More

    BYD SEA LION เตรียมขายจีน 10 พฤษภาคม คาดค่าตัวเริ่มล้านต้นๆ

    หลังจากโชว์ตัวให้ชาวจีนได้เป็นที่รู้จักมายาวนานจนถึงงานล่าสุดอย่าง Auto China 2024 ก็ได้เผยอีกครั้งสำหรับ BYD SEA LION หรือ SEA LION 07

    BYDBYD SEA LION หรือ BYD SEA LION 07 จากตระกูล Ocean ดีไซน์โดย Wolfgang Egger หัวหน้าฝ่ายออกแบบค่ายที่เคยฝากผลงานในอดีตกับค่าย AUDI โดยได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบ BYD Ocean X ด้านหน้าหล่อคล้ายๆ BYD SEAL U ตั้งแต่ภายนอกด้วยไฟหน้า LED รูปตัว C พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกัน

    กันชนหน้าขึ้นรูปชิ้นเดียวดีไซน์หลบมุมซ้ายขวามีกระจังหน้าปิดทึบอยู่ในชุดเดียวกัน พร้อมตรา BYD กระจกแบบโอเปร่าดีไซน์หรูหราดุจรถยุโรป หลังคาแบบ Panoramic Glass Roof มาพร้อมเทคโนโลยีการตัดแสงและรังสียูวี ป้องกันความร้อนเข้าสู่ห้องโดยสาร กระจกมองข้างปรับองศาอัตโนมัติพร้อมระบบ Mirror Memory และระบบทำความร้อนไล่ฝ้า เส้นสายของตัวถังที่ดูลื่นไหลนับตั้งแต่จมูกหน้ารถแนวตัวถังด้านข้างต่อเนื่อง กระจกบังลมหน้าและหน้าต่างแถวหน้าแบบเก็บเสียง และหน้าต่างส่วนตัวผู้โดยสารตอนหลัง

    ไฟท้าย LED ออกแบบรูปตัวเอลากยาวอย่างต่อเนื่องติดตรา BYD รับกับกันชนหลังดีไซน์ตัวซีพร้อมดิฟฟิวเซอร์มาให้พร้อมไฟถอยหลังใต้กันชนและไฟทับทิมซ้าย-ขวา คิ้วขอบล้อทรงสปอร์ตรับกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/45R20 จากค่าย MICHELIN และมีขนาด 19 นิ้วให้เลือกพร้อมยางขนาด 235/50R19 และ 255/45R19

    สร้างจากแพลตฟอร์ม e-platform 3.0 รุ่นนี้อยู่กึ่งกลางรุ่น ATTO3 และรุ่น SEAL U มีมิติตัวรถตั้งแต่ความยาว 4,830 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,925 มิลลิเมตร ความสูง 1,620 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,930 มิลลิเมตร และน้ำหนักรถ 2,155-2,330 กิโลกรัมเท่ากันกับรุ่น SONG L

    BYD

    ภายในหรูหราอย่างน่าประหลาดใจด้วยการดีไซน์มีความคล้ายกับ BYD QIN L ด้วยดีไซน์คอนโซลหน้าหุ้มหนังสัมผัส พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสี่ก้านแบบท้ายตัด ติดตั้งมาตรวัดความเร็ว 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว สามารถหมุนจอได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย DiLink รองรับการอัปเดตในรูปแบบ OTA เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ HUD 50 นิ้ว พร้อมลำโพง Dynaudio 12 จุด ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light มากถึง 128 สี

    เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ตัดเย็บประณีตฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Memory Seat และ เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมกับระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ เครื่องปรับอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมระบบฟอกอากาศประจุลบพร้อมกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ถึงระดับ CN95 น้ำหอมปรับอากาศเลือกได้ถึง 3 กลิ่น

    ระบบกุญแจ NFC ที่ชาร์จมือถือไร้สาย หัวเกียร์คริสตัลรอบๆคันเกียร์รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส และช่องเก็บของหลายจุดสามารถวางแก้วน้ำ ช่องเก็บของหลายจุด มาพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C 2 จุด และ Type A 2 จุด แท่นชาร์จมือถือไร้สายสองช่อง ความจุห้องเก็บสัมภาระ 500 ลิตร

    BYDขุมพลังไฟฟ้าพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor พร้อมแบตเตอรี่แบบ lithium iron phosphate (LFP) Blade Battery เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถเรียกว่า Cell To Body หรือ CTB เริ่มที่รุ่นท็อป AWD Performance ขับเคลื่อนสี่ล้อมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ พร้อมความจุแบตเตอรี่ 82.5 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 530 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตันเมตร

    จากมอเตอร์คู่หน้าให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมอเตอร์คู่หลัง 313 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุด 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ส่วนระยะเวลาการชาร์จทั้งแบบกระแสตรง DC รองรับกำลังสูงสุด 150 kW กับ กระแสสลับ AC รองรับกำลังสูงสุด 11 kW

    นอกจากนี้ยังมีรุ่น Standard Range มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง RWD พร้อมความจุแบตเตอรี่ 80.640 kWh ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุด 610 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC และรุ่น Extended Range ยังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังความจุแบตเตอรี่ 80.640 kW ให้กำลังมากถึง 313 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุด 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC

    มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed พร้อมโหมดการขับขี่สามโหมดทั้ง Eco, Standard และ Sport มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) ใช้หัวชาร์จแบบ Type 2/CCS Combo ยังมีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ พร้อม ช่วงล่างแบบปีกนกคู่ด้านหน้า และ Multi-Link ด้านหลัง ช่วยควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและนุ่มนวล

    ระบบความปลอดภัย อาทิ ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC), ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) ช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW) ช่วยเตือนการชนด้านหลัง (RCW) ช่วยเตือนจุดอับสายตา (BSD) ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู (DOW)

    ช่วยเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ช่วยเบรกเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB) ช่วยเตือนรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า (FCTA) ช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า (FCTB) ช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA) ช่วยขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองรอบคัน 360 องศา ช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ (AVH)

    BYDช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop เซนเซอร์ช่วยจอด ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง แจ้งเตือนจํากัดความเร็วอัจฉริยะ (ISLI) ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ISLC) เตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ (LDA) ช่วยรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA) แสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ตรวจสอบความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DFM) ตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) และถุงลมนิรภัยรอบคัน 11 จุด

    เตรียมเปิดตัวและราคาจำหน่ายที่จีนในวันที่ 10 พษภาคม คาดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 200,000 Yuan หรือราว 1,025,000 บาท

    ส่วนตลาดต่างประเทศเตรียมเปิดตัวเวอร์ชันพวงมาลัยขวาและซ้ายภายในปี 2024 เริ่มที่นิวซีแลนด์ ส่วนเมืองไทยจะเป็นหนึ่งในห้ารุ่นขายภายในปีนี้ต่อจาก BYD ATTO 3 MY2024, BYD SEAL U DM-I, DENZA D9 และ BYD Song MAX EV ด้วยหรือไม่ต้องติดตาม

    ที่มา Autohome

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts