SAIC แท็กทีม Huawei ส่ง EV รุ่นใหม่หน้าละม้ายคล้าย Taycan ลงสังเวียน ในราคาที่ห่างกันคนละโยด! จาก 4.6 ล้าน… แต่พี่จีนจัดให้ในราคาเริ่มต้น 1.2 ล้าน!

ถ้าใครเคยคิดว่า Xiaomi SU7 เหมือน Taycan แล้ว บอกเลยว่านี่แค่ “น้ำจิ้ม” ครับ! เพราะล่าสุด SAIC ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีนขอโชว์เหนือด้วยคอนเซปต์ “แรงบันดาลใจคือการให้เกียรติที่แท้จริง” ส่งรถไฟฟ้าทรงสปอร์ตที่มองมุมไหน แฟนพันธุ์แท้ Porsche ก็ต้องมีเหลียวหลังขยี้ตากันบ้างล่ะงานนี้
รถรุ่นนี้พัฒนาภายใต้ความร่วมมือ HIMA (Harmony Intelligent Mobility Alliance) โดยมี Huawei เป็นหัวเรือใหญ่ในด้านเทคโนโลยี ซึ่งเจ้า SAIC Z7 นี้เพิ่งจะเผยโฉมคันจริงแบบจัดเต็มหลังจากปล่อยให้ลุ้นกันมาพักใหญ่ แม้รายละเอียดเชิงลึกจะยังไม่หลุดออกมาหมด แต่คาดว่าราคาจะเคาะอยู่ที่ 250,000 – 350,000 หยวน หรือประมาณ 1.26 – 1.76 ล้านบาท
ถือว่าราคาสูงกว่าที่กูรูเคยคาดการณ์ไว้เล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับค่าตัวของ Porsche Taycan ในจีนที่สตาร์ทอยู่ราว 918,000 หยวน (ประมาณ 4.6 ล้านบาท) ก็ต้องบอกว่า Z7 ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาล!

ส่องดีไซน์: แรงบันดาลใจ หรือ ตั้งใจเป๊ะ? 🧐
ถ้ามองจากด้านหน้า ทั้งรุ่น Sedan และ Shooting Brake ยังพอมีเอกลักษณ์ของตัวเองบ้าง ด้วยไฟหน้า LED ทรงเฉี่ยวและกระจังหน้าล่างสีดำ แต่พอเลยซุ้มล้อหน้าไปเท่านั้นแหละ… กลิ่นอาย Taycan มาเต็ม! ทั้งรูปทรงประตู, เส้นหลังคา, กระจกมองข้าง ไปจนถึงมือจับเปิดประตู ดูเหมือนหยิบมาจากแคตตาล็อกอะไหล่ Porsche ยังไงยังงั้น
ด้านท้ายยิ่งชัดเจนครับ แถบไฟ LED ลากยาวตลอดความกว้างพร้อมลวดลายไฟที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงดีไซน์ฝาท้ายที่ดูคล้ายซีดานไฟฟ้าจากเยอรมันแบบสุดๆ และที่มองข้ามไม่ได้คือรุ่น Shooting Brake ที่สัดส่วนตัวรถแทบจะถอดพิมพ์เขียวมาจาก Taycan Sport Turismo จนถ้าเห็นแค่เงาอาจมีทายผิดกันบ้าง
นอกจากนี้ยังแอบขิง Xiaomi SU7 ด้วยการเปิดตัวสีชมพูสดใสพร้อมล้อสีดำขอบชมพู ซึ่งบังเอิญ (หรือตั้งใจ?) ไปเหมือนกับ Xiaomi SU7 รุ่นฉลอง 15 ปีที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2025 แบบเป๊ะๆ

ห้องโดยสารและขุมพลัง
ภายใน SAIC Huawei Z7 มาพร้อมจอ Digital Cluster แบบบางเฉียบ, จอกลาง Infotainment ขนาดใหญ่ และจอฝั่งผู้โดยสารตามสูตรสำเร็จ EV จีนยุคใหม่ มีแท่นชาร์จไร้สาย 2 ตำแหน่ง และพวงมาลัยทรงท้ายตัดสุดสปอร์ต

ส่วนสเปกเทคนิคยังไม่ยืนยันเป็นทางการ แต่สื่อจีนคาดว่าจะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 80 kWh และ 100 kWh มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เตรียมรอฟังรายละเอียดตัวเลขแรงม้าและความแรงกันได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
Source: Carscoops










