหม่ โดดเด่นด้วยชุดไฟ LED ดีไซน์สปอร์ตที่ด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของถังเชื้อเพลิง และพาร์ทชิ้นส่วนโดยรวมยังคงไว้ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว เฉียบคม นอกจากดีไซน์แบบสปอร์ตแล้ว รถมอเตอร์ไซค์คันนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอล ที่บอกข้อมูลครบครันไม่ว่าจะเป็น มาตรวัดรอบ, ไฟบอกเกียร์ และนาฬิกา

    สำหรับสมรรถนะทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับขุมพลังใหม่เป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 451cc  DOHC 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้พละกำลัง 45.4 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 42.6 Nm ที่ 6,000 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยโซ่ ส่งกำลังเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch ที่ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ง่ายขึ้นอีกด้วย ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่าทั้งรุ่นจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 229,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    3. 2024 Triumph Daytona 660

    Triumph Daytona 660 สปอร์ตไบค์รุ่นมิดเดิลเวท ที่มีพื้นฐานมาจาก Trident 660 แพลตฟอร์มสตรีทไบค์สามสูบที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้รับการออกแบบในสไตล์สปอร์ตฟูลแฟริ่ง พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์ที่สะอาดตา และมีความโฉบเฉี่ยว เฉียบคม ด้วยไฟหน้าคู่ และระบบไฟ LED รอบคัน แฮนด์แบบคลิปออน กับตําแหน่งท่านั่งการขับขี่แบบสปอร์ตที่มั่นใจและคล่องตัว

    สำหรับสมรรถนะ Daytona 660 มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ขนาด 660cc เหมือนกับ Trident 660 แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับสไตล์รถโดยจะให้พละกำลังสูงสุด  93.6 แรงม้าที่ 11,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 69 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบต่อนาที  ส่งกําลังผ่านกระปุกเกียร์ 6 สปีด มาพร้อมกับ slip and assist clutch ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ไหลลื่นยิ่งขึ้น ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 319,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    4. 2024 Aprilia RS457

    Aprilia RS457 สมาชิกล่าสุดของตระกูล RS ทำกำลังเป็นกระแสร้อนแรง เป็นรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟริ่งที่มาพร้อมกับหน้าตาอันหล่อเหลาด้วยชุดสีฟลูแฟริ่งแบบสปอร์ต ไฟด้านหน้า LED แบบโคมคู่แยกซ้ายขวา พร้อมสัญญาณไฟเลี้ยวในตัวและ ไฟ Daytime Running Light แผงหน้าปัด TFT สีเต็มรูปแบบขนาด 5 นิ้ว ควบคุมทิศทางด้วยชุดแฮนด์จับโช้คเติมเต็มความเป็นสปอร์ตไบค์ เบาะนั่งแบบ 2 ส่วนแยกชัดเจนระหว่างผู้ขับขี่ และผู้ซ้อน

    โดดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 457 ซีซี. มีจุดเด่นในการวางเพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลัง 47 แรงม้า ที่ 9,400 รอบต่อนาที  และแรงบิด 43.5 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบต่อนาที สิ่งที่เป็นจุดเด่นของ RS 457 นั่นก็คือคันเร่งไฟฟ้าที่สั่งการตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างแม่นยำ พร้อมด้วยควิกชิฟเตอร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างระบบควบคุมการยึดเกาะถนน 3 ระดับที่สามารถเปิด/ปิดการใช้งานได้ทั้งหมด และมีโหมดการขับขี่ 3 โหมดเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ตัวรถยังมีน้ำหนักเบาเพียง 175 กก. เท่านั้น ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 255,000 – 275,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    5. 2024 Ducati Hypermotard 698 Mono

    Ducati Hypermotard 698 Mono ซุปเปอร์โมตาร์ดที่ผสมผสานความสวยงามแบบรถแข่ง Supermotard มาพร้อมเส้นสายที่สะอาดตาและความใส่ใจในรายละเอียดอันประณีตแบบฉบับ มินิมอล กะทัดรัด และดุดัน ตามสไตล์ของ ดูคาติ โดยมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นตั้งแต่ เบาะนั่งทรงสูง สวิงอาร์มสองด้านตรงที่เรียบง่าย และส่วนท้ายที่เพรียวบาง บังโคลนสูงและกว้างขวาง ในขณะที่แฟริ่งด้านหลังคลุมไปถึงส่วนของท่อไอเสีย โดยรวมแล้วตัวจะมีความเพรียวบางและโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์

    มาพร้อมกับเครื่องยนต์สูบเดียว 659 ซีซี. ใหม่ของ ดูคาติ แต่มันรวมการทำงานของวาล์วไอดีไทเทเนียม ซับสูบอะลูมิเนียม สลักลูกสูบพร้อมการเคลือบ DLC และการกระจายตัวแบบ Desmodromic ที่ดูคาติใช้ใน MotoGP และใช้กระบอกสูบขนาดมหึมา 116 มม. จากเครื่องยนต์ V-twin ของซุปเปอร์ไบค์ 1299 Panigale ทำให้มีกำลังสูงสุด 77.5 แรงม้าที่ 9,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 63 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบต่อนาที และสามารถทำเรดไลน์ได้สูงสุดที่ 10,250 รอบต่อนาที  นอกจากนี้ยังสามารถไต่ขึ้นไปอีกเป็น 84.5 แรงม้า ด้วยท่อไอเสีย Termignoni สำหรับสนามแข่ง ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 500,000 – 520,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    6. 2024 Royal Enfield Shotgun 650

    บ็อบเบอร์ครุยเซอร์ใหม่ล่าสุดใช้เฟรมเดียวกันกับ Super Meteor 650 และแผงหน้าปัดทรงกลมที่คุ้นเคยของ รอยัล เอนฟิลด์ และจอแสดงผล Tripper navigation ตัวรถจะมาพร้อมกับเบาะนั่งเดี่ยวแบบตอนเดียว ส่วนมิติตัวรถจะมีขนาดอยู่ที่ 820 x 2,220 x 1,105 (กว้างxยาวxสูง มม.) น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 240 กก. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ซึ่งแน่นอนว่ามันแคบกว่า Super Meteor 650

    2024 Royal Enfield Shotgun 650 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบคู่ ขนาด 648 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้กำลัง 46.3 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 52.3 นิวตันเมตร ที่ 5,650 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์หกสปีด ช่วงล่างด้านหน้าใช้โช้ค Showa Big Piston Forks แบบกลับหัวขนาด 43 มม. และหลังโช้คหลังแบบคู่ ปรับค่าพรีโหลดได้ ขณะที่ระบบเบรก ดิสเบรกหน้าขนาด 320 มม.  และดิสเบรกหลัง ขนาด 300 มม. ทั้งคู่ใช้คาลิเปอร์จาก Bybre เสริมด้วย ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 259,000 – 279,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    7. 2024 Yamaha MT-09

    มอเตอร์ไซค์ โรดสเตอร์สามสูบยอดนิยมที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว และดุดันกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ และเทคโนโลยีใหม่ของยามาฮ่า โดยจะมาพร้อมกับ รูปลักษณ์ใหม่ที่เพรียวบางและเฉียบคมยิ่งขึ้น ในส่วนด้านหน้าไฟโปรเจ็กเตอร์ LED ตรงกลางถูกยกให้สูงขึ้น และไฟ DRL ใหม่จะอยู่ต่ำลงด้านหน้า ที่ถูกครอบด้วยหน้ากากที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมชุด LED ด้านหลังแบบใหม่ โดยไฟท้ายและไฟเบรกแยกกัน นอกจากนี้ตำแหน่งการขี่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่โดยตัวเบาะนั่งจะเป็นแบบสองชิ้น และส่วนของตัวถังใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่มีอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยตัวถังอยู่ต่ำกว่ารุ่นก่อน 1.2 นิ้ว ทำให้ MT-09 เวอร์ชั่นนี้ให้ท่าขับขี่เอนไปข้างหน้ามากขึ้นตามหลักสรีรศาสตร์ และยังเพิ่มองศาในการเลี้ยวที่มากขึ้น 4 องศาอีกด้วย

    2024 Yamaha MT-09 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ CP3 แบบสามสูบเรียง ขนาด 890 ซีซี ได้รับการปรับปรุง Airbox ใหม่ทำให้การนำอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ทำได้ดีกว่าเดิม ให้พละกำลังสูงสุด 119 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 93.1 นิวตันเมตร ที่ 7,000 นาที อัตราส่วนการบีบอัด 11.5:1 เกียร์ 6 สปีด อัตราทดเกียร์ได้รับการปรับใหม่ พร้อมด้วยระบบ Quickshifter และ Slipper Clutch เจเนอเรชั่นที่ 3 ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 439,000 –  459,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    8. 2024 Suzuki GSX-S1000GX

    บิ๊กไบค์แบบครอสโอเวอร์ที่เชื่อมช่องว่างระหว่างรถสปอร์ตทัวเรอร์และรถมอเตอร์ไซค์แนวผจญภัยว่างระหว่าง GSX-S1000GT และ V-Strom 1050 โดยนำเสนอเครื่องยนต์ระดับซูเปอร์ไบค์พร้อมแชสซี ระบบกันสะเทือน ระยะห่างจากพื้นที่สูงขึ้น และตำแหน่งการขับขี่แบบหลังตรง สำหรับการออกทริปเดินทางไกล

    2024 Suzuki GSX-S1000GX มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี แบบ DOHC 4 สูบ ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด แบบเดียวกับที่มาจาก GSX-R โดยทาง ซูซุกิ เคลมไว้ว่ามีกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาทีและแรงบิด 106 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบต่อนาที พร้อมติดตั้งระบบ Suzuki Clutch Assist System และควิกชิพเตอร์ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 629,000 –  679,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    9. 2024 Yamaha XSR900 GP

    XSR900 GP นำดีไซน์มาจากรถมอเตอร์ไซค์คอนเซ็ปต์ DB40 ของ ยามาฮ่า ที่แสดงในงาน Goodwood Festival of Speed โดดเด่นด้วยพาร์ทแฟริ่งใหม่สไตล์ปี 1980 โดยถอดแบบมาจากจากรถแข่งกรังด์ปรีซ์ยุค 80 พร้อมด้วยชุดแฟริ่งที่ใช้เฉดสี และไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่ชวนให้นึกถึง TZR250 และ YZR500 OW01 นอกจากจะดูสวยงามแล้วชุดครอบด้านหน้ายังได้รับการพัฒนาแอโรไดนามิกอีกด้วย

    2024 Yamaha XSR900 GP ใช้เป็นเครื่องยนต์สามสูบ 890cc ที่ให้พละกำลัง 119 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 93 Nm ที่ 7,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีดนอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นสมัยใหม่ที่ผสมผสานให้เป็น Sport Heritage แบบเต็มพิกัดเลยคือ Quick Shifter / Auto Blipper, ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบรวมถึงโหมดขับขี่ 3 โหมด และระบบ Cruise Control ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 559,000 –  579,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    10. 2024 Honda CB1000 Hornet

    CB1000 Hornet มาพร้อมกับรูปแบบของสไตล์เน็กเก็ตสปอร์ต-สตรีทไฟท์เตอร์ ที่แตกต่างจาก CB1000R ที่เป็น Neo-Sport Cafe ไปอย่างสิ้นเชิง ตัวรถจะโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา สัญลักษณ์ปีกข้างบนถังน้ำมันเชื้อเพลิง และไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED คู่ขนาดกะทัดรัด โครงเฟรมสปาร์คู่แบบใหม่ที่ดูคล้ายกับของ 750 Hornet

    2024 Honda CB1000 Hornet ใช้งานเครื่องยนต์ 4 ลูกสูบเรียงขนาด 998 ซีซี 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เพียงแต่ว่าเครื่องยนต์ใหม่ของ Hornet นั้นจะถูกปรับจูนใหม่ทำให้มีกำลังสูงสุด 147.5 แรงม้า พร้อมกับแรงบิดสูงสุด 98.9 Nm ซึ่งมากกว่า CB1000R อยู่เพียงเล็กน้อย ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 599,000 –  629,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    11. 2024 Ducati DesertX Rally

    เดิมทีนั้นออกมาเพื่อการลุยอยู่แล้ว แต่โมเดลใหม่นี้ Ducati ได้ทำให้รถรุ่นนี้มีความเป็นตัวซิ่งสายลุยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมาพร้อมการขับขี่เดินทางที่สนุกขึ้น และพร้อมลุยมากกว่าเดิม โดยใช้ชื่อ DesertX Rally และอัปเกรดใหม่ให้เป็นรถแอดเวนเจอร์มากยิ่งขึ้น มีความโดดเด่นที่ด้วยดีไซน์บังโคลนด้านหน้าใหม่ที่ยกสูงขึ้นและยาวขึ้น เพื่อการดูแลรักษาความสะอาดที่ง่ายขึ้น และยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์ไฟกลมด้านหน้า ระบบไฟรอบคันเป็นระบบไฟ LED

    2024 Ducati DesertX Rally มาพร้อมกับเครื่องยนต์ L-Twin ขนาด 937 ซีซี. แบบ Testastretta 11° ให้พละกำลังสูงสุด 108.5 แรงม้าที่ 9,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 92 Nm ที่ 6,500 รอบ/นาที ส่งกำลังขับด้วยเกียร์ 6 สปีด ขับขี่ได้เต็มพิกัดทุกระยะทางกับถังน้ำมันขนาด 20.8 ลิตรและเสริมถังน้ำมันสำรองอีก 8.3 ลิตร ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 800,000 – 850,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    12. 2024 Suzuki GSX-8R

    GSX-8R มอเตอร์ไซค์ สปอร์ตฟลูแฟริ่งที่ได้รับการทดสอบในอุโมงค์ลมเพื่อลดแรงต้านและให้ความเสถียรในความเร็วสูง พร้อมกระจกบังลม ที่ให้การป้องกันลมมากกว่า GSX-8S ที่เป็นสไตล์เน็กเก็ต ส่วนตัวแฮนด์จะมีการปรบเปลี่ยนตำแหน่งเพียงเล็กน้อยโดยจะให้ท่าทางการขับขี่ที่มีความเป็นสปอร์ตมากกว่ารุ่น 8S

    GSX-8R ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Parallel-Twin ขนาด 776 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 81.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 57.5 ปอนด์-ฟุต ที่ 6,800 รอบต่อนาที ใช้เพลาข้อเหวี่ยง 270° แบบเดียวกับ GSX-8S และ V-Strom 800s ทำให้มีลักษณะเครื่องยนต์คล้ายกับ V-Twin ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อม ระบบ Suzuki Clutch Assist System และ Quick Shift แบบสองทิศทางของอุปกรณ์มาตรฐานในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องใช้คลัตช์ ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 399,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    13. 2024 Honda Africa Twin Adventure

    Africa Twin Adventure เรือธงสายทัวร์ริ่ง-แอดเวนเจอร์จากค่ายปีนก มีให้เลือกกัน 4 รุ่นคือ Africa Twin ที่เน้นการขับขี่แบบออฟโรด และ Adventure Sports ES ที่เน้นการใช้งานบนถนนทั่วไป ซึ่งทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์ DCT

    Honda Africa Twin ยังคงแบ่งออกเป็น 2 โมเดลหลัก คือ CRF1100L Africa Twin และ CRF1100L Africa Twin Adventure Sports  ES ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1,083 ซีซี Unicam มีการปรับปรุงใหม่ ด้วยการเพิ่มแรงบิดสูงสุดเป็น 112 นิวตันเมตร ลดรอบเครื่องยนต์ลงจาก 6,250 รอบต่อนาที มาอยู่ที่ 5,500 รอบต่อนาที ซึ่งทำให้มีกำลังอัดมากสูงขึ้น จาก 10.1:1 มาเป็น 10.5:1 ทั้งยังออกแบบปรับแต่งพอร์ตไอดี/ไอเสียใหม่ รวมถึงการตั้งค่า ECU ใหม่ ส่งผลให้ Africa Twin เวอร์ชั่นนี้แรงขึ้นกว่าเดิมทำให้แรงม้าเพิ่มจาก 94 แรงม้า เป็น 100 แรงม้า ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 559,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    14. 2024 Yamaha Tenere 700 Extreme

