สถานการณ์ราคาน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก และดูเหมือนว่าผลกระทบจะลามมาถึงภาคการบินแล้ว เมื่อ การบินไทยเตรียมปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสาร ประมาณ 10 – 15% สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น พร้อมเดินหน้าแผนขยายฝูงบิน เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ในอนาคต
ปรับราคาตั๋ว ตามต้นทุนน้ำมัน
นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินไทยได้เริ่มมีการปรับราคาตั๋วโดยสารขึ้นประมาณ 10 – 15% ตามต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
โดยปกติแล้วบริษัทจะมีกลไกในการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือ Fuel Surcharge ซึ่งต้องกำหนดเพดานร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ปัจจุบันค่าธรรมเนียมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถขอปรับเพดานเพิ่มเติมได้เช่นกัน
สถานการณ์ไม่กระทบยอดจองล่วงหน้า
ปัจจุบันการบินไทยเปิดเผยว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่พบสัญญาณการชะลอตัวของการเดินทาง และไม่มีการยกเลิกเที่ยวบิน
โดยยอดจองล่วงหน้าในเดือนมีนาคมยังคงแข็งแรง เส้นทางบินตรงจากยุโรปเข้าสู่ประเทศไทยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) สูงถึงประมาณ 80 – 90%
ซึ่งในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เฉพาะเส้นยุโรป แต่ตั๋วเครื่องบินในหลายเส้นทางเริ่มหายาก เนื่องจากความต้องการในการเดินทางสูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากผู้โดยสารบางส่วนเลือกใช้เที่ยวบินตรง (Direct Flight) เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อเครื่องผ่านฮับการบินในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ปรับเส้นทาง เลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง
การบินไทยระบุว่า จะมีการปรับเส้นทางบินในบางเที่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เช่น การบินอ้อมประเทศอิหร่าน โดยการเปลี่ยนเส้นทางรูปแบบนี้ ทำให้ต้องมีการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย แต่จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบิน
สำหรับในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ของปีนี้ อาจเร็วเกินไปเกี่ยวกับการประเมิน การยกเลิกตั๋ว หรือการ booking เพราะหลายคนยังรอดูสถานการณ์อยู่
เดินหน้ารับเครื่องบินใหม่ เพิ่มเส้นทางและความถี่
การบินไทยยังได้ระบุอีกว่า ในปีนี้บริษัทจะรับเครื่องบินเข้าฝูงบินเพิ่มเติมจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าแผนในการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ฟื้นจุดบินเดิมที่เคยให้บริการ และเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลายเส้นทาง เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่อาจเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน จากสถานการณ์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอน ปัจจุบันยังไม่มีแผนจัดหาเงินกู้เพิ่มเติม ส่วนการขอจัดอันดับเครดิตเรทติ้งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
แผนเพิ่มฝูงบิน
โดยนายรัฐ รักสำรวจ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินองค์กรของการบินไทย ได้กล่าวเสริมว่า บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินในฝูงบินจากปัจจุบันประมาณ 80 ลำ เป็น 102 ลำภายในปี 2569 ประกอบด้วย
- เครื่องบินลำตัวกว้าง 67 ลำ
- เครื่องบินลำตัวแคบ 35 ลำ
สำหรับปีนี้ บริษัทจะรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่เข้าประจำการ คือ
- Boeing 787-9 จำนวน 14 ลำ
- Airbus A321neo จำนวน 14 ลำ
ในสว่นของระยะถัดไป การบินไทยมีแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า
- ปี 2570 จะมีเครื่องบินประมาณ 112 ลำ
- ปี 2571 จะเพิ่มเป็น 129 ลำ
บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนเครื่องบินลำตัวกว้างต่อลำตัวแคบไว้ที่ประมาณ 2 ต่อ 1 เพื่อเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) ที่ดึงผู้โดยสารจากทั่วโลกมาต่อเครื่องในประเทศ ก่อนเดินทางไปจุดหมายอื่นในภูมิภาค
เปิดเส้นทางใหม่ เพิ่มจุดบิน
ในปี 2569 การบินไทยยังมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มจุดหมายปลายทางในหลายภูมิภาค
ยุโรปและโอเชียเนีย
- อัมสเตอร์ดัม (ไตรมาส 3)
- โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ (ไตรมาส 3)
เอเชีย
- ปูซาน เกาหลีใต้ (ไตรมาส 2)
- ดานัง เวียดนาม (ไตรมาส 4)
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มจุดบินในประเทศจีนด้วยเครื่องบินลำตัวแคบ เช่น
- ฉางชา
- เซียะเหมิน
- ฉงชิ่ง
ซึ่งจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 2 – 3 ของปี
จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ฝ่ายบริหารการบินไทยระบุว่า ปัจจุบันแนวโน้มการจองตั๋วล่วงหน้าในเดือนมีนาคมยังคงมีการเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทจะติดตาม Booking หรือการซื้อตั๋วล่วงหน้า อย่างต่อเนื่อง หากพบสัญญาณเป็นลบก็พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก
อย่างไรก็ตามในภาพรวม การบินไทยมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงเป็นบวก เนื่องจากผู้โดยสารจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาเลือกใช้เที่ยวบินตรงมากขึ้น หลังฮับการบินในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน
ข้อมูลจาก : ch3plus.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












