More
    spot_img

    เปิดตำนาน!! Mercedes-Maybach ที่สุดอัครยานยนต์ระดับไฮเอนด์จากเยอรมนี

    กว่าจะมาเป็นอัครรถหรูอย่าง Mercedes-Maybach จนถึงทุกวันนี้นั้นมีการเดินทางที่ยาวนานมีเรื่องราวที่น่าจดจำในฐานะหนึ่งในผู้นำแห่งโลกยานยนต์จากยุโรป

    และกลายเป็นยานยนต์เจาะกลุ่มมหาเศรษฐีที่เรียกว่า โคตรรวยพันล้าน ถึงจะเป็นเจ้าของได้และแบรนด์นี้กลายเป็นคู่กัดและเทียบชั้นกับแบรนด์หรูจากอังกฤษอย่าง Rolls-Royce Bentley Range Rover อย่างเต็มรูปแบบสำหรับใครที่อยากรู้จักแบรนด์นี้ทาง Car2Day พามารู้จักกับซับแบรนด์เครือตราดาวที่มีอายุเก่าแก่กว่า100 ปีกัน

    แบรนด์ Maybach ได้ถือกำเนิดในปี 1909 ที่ประเทศเยอรมนี โดยบริษัท Maybach Motorenbau GmbH ก่อตั้งโดย Wilhelm Maybach และลูกชาย Karl Maybach เดิมที Maybach ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานให้แก่เรือเหาะ Zeppelin และหันมาผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์เพื่อส่งให้กองทัพเยอรมันใช้ในกิจการทางทหาร และหลังจากนั้นมารถยนต์รุ่นแรกของค่ายอย่าง Maybach W1 ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยใช้พื้นฐานรถค่าย Mercedes แต่เป็นการทดสอบยังไม่เปิดตัวจนในปี 1919 และ Maybach W3 กลายเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแสดงรถยนต์ที่กรุงเบอร์ลินในปี 1921 แถมมีนวัตกรรมที่ขึ้นชื่อตั้งแต่ระบบเบรก 4 ล้อ เป็นรถยนต์เยอรมันคันแรกที่มีระบบนี้ กระปุกเกียร์ออโต้แบบดั้งเดิม กับเครื่องยนต์ 6 สูบที่ช่วยให้จัดการความเร็วทั้งหมดได้ด้วยเกียร์เดียว และภายในด้วยไม้และหนังแท้ที่หรูหรา

    นับตั้งแต่ Maybach W3 เปิดตัวมากลายเป็นรถยนต์ที่สุดในยุคทศวรรษที่ 20 ภูมิฐานและหรูเลิศจนกระทั่งมีรุ่นอื่นๆตามมาไม่ว่าจะเป็นรุ่น W5, 12, DSH, DS7 Zeppelin จนมาถึงรุ่นสุดท้าย SW42 ในปี 1939 ที่ใช้เครื่องยนต์ 4.2 ลิตร 140 แรงม้า และหายไปจากโลกยานยนต์ไปจนกระทั่ง Daimler-Benz (กลุ่ม Daimler ในปัจจุบัน) ได้เข้าซื้อกิจการของ Maybach Motorenbau GmbH ในปี 1961 และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Maybach Mercedes-Benz Motorenbau GmbH ด้วยสาเหตุที่ทาง Maybach อยากจริงจังกับการทำรถยนต์แต่ก็สู้เขาไม่ได้ จนกระทั่งปี 1969 กลายมาเป็น MTU Friedrichshafen

    63 ปีที่หายไปนั้นทาง Daimler Chrysler ในยุคนั้น ชุบชีวิตแบรนด์ Maybach โลดแล่นในโลกยานยนต์อีกครั้งด้วย Maybach 57 และ Maybach 62 โดยรุ่น 52 เป็นรุ่นฐานล้อสั้น และ 62 เป็นรุ่นฐานล้อยาวในร่าง Sedan Ultra Luxury ทั้ง 2 รุ่นนั้นมีความคล้ายกันแต่ต่างที่ความยาวตัวรถ โดยพัฒนาจากต้นแบบ Benz Maybach concept ที่เคยโชว์ตัวในงาน Tokyo Motor Show 1997 จากพื้นฐานของรุ่นปลาวาฬ Mercedes-Benz S-Class W140 โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2002 ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V12 ทั้ง 5.5 ลิตร M285  550 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร และ 6.0 ลิตร V12 612 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตรในรุ่น 57 S พร้อมการตกแต่งที่เลิศหรู และรุ่นตกแต่งพิเศษมากมายจนในปี 2001 ประกาศยุตการผลิต Maybach ในปี 2013 เพราะยอดขายไม่สามารถสู้กับ Rolls-Royce และ Bentley

