More
    spot_img

    Ford Tourneo Custom ลักชัวรีแวนอัพเกรดหรูกว่า Transit Custom

    พึ่งจะแนะนำตัวรถตู้ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์สำหรับ Ford Transit Custom ทั้งสันดาป และ Ford E-Transit Custom แบบไฟฟ้าล้วนไปไม่นาน

    Ford

    ล่าสุด Ford เปิดทางเลือกเอาใจครอบครัวและนักธุรกิจสายเดินทางที่อยากได้รถตู้ที่หรูกว่าสบายกว่ากับ Ford Tourneo Custom และ Ford E-Tourneo Custom เจเนอรชันที่สอง จับพื้นฐานของ Ford Transit Custom และ Ford E-Transit Custom เจเนอเรชันที่สี่ ดัดแปลงกลายเป็นลักชัวรีแวนหน้าตาแบบเดียวกันเริ่มที่รุ่น E-Tourneo Custom กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมแบบไส้ในเป็นเกล็ดพร้อมโลโก้ Ford ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED เชื่อมต่อด้วยคิ้วกระจังหน้าแบบไฟ LED DRL สีขาว กลมกลืนกับชุดกันชนหน้าที่มีช่องเสียบปลั๊กมาให้ ด้านข้างดีไซน์ตามความเป็นรถตู้ทั่วไปพร้อมประตูสไลด์เปิดสองข้างพร้อมบันไดข้างเลื่อนไฟฟ้าเด่นด้วยคิ้วโครเมียมที่กรอบประตู ประตูท้ายแบบเปิดบานเดียวทั้งบานและไฟท้ายแนวตั้ง LED

    Ford

    ส่วนรุ่น Tourneo Custom ทุกอย่างคล้ายกับรุ่น E-Tourneo Custom เปลี่ยนตัวตนเน้นผจญภัยด้วยชุดแต่ง Active รอบคันตั้งแต่ กระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมแบบมีรังผึ้ง การ์ดเสริมกันชนหน้าสีเงินทูโทน คิ้วขอบล้อสีดำเท่ด้วยล้ออัลลอยลสายทูโทนขนาด 19 นิ้ว คิ้วชายล่างสีเงินทูโทน กันชนหลังสีเงินทูโทน คิ้วกรอบป้ายสีดำ ราวหลังคาทรงเด่น และไฟหน้า full matrix LED

    Ford

    ภายในจะติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC 4 พร้อมหน้าจอขนาด 13 นิ้วอันโอ่อ่าพร้อมลำโพงคุณภาพ B&O 14 จุด พร้อม  ซับวูฟเฟอร์ มาตรวัดดิจิตอล ที่ชาร์จไร้สายในชุดคอนโซลหน้าเท่ๆ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้านที่สามารถเป็นโต๊ะสำหรับทำงานหรือกินข้าวได้ กุญแจรีโมทแบบ ดิจิตอลการ์ด พร้อมเทคโนโลยี NFC รองรับการสื่อสารในรถแบบ 5G หลังคารถแบบพาโนรามา สบายด้วยห้องโดยสารสามตอนแปดที่นั่ง ที่นั่งตอนที่สองสามารถหมุนได้ เสริมโต๊ะขนาดเล็กไว้สำหรับกิจกรรมสันทนาการแถมยังพับเลื่อนหรือถอดเบาะได้

    FordFordขุมพลังครบครันทั้งสันดาปและไฟฟ้า เริ่มที่ Ford E-Tourneo Custom ความจุแบตเตอรี่ 74 kWh โดยมีแรงม้าถึงสองความแรงตั้งแต่ 136 แรงม้า และ แรงสุด 218 แรงม้า แต่แรงบิดเท่ากันคือ 415 นิวตันเมตร โดยให้ระยะวิ่งไกลสูงสุด 370 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP (สั้นกว่ารุ่น E-Transit Custom เพียง 10 กม.) โดยสามารถชาร์จเร็วกระแสตรง DC 15-80% ในเวลา 41 นาที รองรับกำลังไฟสูงสุด 125kW ส่วนชาร์จช้ากระแสสลับ AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW ชาร์จได้ไม่ถึง 8 ชม. รองรับการลากจูงมากถึง 2,000 กก.

    ขุมพลังสันดาปมีทั้งแบบเบนซินเทอร์โบ PHEV 2.5 ลิตร ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและความจุแบต 11.8 kWh โดยโหมดไฟฟ้าเพียวๆวิ่งไกลสุด 50 กม./การชาร์จหนึ่งครั้งและดีเซลเทอร์โบ EcoBlue 2.0 ลิตรมีหลากหลายความแรงตั้งแต่ 136 150 และ 170 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปแบบอัตโนมัติในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ และแบบกลไกที่เพลาหน้าสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา รองรับการลากจูงมากถึง 2,500 กก.

    FordFord

    Ford Tourneo Custom และ Ford E-Tourneo Custom ส่งมอบครั้งแรกในยุโรปในช่วงกลางปี ​​2023 และช่วงปลายปีนี้เริ่มขายรุ่นที่ใช้น้ำมันดีเซลและตามมาด้วยรุ่นอื่นๆ มีทั้งรุ่น Active, Sport, Titanium X ประกอบที่โรงงาน Ford Otosan ในเมือง Kocaeli ประเทศตุรกี ซึ่งจะโรงเดียวกันที่ประกอบ Volkswagen Transporter หรือ Volkswagen Calavelle รุ่นต่อไปที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน รวมถึง Ford Transit Custom และ Ford E-Transit Custom

    และเป็นหนึ่งในเก้ารุ่นที่จะเปิดตัวมีทั้งรถยนต์เอสยูวี 3 รุ่น และรถเพื่อการพาณิชย์ 4 รุ่น โดยรถเอสยูวี 3 รุ่นได้แก่ Ford PUMA EV, Ford Mustang Mach-E, เอสยูวีขนาดกลาง 1 รุ่น และ สปอร์ตเอสยูวี 1 รุ่น ทางด้านรถเพื่อการพาณิชย์ 4 รุ่น ประกอบด้วย รถเอ็มพีวีและรถตู้ Ford Transit Courier, Ford Tourneo Courier, Ford Transit Custom, และ Ford Transit Custom

    ที่มา Carscoops

    ABOUT THE AUTHOR

    spot_img
    spot_img
    spot_img
    spot_img

    Latest Posts