More

    MG CYBERSTER MY26 ลุคใหม่โรสเตอร์อีวีขายจีน 30 มิถุนายน

    ขายจีนและทั่วโลกมาเกือบ 2 ปีจนได้รับการตอบรับอย่างดีจากสาวกสำหรับ MG CYBERSTER โรสเตอร์พลังอีวีรุ่นแรกของค่ายและล่าสุดกับรุ่นปี 2026

    MG

    MG CYBERSTER MY2026 ปรับลุคใหม่ปรับภายนอกภายในถึง 10 จุดในร่างโรสเตอร์เปิดประทุนหลังคาผ้าใบ 2 ประตู

    เพิ่มแผ่นกันลมเสริมช่วยลดกระแสลมขณะเปิดหลังคารถ ระบบเปิดปิดหลังคาผ้าใบพร้อมระบบแสดงะระยะการเปิดปิดหลังคา เพิ่มื้นที่สัมภาระด้านท้ายให้มีความจุใหญ่ขึ้นพร้อมสีใหม่สีเขียว “Iris Green” และสีเทา “Andes Gray”พร้อมออปชันเดิมตั้งแต่ไฟหน้า LED Projector แบบ Laser Belt กระจังหน้าเรียวยาวพร้อมตรา MG ในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตด้านท้ายแบบ Kammback

    ชุดไฟท้าย LED Red Wing ด้วยเส้นไฟที่เรียวเล็กดูชัดเจนสุดล้ำ ไฟเลี้ยวรูปทรงลูกศรสปอยเลอร์หลังที่ฝังตัวอยู่ในชิ้นเดียวกันลงตัว กันชนหลังเสริมลิ้นสปอยเลอร์หลังสีดำ ประตูรถออกแบบมาเปิดแบบปีกนกหรือ Scissor Doors ล้ออัลลอยลาย Hacker Blade คาดว่าจะเป็นขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางหน้า 245/45R19 และยางหลัง 275/40R19 หรือ 20 นิ้ว พร้อมยางหน้า 245/40R20 และยางหลัง 275/35R20

    MGภายในมาพร้อมโทนสีใหม่ 2 สีทั้งสีดำ-แดง และเทา-ขาว พร้อมระบบดันหลังปรับไฟฟ้า lumbar support ในชุดเบาะนั่งคู่หน้า ระบบสั่งงานด้วยเสียงตอบสนองไวขึ้น แผงคอนโซลหน้ามีแผงจอแสดงดิจิทัลขนาดใหญ่ LCD เป็นทั้งมาตรวัดและจอสัมผัสในตัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านกลับมาใช้แบบท้ายตัดหรือทรง D Shape ติดตราโลโก้ MG มีปุ่มโหมดการขับขี่ Super Sport สีแดง คอนโซลกลางประดับด้วยแผงควบคุมต่างๆ คันเกียร์รวมถึงดีไซน์เกียร์อัตโนมัติเป็นแบบปุ่ม Shift By Wire สวิตช์เปิด-ปิดหลังคารถ ที่วางแก้วน้ำ เบาะนั่งสปอร์ตแบบ Zero-gravity Seat สีแดง เบรกมือไฟฟ้าอยู่หลังพวงมาลัยใต้มาตรวัด

    MGขุมพลังเป็นแบบไฟฟ้ามีให้เลือก 3 รูปแบบเริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมมากสุด 544 แรงม้า แรงบิด 725 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.2 วินาทีจากมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าให้กำลัง 204 แรงม้าและมอเตอร์ไฟฟ้าหลังให้กำลัง 340 แรงม้า สามารถวิ่งไกลสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC) หรือ 502 กิโลเมตร (NEDC) ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน lithium-ion battery ที่มีความจุแบตเตอรี่ 77 kWh

    และมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวอีก 2 รุ่นเริ่มที่รุ่น Standard Range ที่มีความจุแบตเตอรี่ 64 kWh ให้กำลังรวมมากสุด 314 แรงม้า แรงบิด 475 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งไกลสุด 501 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC) หรือ 483 กิโลเมตร (NEDC)

    รุ่น Long Range ความจุแบตเตอรี่ 77 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังรวมมากสุด 340 แรงม้า แรงบิด 475 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งไกลสุด 580 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC) หรือ 560 กิโลเมตร (NEDC)

    MGรองรับระบบการชาร์จ 2 รูปแบบทั้งแบบ Quick Charge และ Normal ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้ามีชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10%-80% ใช้เวลาประมาณ 26 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 140 kW ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge 0%–100% ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง รับรองที่สูงสุด 11 kW รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

    ระบบระบายความร้อน Straight Waterfall Grid Oil Cooling Technology ที่มีประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่นพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) การกระจายน้ำหนักแบบ 49:51 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Ultra- Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง

    MGพร้อมปรับซอฟต์แวร์และช่วงล่างใหม่พร้อมทั้งเสียงสังเคราะห์เอฟเฟกต์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ปรับระบบเตือนมุมอับสายตาเวอร์ชันใหม่ทำงานไวขึ้น โดย MG CYBERSTER MY2026 เตรียมเปิดตัวและขายจีนพร้อมกับ MG5 MY2026 ในวันที่ 30 มิถุนายน

    ที่มา Autohome

    ABOUT THE AUTHOR

    Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

    Latest Posts