    และในปี 2014 Daimler ตัดสินใจเปิดตัวแบรนด์ Maybach โดยใช้ชื่อซับแบรนด์ใหม่ในชื่อ Mercedes-Maybach และเปิดตัว Mercedes-Maybach S-Class ออกจำหน่ายโดยใช้พื้นฐานของ Mercedes-Benz S-Class W222 หรูหราแบบ S-Class เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์บนฝากระโปรงลาย 3 แถบเสริมโครเมียม ฝากระโปรงหน้าที่ยาว พร้อมคิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า กระจกหน้าต่างสีเขียว ความสมบูรณ์แบบด้วยโลโก้ “Maybach” บนฝากระโปรงหลังโดย Mercedes-Maybach มาพร้อมกับความยาวตัวรถประมาณ 5,462 มม. ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารพร้อมการตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง designo Exclusive semi-aniline, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre กับพลัง เบนซินเทอร์โบคู่ V8 4.0 ลิตร 469แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร แถมรุ่นนี้ขายในไทยโยตั้งไว้ 17.44 ล้านบาท จนหมดโมเดลไปและเจนใหม่ Mercedes-Maybach S-Class ก็ได้เปิดตลาดโลกพร้อมกับ S-Class W223 แต่ยังไม่เข้ามาจำหน่ายในไทย

    ยานยนต์ลำดับที่สองต้อนรับการกลับมาของ Mercedes-Maybach แตกไลน์ไปในกลุ่ม SUV Ultra Luxury กับการแนะนำ Mercedes-Maybach GLS โดยเมืองไทยเข้ามาจำหน่ายในรุ่น GLS 600 4MATIC Premium ที่สุดแห่งยนตรกรรมนำเสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุด โดยมาพร้อมขุมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 4.0 ลิตร  ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงในเวลาเพียง 4.9 วินาที กับตัวตนหรูด้วยกระจังหน้า Radiator grille และการใช้ตราสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉกกับตัวอักษร “Maybach” คู่กัน บนสีตัวถังทูโทนเอ็กซ์คลูซีฟ บันไดไฟฟ้า (Electrically Extending Running Board) ประทับโลโก้ Maybach ที่จะยื่นออกมารับเท้าในจังหวะที่ผู้โดยสารกำลังจะก้าวขึ้นเพื่อเข้าไปนั่งในรถในทุกครั้ง และเมื่อเข้าไปในนั่งในรถและปิดประตูแล้ว บันไดไฟฟ้าจะพับเก็บเข้าไปใต้ตัวถังรถอย่างแนบสนิท

    ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยดีไซน์ภายในที่มาพร้อมความตั้งใจในการมอบความหรูหราและสะดวกสบายขั้นสูงสุด เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้หนัง nappa คุณภาพสูงที่ตัดเย็บด้วยมือในทุกรายละเอียดทั่วทั้งห้องโดยสาร โดยมีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีดำ (black) และสีน้ำตาลตัดกับเบจ (mahogany brown/macchiato beige) พร้อมสีขาวมุกพิเศษ MANUFAKTUR crystal white/silver grey pearl ห้องโดยสารยังอยู่ที่เบาะที่นั่งแถวที่ 2 ที่นอกจากจะเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชันการนวดที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้สูงสุด 4 โปรแกรมแล้ว ยังมาพร้อมระบบ rear-seat entertainment system ที่มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบให้กับผู้โดยสารแถวหลังผ่านการควบคุมหน้าจอส่วนตัวด้วยแท็บเล็ต และหูฟังแบบ wireless head sets สองชุด

    ปัจจุบันแบรนด์เก่าแก่กว่า 100 ปีอย่าง Mercedes-Maybach ได้กลับมาเป็นที่นิยมและทำตลาดไปได้ด้วยดีโดยนิยมทั้งในยุโรป รัสเซีย เกาหลีใต้ อเมริกา เมืองจีน สำหรับเมืองไทยที่จำหน่าย Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium ในราคาเริ่มต้น 18,000,000 บาท ทาง Mercedes-Benz ประเทศไทย ยังแต่งตั้ง 4 ผู้จำหน่ายทั้ง เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ สตาร์แฟลก และ ทีทีซี มอเตอร์  เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

    ที่มา Wikipedia Mercedes-Benz และ thebangkokinsight

     

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    spot_img
    spot_img
    spot_img
    spot_img

    Latest Posts