More

    เจาะรถเด่น! MG ส่งสองรุ่นใหม่มาไทยครึ่งปีแรกนี้

    นับตั้งแต่ MG มาทำตลาดเมืองไทยมาจนกลายเป็นผู้นำยานยนต์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์คนไทยมายาวนานและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับวงการมาตลอด 10 ปี

    MG

    ตั้งแต่ MG6, MG5, MG3, MG GS, MG ZS, MG ZS EV, MG EXTENDER, MG V80, MG HS, MG EP, MG HS PHEV, MG VS HEV และล่าสุด MG4 Electric เก๋งไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง

    ถึงแม้ปี 2022 เป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางสถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วโลก ผนวกกับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ยอดขายของ MG สามารถทำยอดขาย 27,293 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3.2% โดยอันดับหนึ่งของค่ายที่ทำยอดขายมากที่สุดหนีไม่พ้น

    MG 5

    1.กลุ่มรถยนต์นั่ง Eco Car & B-segment ทั้ง MG5 และ MG3 ทำยอดขายอยู่ที่ 11,458 คัน
    2. รถ B-SUV อย่าง MG ZS และ MG VS HEV  มียอดขายที่ 6,674 คัน
    3. รถไฟฟ้า MG ZS EV, MG EP และ NEW MG4 Electric มียอดขายอยู่ที่ 3,993 คัน
    4. C-SUV จากรุ่น MG HS และ MG HS PHEV มียอดขายอยู่ที่ 2,606 คัน
    5. กลุ่ม Pick up ในรุ่น MG EXTENDER มียอดขายอยู่ที่ 2,562 คัน

    สำหรับเป้าหมายของ MG ในปี 2023 นี้ ถึงครบรอบ 10 ของการทำตลาดในเมืองไทย คิดการใหญ่ ตั้งเป้าหมายขึ้นท็อป 5 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

    สานต่อการเป็นผู้นำรถไฟฟ้าในไทยตอบโจทย์ลูกค้าด้วยยานยนต์ที่ก้าวล้ำ รวมทั้งยกระดับความแข็งแกร่งของ EV ECOSYSTEM เพื่อรองรับสังคมรถไฟฟ้า ตลอดจนบริการหลังการขาย ไปจนถึงการทำตลาดรถยนต์มือสอง

    MGMG

    ในส่วนของรถใหม่นั้น MG เตรียมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยจะเปิดตัวอย่างน้อย 2 รุ่นในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดตัว MG EP รุ่นปรับโฉม ปรับภายนอกให้ดูสปอร์ตขึ้นกว่าเดิมแต่ยังมีความหรูหราอยู่ในร่างเอสเตท 5 ประตู ปรับภายในใหม่หมดชนิดลบภาพเดิมๆออกไป

    ตั้งแต่มาตรวัดดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.25 รวมถึงเบาะนั่งหลังที่สามารถพับได้เพิ่มพื้นที่มากถึง 1,367 ลิตร (ไม่พับเบาะ 479 ลิตร) ซึ่งสเปกไทยต้องจับตาแล้วว่าจะใช้ขุมพลังไฟฟ้าความจุ 50.3 kWh 163 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร

    อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ 8.8 วินาที วิ่งไกลสุด 380 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง หรือพัฒนาใหม่แบบเดียวกับ MG ZS EV แรงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กม./ชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

    LDV

    ส่วนอีกรุ่นกับ MAXUS MIFA 9 หรือ LDV MIFA 9 เข้ามาขายในไทยแปะตรา MG นั่นเอง ลักชัวรีแวน ที่มาท้าชนกับ Toyota Alphard และ Vellfire พร้อมความหรูหราสไตล์ 7 หรือ 8 ที่นั่ง

    กับพลังไฟฟ้าล้วน ติดตั้งความจุแบตเตอรี่ 90 Kwh ให้แรงม้าสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร โดยชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งไกลสุด 440 กม. (WLTP)

    พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมดทั้ง โหมด Normal, Eco และ Sport มีทั้งชาร์จช้า กระแสสลับ AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW ชาร์จ 5-100 % ในเวลา 8.5 ชม. และชาร์จเร็วกระแสตรง DC 20-80% ในเวลา 36 นาที โดยสเปกไทยจะใช้ชื่อ MG G90 EV หรือจะเป็นชื่ออื่นๆนั้นต้องติดตาม

    LDV

    นอกจากมีแผนเปิดตัวรถใหม่อย่างน้อย 2 รุ่น ในช่วงครึ่งปีแรก MG ยังต้องเร่งแก้ปัญหาการส่งมอบรถไฟฟ้าในรุ่นก่อนหน้าที่ไม่เพียงพอให้คลี่คลาย พร้อมเดินหน้าส่งมอบรถอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 แบรนด์รถยนต์ในไทย

    ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดรถไฟฟ้าในไทยโดยมี แรงสนับสนุนจาก SAIC MOTOR CORPORATION ตั้งเป้าส่งมอบรถอีวีเฉลี่ยเดือนละไม่น้อยกว่า 1,000 คัน รวมถึงเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานี MG Super Charge เพื่อรองรับผู้ใช้บริการในทุกๆ 150 กม.หรือน้อยกว่า

    MG

    ควบคู่กับการติดตั้งสถานีชาร์จในศูนย์บริการ ทั่วประเทศ โดยภายในสิ้นปี จะมีจำนวนสถานีชาร์จไม่น้อยกว่า 200 แห่ง พร้อมขยายเครือข่ายให้ครบ 77 จังหวัด เพิ่มจำนวนศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังจาก 67 แห่ง เป็น 80 แห่งภายในปีนี้ พร้อมเพิ่มการเข้าถึงอู่พันธมิตรและบริษัทประกันภัย

    ไปจนถึงการจัดส่งอะไหล่ในพื้นที่กรุงเทพฯ/ปริมณฑลภายในวันถัดไป และในพื้นที่ต่างจังหวัดภายใน 2 วันทำการ การขยายจำนวน Approved Certified Used Car by MG ศูนย์รถมือสองอีก 5-10 แห่ง รองรับการเติบโตของแบรนด์ภายใต้นโยบาย Customer Centric ตอบโจทย์ให้ตรงจุดเพื่อความพึงใจสูงสุดเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า MG ในไทย

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts