หนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน คือจังหวัดขอนแก่น เมืองที่เติบโตทั้งการค้า การลงทุน และการศึกษา แต่ภาพจำของการจราจรโดยเฉพาะบริเวณหน้าเซ็นทรัลขอนแก่น จุดตัดใหญ่ของเมือง ยังคงเต็มไปด้วยปริมาณรถที่หนาแน่น อย่างไรก็ตาม จากเวทีเสวนา “อนาคตขอนแก่น เมืองแห่งโอกาส” ได้ผุดไอเดีย ขอนแก่น ชิบูย่า ปรับทางม้าลายสี่แยกหน้าเซ็นทรัล ให้กลายเป็นสี่แยกแบบชิบูย่า ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางของเมือง

Motor Thailand ได้สรุปประเด็นจากเวทีเสวนา “อนาคตขอนแก่น เมืองแห่งโอกาส” เกี่ยวกับแนวคิดที่จะเปลี่ยนทางม้าลายสี่แยกหน้าเซ็นทรัล ขอนแก่น ด้วยการยกโมเดลจาก Shibuya Crossing ของเมืองชิบูย่า ในประเทศญี่ปุ่น มาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อยกระดับเมืองขอนแก่นสู่ Smart City ที่ให้ความสำคัญกับคนเดินถนน
ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้มองทางม้าลายแค่เป็นจุดข้ามถนน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถนน ที่อาจช่วยจัดระเบียบจังหวะการจราจรใหม่ทั้งระบบได้
แยกพลุกพล่าน ที่มีระเบียบ
สำหรับทางแยกที่ชิบูย่า ในประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่แยกที่มีคนข้ามถนนมากที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟหลักของย่าน และเต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงแหล่งบันเทิงจำนวนมาก
ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ คือระบบทางข้ามแบบ Scramble Crossing หรือ All-red phase ที่เมื่อไฟคนเดินขึ้น รถทุกทิศทางต้องหยุดพร้อมกัน เพื่อเปิดทางให้คนเดินข้ามได้อิสระทุกทิศทาง
จุดเด่นคือ
- คนสามารถข้ามพร้อมกันได้หลายทิศทาง รวมถึงแนวทแยงด้วย
- รองรับคนประมาณ 1,000 – 3,000 คน ต่อสัญญาณไฟเขียวหนึ่งรอบ
- รอบสัญญาณไฟหมุนเวียนประมาณ 90 – 120 วินาที
ซึ่งรูปแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากจังหวะรถเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาที่ตัดกับคนเดินได้ เพราะช่วงเวลาของรถกับคนถูกแยกออกจากกันแบบชัดเจน และเมื่อคนเดินเท้าสามารถเคลื่นที่ได้สะดวก ก็จะสามารถกระจายไปยังร้านค้าและธุรกิจรอบพื้นที่ได้ดีขึ้น

ขอนแก่นแบบชิบูย่า
สำหรับบริเวณสี่แยกประตูเมือง หน้าเซ็นทรัลขอนแก่น ถือเป็นหัวใจของย่านธุรกิจหลักในจังหวัด เป็นจุดตัดระหว่างศูนย์การค้า โรงแรม อาคารพาณิชย์ และแนวเส้นทางสัญจรสำคัญของเมือง
ในอนาคต ขอนแก่นยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายขนส่งมวลชน โครงการรถไฟทางคู่ รวมถึงระบบรถไฟรางเบาในเมือง ทำให้จุดตัดหน้าเซ็นทรัลมีศักยภาพเพียงพอสำหรับเป็นจุดเชื่อมระบบขนส่งหลายรูปแบบ
ซึ่งการออกแบบทางม้าลายให้โดดเด่นและปลอดภัยขึ้น จะช่วย
- สร้างภาพจำใหม่ให้เมืองดูทันสมัย
- สนับสนุนนโยบายเมืองเดินได้
- ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในเขตเมืองชั้นใน
- เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้พื้นที่รอบสี่แยก
แนวคิดนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เหมือนเป็นการวางโครงสร้างเมืองในระยะยาว

ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม การจะทำให้ขอนแก่นมีสี่แยกแบบชิบูย่า คงไม่ใช่แค่ทาสีใหม่บนพื้นถนน เพราะปริมาณรถในช่วงเช้าและเย็นของขอนแก่นมีปริมาณที่หนาแน่นมาก โดยเฉพาะเส้นมิตรภาพและถนนรอบศูนย์การค้า และต้องมีการต้องปรับจูนระบบให้เมืองหลายอย่าง
ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงคือ
- ต้องมีการคำนวณรอบไฟจราจร Signal Timing อย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้เกิดรถติดสะสมยาว
- ปรับพฤติกรรมการขับขี่ และสร้างวินัยจราจรให้เคารพสัญญาณไฟและเส้นหยุด
- ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายควบคู่เทคโนโลยี เช่น กล้อง AI ตรวจจับรถทับเส้นหรือฝ่าไฟแดง
- ต้องออกแบบให้มีร่มเงา หรือทางเดินเท้าที่มีหลังคา เพื่อให้เหมาะกับอากาศร้อนและฝนของไทย
หากขาดองค์ประกอบเหล่านี้ ระบบอาจทำให้การจราจรติดขัดมากกว่าเดิมได้
ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจริง อาจจะไม่ใช่แค่การเพิ่มความปลอดภัยให้คนข้ามถนน แต่มันแสดงให้เห็นว่าขอนแก่นพร้อมแล้วที่จะยกระดับเป็นเมืองระดับโลก
ซึ่ง Smart City ไม่ได้หมายถึงเมืองที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่คือเมืองที่ออกแบบมาจากความเข้าใจคน ที่ทำให้ประชาชนอยากออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้อย่างมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง
ข้อมูลและรูปภาพจาก : Motor Thailand
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com