    รถออฟโรดสมรรถนะสูงจากค่ายส้อมเสียง ได้อัปเกรดช่วงล่างใหม่ เพื่อการขับขี่ที่ดุดันกว่าเดิมบนเส้นทางสายวิบาก ที่ให้ระยะยุบเยอะกว่าเดิม โดยตัวโช้คอัพจะใช้เป็นโช้คอัพ KYB ทั้งด้านหน้า และหลัง สามารถปรับแต่งตั้งค่าได้เต็มระบบ และมีระยะยุบที่มากขึ้น 20 ม.ม. เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน นอกจากนี้ตัวโช้คอัพจะมาเป็นสีทอง และเคลือบผิวแบบ Kashima Coating เพื่อเพิ่มความทนทาน และลดแรงเสียทาน พร้อมด้วย การ์ดหม้อน้ำอลูมิเนียม และตัวประคองโซ่อลูมิเนียม มาช่วยป้องกันการความเสียที่จะเกิดขึ้นบนเส้นทางของการขับขี่ นอกจากนี้ในส่วนของบังโคลนด้านหน้าได้แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ บังโคลนสไตล์ Enduro สีแมตช์กับตัวรถที่ด้านบน และ ส่วนด้านล่างยังคงมีไว้ป้องกันเศษหิน ดิน ทราย กระเด็นใส่ตัวรถ

    ส่วนขุมพลังยังคงใช้เป็นเครื่องยนต์ CP2 แบบ 2 สูบ ขนาด 689 ซีซี DOHC 8 วาล์ว ที่มาพร้อมขุมพลัง 73 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 68 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมด้วย การ์ดหม้อน้ำอลูมิเนียม และตัวประคองโซ่อลูมิเนียม มาช่วยป้องกันการความเสียที่จะเกิดขึ้นบนเส้นทางของการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอ TFT แนวตั้งขนาด 5 นิ้ว ที่สามารถปรับโหมดการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ รวมถึงจอแสดงผลสไตล์ Rally Raid Roadbook เพื่อการนำทางที่มีประสิทธิภาพ ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยคาดว่ามาในราคาเริ่มต้นประมาณ 489,000 – 499,000 บาท

    มอเตอร์ไซค์

    15. 2024 Honda Forza 750

    ปิดท้ายด้วย Forza 750 อีกหนึ่ง มอเตอร์ไซค์ ที่ไบค์เกอร์หลายคนตั้งตาคอย มาพร้อมการออกแบบภายนอกในดีไซน์ของพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ มีความโดดเด่นอยู่ที่ไฟหน้าคู่พร้อม Daytime Running Light และเปลือกด้านหน้าที่ออกแบบได้อย่างโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ตสกู๊ตเตอร์ โดยมีความแตกต่างอยู่ไฟเลี้ยวซึ่งใน Forza คลาส 125cc. ไปจนถึงตัว 350cc. ไฟเลี้ยวจะอยู่ที่กระจกมองข้าง แต่ไฟเลี้ยวของ Forza 750 จะอยู่ใต้ตัวถังด้านหน้า และในส่วนพื้นที่วางเท้าของผู้ขับขี่ที่ออกแบบให้มีพื้นที่กว้างทำตอบโจทย์ผู้ขับขี่ทั้งในเมืองและออกทริปเดินทางไกล

    ส่วนของขุมพลังใช้พื้นฐานร่วมกับ X-ADV และ NC-750X โดยมา Forza 750  พร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 750 ซีซี SOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 57.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 69 นิวตันเมตร 7,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire และระบบ HSTC ที่ปรับได้ 3 ระดับ และสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของโมเดล คือ ชุดเกียร์ DCT ที่สามารถขับขี่ได้ทั้งแบบออโต้และสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศไทยราคาไม่น่าจะห่างจาก X-ADV มากนัก และคาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นประมาณ  390,000 – 470,000 บาท

    และนี่ก็เป็น 15 รายชื่อ มอเตอร์ไซค์ ที่เราได้คัดมานั้นล้วนเป็นรุ่นที่มีโอกาสสูงมากๆ ว่าจะมีการเปิดตัวภายในงาน Motor Show 2024 แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะเป็นไปตามคาดการณ์หรือไม่..!

    ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
    Page Facebook : Car2Day
    Youtube : youtube.com/@Car2day

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts