Scoox Zero X7 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจีนดีไซน์ล้ำ พร้อมช่วงล่างหน้าแบบแขนเดี่ยว มอเตอร์ Bosch 3kW ความเร็ว 87 กม./ชม. เตรียมบุกตลาดปี 2026

Scoox Zero X7 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจีนดีไซน์สุดล้ำ พร้อมช่วงล่างหน้าแบบแขนเดี่ยว
Scoox Zero X7 คือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากประเทศจีน ที่สร้างความสนใจอย่างมากในวงการสองล้อด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะ ระบบช่วงล่างหน้าแบบแขนเดี่ยว (single-sided front suspension) ซึ่งแยกหน้าที่การเลี้ยวและการซับแรงสะเทือนออกจากกันอย่างชัดเจน เป็นแนวคิดที่เคยพบในรถแนวเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น Italjet และรถแข่ง Elf-Honda มาก่อน แต่ Scoox นำมาใช้ในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นครั้งแรก
ตัวรถมีรูปลักษณ์เรียบ เท่ และทันสมัย เส้นสายตัวถังเน้นความเรียบคมตั้งแต่หัวรถถึงท้ายรถ ตัวเบาะนั่งเป็นแบบเดี่ยว ปรับระดับความสูงได้ เหมาะกับการใช้งานคนเดียวมากกว่าซ้อนสอง ล้อหน้าโดดเด่นด้วยบังโคลนขนาดเล็กและแขนยึดโช้คที่มองเห็นกลไกชัดเจน เพิ่มความล้ำแบบวิศวกรรม

ขุมพลังและสเปกทางเทคนิค
Scoox Zero X7 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Bosch กำลัง 3,000 วัตต์ (ประมาณ 4 แรงม้า) ทำความเร็วสูงสุดได้ 87 กม./ชม. เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและทางรอบนอก ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด ความยาว 1,850 มม. กว้าง 760 มม. และฐานล้อ 1,310 มม. คล่องตัวสูงในการขี่ใช้งานประจำวัน
ระบบเบรกเป็นดิสก์ทั้งหน้าและหลัง พร้อม ABS และ Traction Control เพิ่มความปลอดภัยในสภาพถนนลื่นหรือเบรกฉุกเฉิน หน้าจอแสดงผลเป็น TFT ขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน แสดงข้อมูลการขี่ สถานะแบตเตอรี่ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ

Zero X7 เหมาะกับใคร?
Scoox Zero X7 เหมาะสำหรับผู้ที่:
-
ต้องการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ ไม่เหมือนใคร ทั้งดีไซน์และเทคโนโลยี
-
ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ต้องการรถเล็ก คล่องตัว ประหยัดพลังงาน
-
ชื่นชอบนวัตกรรมใหม่ และงานออกแบบเชิงวิศวกรรม
แม้ข้อมูลเรื่องความจุแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ และเวลาชาร์จยังไม่เปิดเผยแต่ Zero X7 มีกำหนดวางจำหน่ายในจีนช่วงต้นปี 2026 และมีแนวโน้มจะขยายสู่ตลาดโลกในอนาคต

บทสรุป
Scoox Zero X7 ไม่ใช่แค่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่น แต่เป็นตัวอย่างของความกล้าที่จะฉีกกรอบเดิมของอุตสาหกรรม ด้วยการผสมผสานดีไซน์ล้ำ เทคโนโลยีช่วงล่างขั้นสูง และระบบความปลอดภัยครบครัน ใครที่มองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์ และเต็มไปด้วยแนวคิดใหม่ ๆ รุ่นนี้ถือว่าน่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2026
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day











