More

    Toyota ALPHARD x VELLFIRE พลังเสียบปลั๊กเตรียมขายญี่ปุ่นสิงหาคม

    หลังจากแนะนำตัวไปอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปีกลายสำหรับ Toyota Vellfire เวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดไปจนเป็นที่สนใจของแฟนๆสายหรูเป็นอย่างมาก

    Toyota

    ล่าสุดสื่อญี่ปุ่นรายหนึ่งรายงานว่า Toyota VELLFIRE PHEV มาพร้อมกับ Toyota ALPHARD PHEV ทั้งคู่เด่นด้วยสัญลักษณ์ PHEV หลังคาฝาท้ายบนคำว่า E-Four

    นอกนั้นเหมือนเวอร์ชันสันดาปและไฮบริดตั้งแต่กระจังหน้าโครเมียมพร้อมโลโก้สามห่วงครั้งแรกที่นำมาใช้ใน Alphard พร้อมไฟหน้าแบบ LED 3 ดวง พร้อมไฟ Daytime Running Lights ไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบ Sequential กระจังหน้าดีไซน์แนวนอน 6 ชั้นกับชุดกันชนหน้า ดีไซน์ใครดีไซน์มัน และกันชนหลัง และมีไฟตัดหมอกหน้า LED

    ด้านข้างมีเอกลักษณ์ด้วย สัญลักษณ์ตัวอักษร เฉพาะรุ่น Alphard/ Vellfire  บริเวณประตูคู่หน้าตรงเสา B เสริมคิ้วโครเมียมเด่นทั้งกรอบกระจกทุกส่วน พร้อมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ทรงสปูน พร้อมที่เปิดประตูโครเมียมแบบดึงก้านออกแบบหลุมก้านเปิดประตูให้เรียบเนียนกับตัวถัง ล้ออัลลอยใหญ่สุด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19

    ด้านท้ายยังดูดีกว่าเดิมด้วยชุดแผงป้ายทะเบียนติดตรา Alphard และ Vellfire ที่ออกแบบเว้นช่องว่าของตัวอักษรให้สวยงาม ข้างบนของชุดแผงป้ายทะเบียนติดตราสามห่วงไว้ สองฝั่งประดับด้วยไฟท้าย LED แบบเป็นเกล็ดเสริมขอบโครเมียมไว้กรอบไฟท้าย ส่วนรุ่น Vellifre มาพร้อมไฟท้าย LED รูปตัว U พร้อมกรอบโครเมียมเล็ก ประตูสไลด์ และฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า หลังคามูนรูฟ 2 บานตรงกลางซ้าย-ขวา

    จากพื้นฐาน TNGA (GA-K)ใหญ่ขึ้นทุกมิติตั้งแต่ความยาว 4,995 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,850 มิลลิเมตร ความสูง 1,950 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 150 มิลลิเมตร และความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

    Toyota

    ภายในคล้ายกันอลังการกับงานออกแบบที่หรูหราตอบโจทย์ผู้นำเริ่มที่ ชุดเบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Premium NAPPA ด้วยโทนสีดำ พร้อมออปชัน เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าโดยด้านคนขับปรับได้ 8 ทิศทางพร้อมระบบความจำ 3 ตำแหน่งและผู้โดยสาร 4 ทิศทาง

    เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองทั้งแบบปกติและแบบ VIP Executive Lounge แยกอิสระปรับได้ 10 ทิศทาง พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า ระบบนวด Massage Relaxation และระบบ Seat Ventilator ควบคุมผ่าน Detachable Tablet 5.5 นิ้ว คอนโซลด้านบนห้องโดยสารแบบ Super-long Overhead Console พร้อมจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว Smart Comfort Program สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารแถวสอง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนที่สามนั่งได้สามที่นั่งสามารถพับได้แบบ 50/50 ชุดแผงคอนโซลหน้าบุด้วยหนังสัมผัสเดินด้ายอย่างประณีต

    จอสัมผัสขนาดใหญ่ตั้งแต่ 14 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านแอป T-Connect เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay ไร้สาย, Android Auto และระบบนำทาง เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 4 โซนพร้อมระบบฟอกอากาศ NANOE X สำหรับห้องโดยสารตอนหน้า มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านออกแบบใหม่หุ้มหนังปรับสูง-ต่ำ ใกล้-ไกล 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า

    จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า Head-Up Display ม่านบังแดดปรับไฟฟ้า ไฟสร้างบรรยากาศแบบ LED Ambient Illumination Light ปรับได้ 64 สี ลำโพงคุณภาพพรีเมียม JBL 15 จุด ช่องชาร์จแบบเสียบสายผ่าน USB ด้านหน้า 3 จุดและด้านหลัง 4 จุด ที่ชาร์จมือถือไร้สายและเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold

    Toyota

    ขุมพลังรุ่น PHEV มีความเป็นไปได้ว่าจะยกมาจาก Lexus RX450h+ ด้วยเบนซิน PHEV Dynamic Force ขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS ให้กำลังมากสุด 177 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 219 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาทีในภาคเครื่องยนต์

    ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 5NM ให้กำลังมากถึง 182 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร สำหรับล้อหน้าและล้อหลังแบบ 4NM ให้กำลัง 54 แรงม้า แรงบิด 121 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 18.1 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวม 306 แรงม้า

    วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า EV ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอาจได้ 90 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC โดยชาร์จกระแสสลับ AC แบบ Type 2 รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 6.6 kW คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ ECVT พร้อม Sequential Shift พร้อมโหมดการขับขี่ถึงสี่โหมดได้แก่ EV,EV/HEV,HEV และชาร์จแบตเตอรี่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ e-Four มอเตอร์ไฟฟ้าแบบติดตั้งด้านหลัง กระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง ได้ตั้งแต่ 100:0 ถึง 20:80

    Toyota

    ความปลอดภัย Toyota Safety Sense ทั้ง เตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS) สามารถทำงานตอนกลางคืนและเบรกขณะข้ามแยกได้ ควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถแบบทุกย่านความเร็ว All-Speed Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) พร้อมหยุดและเคลื่อนรถอัตโนมัติ เตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert (LDA) ช่วยให้รถอยู่ตรงกลางแม้ไม่มีเส้นจราจร LTA (Lane Tracing Control)

    ช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Lane Change Assist (LCA) เปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB) ระบบไฟสูงปรับการกระจายแสงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam System (AHS) อ่านป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR) เตือนเมื่อรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า Traffic Movement Notification (TMN)

    หักเลี้ยวสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ PDA (Proactive Driving Assist) ช่วยลดความเร็วขณะเข้าโค้ง Curve Speed Reduction (CSR) เตือนมุมอับด้านหน้า FCTA (Front Cross Traffic Alert) เตือนรถด้านข้าง Blind Spot Monitoring (BSM) เตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) เตือนขณะออกจากรถ Safe Exit Assist (SEA) กระจกมองหลังแสดงภาพจากกล้องด้านหลัง ล้างเลนส์กล้องจากการฉีดน้ำ เซนเซอร์รถอัจฉริยะสามารถเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง Intelligent Clearance Sonar ถุงลมนิรภัยรอบคัน

    Toyota

    เบื่องต้นเตรียมขายญี่ปุ่นเช่วงสิงหาคมจากเดิมจะเปิดตัวช่วงเดือนมิถุนายน โดยค่าตัวอยู่ราวๆ 8,200,000 YEN หรือราว 1,959,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย แต่ถ้านำมาขายไทยจะอยู่ที่ 6,739,000 บาท

    ที่มา Car-Repo

     

     

     

     

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts