หลังจากเปิดตัวรุ่นฟูลไฮบริดที่ญี่ปุ่นได้ไม่นาน Toyota เปิดทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ไม่อยากไปคบอีวีล้วนกับ Toyota RAV4 PHEV เจเนอเรชันที่ 6

Toyota RAV4 PHEV ครั้งนี้มาด้วยกันถึง 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น Z และครั้งแรกของ RAV4 กับการเพิ่มรุ่น GR Sport เข้ามาจำหน่ายด้วยหน้าตาดีไซน์คล้ายกับเพื่อนร่วมค่าย
หน้าตาคล้าย Corolla Cross พองลมขยายใหญ่

เริ่มที่รุ่น GR Sport ผสมผสานความเป็น Toyota GR Corolla และรถไฟฟ้าตระกูล bZ Series เริ่มที่กระจังหน้าแบบ Hammerhead กริตเตอร์ขอบใหญ่ปีกซ้ายขวาดีไซน์เอกลักษณ์พร้อมตราโลโก้สามห่วงบนขอบกระจังหน้า
พร้อมโลโก้ GR ในชุดกันชนหน้าออกแบบช่องระบายอากาศดีไซน์ให้กรอบด้านข้างซ้าย-ขวาช่องใหญ่ขึ้นเป็นแนวตั้งถึงสองช่อง ช่องระบายอากาศส่วนกลางบนและล่างออกแบบหลอมรวมกับกรอบด้านข้างให้เป็นหนึ่งเดียว
ดีไซน์กันชนหน้าด้านล่าง กันชนท้าย วัสดุตกแต่งด้านข้าง และวัสดุตกแต่งไฟตัดหมอก LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้าด้านล่าง และวัสดุกันชนท้ายสีดำบริเวณฝาท้ายและโลโก้ RAV4 สีเงินบริเวณกรอบไฟท้าย ส่วนกลางของฝาท้าย
ด้านข้างมีหลังคาพาโนรามิกมูนรูฟ ซุ้มล้อทรงโต กระจกมองข้างทรงสปูนสีดำ ที่เปิดประตูดึงก้านสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้าย LED Light Guiding สีขาวแดงแนวยาว ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ใต้สปอยเลอร์หลังดีไซน์พิเศษ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และล้ออัลลอย 5 ก้านคู่สีเข้มขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางสปอร์ตแก้มเตี้ยขนาด 235/50R20

ทางด้านรุ่น Z เท่ด้วยกระจังหน้าแบบ Hammerhead กริตเตอร์ขอบใหญ่ปีกซ้ายขวาดีไซน์เอกลักษณ์พร้อมตราโลโก้ ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED รูปตัว C และไฟเลี้ยววิ่งในชุดโคมไฟหน้า ชุดกันชนหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่แบบรังผึ้งด้านล่างใต้ตำแหน่งป้ายทะเบียนพร้อมช่องระบายอากาศทรงสามเหลี่ยมและการ์ดเสริมสีเงินและสเกิร์ตใต้กันชนสีดำและมีไฟตัดหมอกหน้า LED
ด้านข้างเท่ด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ราวหลังคาบิ๊วอิน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้านสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้าย LED Light Guiding สีขาวแดงแนวยาว ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED กันชนหลังทรงสปอร์ต ราวหลังคา
ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/45R20 โดยยังคงเป็นพื้นฐาน TNGA-K (GA-K) Platform เช่นเดิม
- ความยาว 4,600-4,645 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,855-1,880 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,685 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 195 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ภายใน

คอนโซลหน้าทรงดุดันเหลี่ยมๆเท่ๆพร้อมมาตรวัดความเร็วดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.9 นิ้ว แบบลอยตัว พร้อมระบบนำทาง รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH
พวงมาลัยปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจำและเลื่อนอัตโนมัติขณะเข้า-ออกจากตัวรถ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 3 โซน ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา และหลัง ลำโพง JBL 9 จุด ช่องเสียบ USB Type-C รวม 4 จุด (หน้า 2 จุด หลัง 2 จุด) กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ เครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวาพ่วงการทำงานของระบบฟอกอากาศ NANOE X จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า HUD

เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้ Smooth Leather และหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support แบบไฟฟ้าและ Seat Ventilator เบาะนั่งผู้ขับพร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งด้านข้างพนักพิง Seat Ventilator และตอนที่ 2 พับได้แบบ 60/40 เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกของโดยพื้นที่ด้านท้ายขยายเป็น 749 ลิตร

รุ่น GR Sport สะท้อนสปอร์ตด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีดำ Piano Black พวงมาลัย และเบาะหนัง BRIN NAUB® และหนังสังเคราะห์ พร้อมสัญลักษณ์ GR บริเวณพนักพิงศีรษะ เดินตะเข็บด้ายสีแดง พนักพิงศีรษะและฐานก้านพวงมาลัยตกแต่งด้วยโลโก้ GR ชุดแป้นคันเร่งและเบรกแบบอะลูมิเนียมสีเงิน และสครัพเพลทบริเวณชายประตูติดตรา GR

รวมถึงรองรับจ่ายไฟภายนอก 1,500W ผ่านปลั๊กเสียบภายในรถ สามารถจ่ายไฟที่โหลด 400W สูงสุด 7 วัน สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและภัยพิบัติฉุกเฉินในกรณีรถชาร์จเต็มและน้ำมันเต็มถัง
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด

ด้วยเบนซิน Dynamic Force Engine Hybrid 2.5 ลิตร (รหัส A25A-FXS) ให้กำลังถึง 186 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 229 นิวตันเมตร ที่ 4,400-4,800 รอบต่อนาที
ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 22.10 kWh มีแรงดันไฟฟ้าและความจุไฟฟ้า 58 Ah กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหน้า 2 ตัวรุ่น 2VM 206 แรงม้า แรงบิด 272 นิวตันเมตร และตัวที่สามที่เพลาล้อหลังรุ่น 4NM ให้กำลัง 55 แรงม้า แรงบิด 123 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันให้กำลัง 329 แรงม้า

ด้วยตัวแบตเตอรี่ใช้สารกึ่งตัวนำ SiC (ซิลิคอนคาร์ไบด์) ใน PCU (หน่วยควบคุมพลังงาน) ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ระยะทางการขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนจากการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจึงเพิ่มขึ้นจากเดิม 95 กิโลเมตร เพิ่มมาเป็น 145-151 กิโลเมตร (WLTC) ชาร์จได้ทั้ง AC รองรับกำลังชาร์จ 6 kW ได้ 4.30 ชั่วโมง และ DC รองรับกำลังชาร์จ 50 kW โดยชาร์เร็ว 10-80% ภายใน 28 นาที รองรับ V2L และ V2H
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Sequential Shift 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง EV, AUTO EV/HV และ HV พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Electronic On-Demand All-Wheel Drive (AWD) กระจายแรงบิดแบบ 50% ไปยังล้อหลัง นอกจากนี้ส่งไปยังล้อหน้า เพิ่มประสิทธิภาพในการลุยมากขึ้นพร้อมความปลอดภัยเต็มคัน



พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงก์พร้อมเหล็กกันโคลง คอยล์สปริงและช็อคแอบซอร์บเบอร์ทั้งหน้าและหลังกับพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)
ส่วนรุ่น GR SPORT เซตช่วงล่างใหม่เน้นความเร้าใจทุกการขับขี่ พร้อมเหล็กค้ำตัวถังด้านล่าง ซับแรงสั่นสะเทือนและแรงบิดด้านหน้า หรือ Damper พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าปรับเซตให้การขับขี่ที่หนักแน่นมั่นคงพร้อมการบังคับควบคุมพวงมาลัยที่แม่นยำขึ้น ดิสก์เบรก 4 ล้อพร้อมคาลิปเปอร์สีแดงสปอร์ต และสัญลักษณ์ GR
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense 4.0
ที่รวมเอาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS พัฒนาซอฟท์แวร์และฮาร์ทแวร์โดย Arene สามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าได้แม่นยำมาครบทั้ง
- Automatic High Beam ลดความสว่างของไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อพบรถสวน
- Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติโดยใช้เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้า
- Road Sign Assist ช่วยสังเกตป้ายสัญญาณเตือน
- Pre-Collision System with Pedestrian Detection เตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้า
- Lane Departure Alert with Steering Assist ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมฟังก์ชันหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ
- Lane Tracing Assist ช่วยรักษาตำแหน่งรถในช่องทาง
- Blind Spot Monitor (BSM) แจ้งเตือนมุมอับสายตา
- Rear Cross Traffic Alert แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลัง
- Traffic Jam Assist ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ
- Front Cross Traffic Alert แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะเดินหน้า
- Lane Change Assist ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน
- Front and Rear Parking Assist with Automatic Braking ช่วยจอดหน้าและหลังอัจฉริยะพร้อม ช่วยเบรกอัตโนมัติ

Toyota RAV4 PHEV เจนใหม่ขายญี่ปุ่น 9 มีนาคม ทั้งรุ่น Z และ GR Sport เริ่มต้น 6,000,000-6,300,000 YEN หรือราว 1,215,000-1,275,000 บาท ในราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายรวมภาษีอยู่ที่ 2,594,000-2,719,000 บาท
ที่มา Toyota











