More

    เร็วขึ้น 25% Svolt เปิดตัวระบบชาร์จ Gen 3.5 พร้อมแบตฯ Semi-Solid-State

    Svolt Energy ผู้ผลิตแบตเตอรี่ในเครือ GWM เปิดตัวเทคโนโลยีการชาร์จแบบใหม่และแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-solid-state) ที่พร้อมจะยกระดับประสิทธิภาพของรถ EV ในอนาคตอันใกล้

    Svolt

    1. เทคโนโลยีชาร์จ 3.5-Gen: เร็วขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

    ไฮไลต์สำคัญคือระบบชาร์จ “Ion Oscillation Pulse Charging” รุ่นที่ 3.5 ซึ่งค่ายเคลมว่าสามารถ ลดระยะเวลาการชาร์จจนเต็มลงได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยียุคก่อน

    • กลไกอัจฉริยะ: ระบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนเคมีแบตเตอรี่ แต่เปลี่ยน “วิธีการส่งกระแสไฟ” โดยใช้การปรับกระแสแบบอัจฉริยะร่วมกับการปล่อยช่วงพักเป็นจังหวะ (Relaxation phases) ทำให้ไอออนของลิเธียมเกิดการแกว่งตัวและกระจายตัวได้สม่ำเสมอมากขึ้นขณะวิ่งเข้าไปในขั้วแอโนด
    • ต้นทุนเท่าเดิม: Svolt ยืนยันว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่เพิ่มต้นทุน ในการผลิตแบตเตอรี่หรือระบบตัวรถแต่อย่างใด
    • Timeline: เตรียมลงในรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตแบบ Mass-production ในช่วง ไตรมาส 3 ของปี 2026

    Svolt

    1. บุกเบิกยุค Semi-Solid-State แบตเตอรี่

    Svolt เตรียมเดินสายพานการผลิตแบตเตอรี่กึ่งของแข็ง (Semi-solid-state) ในสเกลใหญ่ภายในปี 2026 โดยแบ่งออกเป็นรุ่นย่อยตามการใช้งาน:

    • รุ่นเรือธง (High-Energy): มีความหนาแน่นพลังงานสูงถึง 270 Wh/kg (ปัจจุบันเริ่มทดสอบติดตั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในยุโรปบางล็อตแล้ว)
    • รุ่นเน้นความปลอดภัย (Medium-Nickel): มาพร้อมเทคโนโลยี Transfer Membrane และการอัดด้วยความร้อนแบบไล่ระดับเจ้าแรกของโลก ช่วย ลดโอกาสเกิดการไฟลุกไหม้ (Thermal Runaway) ลงได้ 25% มีความหนาแน่นพลังงาน 245 Wh/kg จ่อผลิตจริงเดือนตุลาคม 2026 สำหรับรถ EV เกรดกลางถึงบน
    • รุ่นสำหรับอากาศยาน: แบตเตอรี่ High-Nickel สำหรับโดรนหรือเครื่องบินไฟฟ้า (eVTOL) ที่ให้พลังงานสูงถึง 342 Wh/kg

    Svolt

    1. Stacked 4.0: ปฏิวัติการผลิต ลดต้นทุน 34%

    เทคโนโลยีการวางเลเยอร์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ “Stacked 4.0” เปลี่ยนจากการวางซ้อนทีละ 8 แผ่น เป็น 16 แผ่นพร้อมกัน ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 100% ส่งผลให้ ต้นทุนต่อ Wh ลดลงถึง 34% โดยมีแผนเริ่มผลิตจริงในไตรมาส 2 ของปี 2026

    การขยับตัวของ Svolt ครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ “แบตเตอรี่ราคาถูกลงแต่ชาร์จเร็วขึ้น” จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ และที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ GWM (เช่น Haval, ORA, TANK หรือ Deepal) ซึ่งอาจทำให้คู่แข่งในตลาดต้องเหนื่อยกว่าเดิมในการไล่ตามประสิทธิภาพด้านต้นทุนครับ

    Source: CarNewsChina

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts