Ford Ranger Super Duty ตัวยักษ์ V6 โหดได้โล่ห์ ดุได้ใจ

หลังเปิดตัวและราคาที่งาน Motor Show 2026 สำหรับกระบะโหดอย่าง Ford Ranger Super Duty จนมียอดจองมากกว่า 150 คัน จากยอดจองรวมในงาน 813 คัน

Ford Ranger Super Duty

แม้มีสถานการณ์สงครามกับราคาน้ำมันที่ผันผวนแต่ลูกค้ายังวางใจมั่นใจกับความเกิดมาแกร่งของกระบะยักษ์หน้าดุอย่าง Ford Ranger Super Duty ทำให้ Ca2day จึงนำมารีวิวรู้จักตัวตนกัน

Design & Exterior

Ford Ranger Super Duty

Ford Ranger Super Duty

กระจังหน้าทรงดุสีดำแบบตาข่ายทอเปิดพร้อมปีกกระจังหน้าซ้าย-ขวา ฝากระบะหน้าออกแบบใหม่ปั้มคำว่า Super Duty บนขอบฝากระโปรงรับกับ ไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน

ชุดกันชนหน้าทรงเข้มแบบอิสระจากกระจังหน้าติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED โดยเป็นกันขนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง ทำให้กันชนมีความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดีขึ้น สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กเพิ่มเติม ยังช่วยเพิ่มการป้องกันด้านหน้าจากการกระแทกและช่วยปกป้องตัวรถจากอุปสรรคต่างๆ ขณะขับขี่ออฟโรดได้

Ford Ranger Super Duty

Ford Ranger Super Duty

ด้านข้างออกแบบใหม่ตั้งแต่คิ้วขอบล้อสีดำทรงเหลี่ยม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงโตกว่าเดิม บันไดข้างใหม่สีดำสุดเข้ม บันไดข้างดีไซน์เข้ม ไฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่เหยียบข้างกระบะท้ายกับกันชนหลังติดมาให้จากโรงงานและล้อเหล็กดีไซน์เฉพาะขนาด 18 นิ้ว น็อตล้อ 8 รู พร้อมยาง AT จาก General Grabber 275/70 R18

Dimension

Ford Ranger Super Duty

  • ความยาว 5,447 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 2,032 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,975 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,650 กิโลกรัม
  • ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 296 มิลลิเมตร
  • ความสามารถในการลุยน้ำ 850 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน 130 ลิตร พร้อมแผ่นกันกระแทกเหล็ก

เมื่อเทียบกับ Ford Ranger Raptor Diesel 2.0 Bi-Turbo พบว่า Ranger Super Duty ใหญ่เกือบทุกด้านโดยยาวกว่า Raptor 87 มิลลิเมตร กว้างกว่า 4 มิลลิเมตร สูงกว่า 49 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 24 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 136 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมันมากกว่า 50 ลิตร

Interior & Convenience

Ford Ranger Super Duty

ถึงภายนอกดุ ภายในสะดวกสบายและล้ำสมัย ทนทานและสามารถรองรับการใช้งานจริงได้ ภายในตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า หน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC4A® รุ่นล่าสุด

พร้อม FordPass Connect ที่ไม่เพียงช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แต่ยังแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถได้อย่างชัดเจน เชื่อมต่อ Apple Car Play ไร้สาย Android Auto และ Bluetooth กับลำโพง 6 จุด มาตวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 8 นิ้ว

Ford Ranger Super Duty

เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง ช่องต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องต่อไฟ 12 V 1 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230 V (400 W) 1 ช่อง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ปุ่ม Push Start แท่นชาร์จไฟไร้สาย ช่องต่อ USB บนกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติพร้อมช่องเสียบ USB ไล่ฝ้ากระจกหลัง

Ford Ranger Super Duty

Ford Ranger Super Duty

เบาะนั่งคู่หน้าทั้งคนขับ-คนนั่งปรับสูงต่ำได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้าหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ ทูโทน สีเทา/สีดำ Integrated Device Mounting System (IDMS) ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเลย เพื่อให้ลูกค้าติดตั้งอุปกรณ์ทำงานได้อย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่ติดตั้ง IDMS มาให้จากโรงงาน

Ford Ranger Super Duty

ติดตั้งช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซลที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวกโดย สวิตช์ที่เดินสายไว้แล้วตามจุดต่างๆ ที่อุปกรณ์เสริมส่วนใหญ่มักได้รับการติดตั้ง ทั้งใต้ฝากระโปรงหน้ารถ กระจังหน้า และบริเวณกระบะท้าย ทำให้การใช้งานรถสะดวกและเต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้ทำงาน ตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือออกผจญภัย

Performance & Transmission

Ford Ranger Super Duty

รอบนี้นำเอาดีเซลเทอร์โบเดี่ยว V6 มาประจำการแต่มาในรหัสใหม่ BF2H ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke ปรับกำลังลดลงเหลือ 210 แรงม้าที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที รองรับ EURO6 ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือ AdBlue และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมไม่เกิน 20% (B20)

Ford Ranger Super Duty

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter อัดแน่นด้วยด้วยสมรรถนะออฟโรดตั้งแต่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC) มีโหมดการขับขี่ Terrain Management System 7 โหมดทั้ง

  • โหมดปกติ Normal (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
  • โหมดประหยัด Eco (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
  • โหมดลากจูงและบรรทุก Tow/Haul (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
  • โหมดทางลื่น Slippery (ใช้เฉพาะ 4H)
  • โหมดทราย Sand (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
  • โหมดโคลน Mud/Ruts (ใช้ได้ทั้ง 4H,4L)
  • โหมดไต่โขดหิน Rock Crawl (ใช้ได้เฉพาะ 4L)

Handling & On Road-Off Road

Ford Ranger Super Duty

Ford จัดทริป ‘โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ บนเส้นทางจังหวัดชลบุรีทั้งทางเรียบ ทางธรรมชาติสุดโหด และทางออฟโรดเฉพาะที่ทาง Ford จัดให้เริ่มต้นที่โรงแรมแถวเขาพระตำหนัก พัทยา มาถึง กาปี้ป่าร่า คาเฟ่  ผ่านมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 เข้าหมายเลข 3240 จนถึง 331 เป็นระยะทาง 77 กิโลเมตร ตลอดช่วงมีฝนตกลงมา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการขับขี่แม้กำลังเครื่อง 3.0 ที่ตอนแรงม้าลงไปจากเดิม 40 แรงม้า

กับน้ำหนักรถเปล่า 2 ตันครึ่งไซซ์ยักษ์ แต่แรงบิดเท่าเดิมยังสร้างกำลังมหาศาล วิ่งไวต่อเนื่อง สมูทราบเรียบ โดยอัตราสิ้นเปลืองจากมาตรวัดวัดได้ถึง 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าใช้ได้นะ  ช่วงฝนตกก็ได้ลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4H ผสมกับโหมดถนนลื่น Slippery แม้จะมีอาการฝืนๆบ้างแต่ก็ควบคุมรถได้ดี

ยิ่งถ้าบรรทุกหรือลากจูงเทรลเลอร์พ่วงท้ายนี่สบายๆเลยหละเพราะคันนี้รับน้ำหนักรถสูงสุดรวมบรรทุก (GVM) ถึง 4,500 กิโลกรัม (4.5 ตัน) และถ้ารวมลากจูง (GCM )ด้วยสูงสุด 8,000 กิโลกรัม (8.0 ตัน)

Ford Ranger Super Duty

ทางด้านช่วงล่างด้านหน้ามาแบบเฮฟวี่ดิวตี้ อิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังแบบแหนบซ้อนเฮฟวี่ดิวตี้ 4 แผ่นขนาดใหญ่ อัปเกรดใหม่ โครงใหม่และแหนบหลังที่ยาวขึ้น ออกแบบเฉพาะเพื่อเพิ่มความสามารถบรรทุกและลากจูง

ในส่วนปีกนกมีความหนามากที่สุด มีความแข็งแรงและออกแบบมาเพื่อบรรทุกหนัก  จุดยึดสปริงและปีกนกล่างปรับให้ยกสูง เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อใช้งานออฟโรด เพลาขับหน้าและหลังที่พัฒนาใหม่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากขึ้นเฟืองท้ายแบบใหม่

ซึ่งเป็นเฟืองท้ายที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดที่เคยติดตั้ง ผลที่ออกมาจะมีอาการเด้งตลอดทางซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงล่างที่เน้นการบรรทุกมากกว่าโดยสาร

ส่วนล้อและยางขนาด AT 18 นิ้ว น็อต 8 ตัว ที่ทาง Ford เคลมว่าใช้วัสดุเหล็กช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความสามารถในการกระจายน้ำหนักได้ดีกว่ารับแรงกระแทกได้มากกว่าอันนี้เรื่องจริงแต่ยางติดมามีเสียงในย่านความเร็ว 90-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่ก็เป็นปกตินิสัยของยางประเภทนี้

Ford Ranger Super Duty

พวงมาลัยดีจริงกับพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS ปรับจูนให้สมดุลกับช่วงล่างที่พัฒนาใหม่ด้วยวงเลี้ยวแคบสุด 6.8 เมตร ด้วยแกนพวงมาลัยขนาดใหญ่ น้ำหนักดี ตอบสนองคม ควบคุมง่ายขึ้น ในความเร็วต่ำและเพิ่มน้ำหนักมานิดหน่อยเมื่อขับในย่านความเร็วสูง

ระบบห้ามล้อเป็นดิสก์เบรกสี่ล้อน้ำหนักการเหยียบเบรกจะหนักไปแต่ก็หยุดได้ฉับไวเมื่อเหยียบไป 25% จากจานเบรกขนาดใหญ่ด้านหน้าและด้านหลังออกแบบมาสำหรับรถคันนี้ทำงานได้ดีเลยทีเดียว

Ford Ranger Super Duty

จบออนโรดแล้วมากันที่สนามออฟโรดจำลองคันนี้ชิวๆไร้กังวลว่าจะไปครูดหรือกระแทกใต้ท้องรถด้วยแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ ที่ผลิตจากวัสดุเหล็กหนา 3.6 มิลลิเมตร ออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวกับโครงสร้างรถช่วยปกป้องส่วนสำคัญใต้ท้องรถที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงถังน้ำมัน การขับขี่ผ่านสิ่งกีดขวางหรือเส้นทางหฤโหดนั้น ง่ายดายมั่นใจ

Ford Ranger Super Dutyการยืดยุบของช่วงล่าง รวมถึงมุมปะทะและมุมจากด้วยการขับผ่านหลุมสลับ การขับขี่บนเนินเอียง ด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับยาง AT ประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นผิวออฟโรดทำได้ดี ด้านการขับขึ้นลงทางลาดชันกว่า 30 องศา สามารถพิชิตอุปสรรคได้อย่างไร้ปัญหา

Ford Ranger Super Duty

การลุยน้ำแม้รองรับการลุยน้ำสูงถึง 850 มิลลิเมตรยังออกแบบจุดระบายอากาศของระบบสำคัญ อาทิ เกียร์ กล่องเกียร์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงและ ถัง AdBlue ล้วนได้รับการติดตั้งไว้อย่างปลอดภัยเรียกว่าไร้กังวลใจได้

เสริมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด Trail Control และช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด Trail Turn Assist เมื่อหักพวงมาลัยเกือบสุดไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ระบบจะทำการเบรกล้อหลังด้านใน (ล้อที่อยู่ฝั่งเดียวกับทิศทางที่เลี้ยว) ในขณะที่ล้ออื่นๆ ยังคงขับเคลื่อนอยู่

ทำให้รถสามารถหมุนรอบตัวเองได้ง่ายขึ้นและมีวงเลี้ยวที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัด หลังเปิดใช้งานระบบซึ่งช่วยลดวงเลี้ยวของรถให้แคบลงเมื่อขับขี่ในพื้นที่ออฟโรดที่จำกัดอย่างเห็นได้ชัด และกล้องรอบคันคืออาวุธเด็ดของการลุยที่ให้ความชัด มุมมองกว้างและส่องใต้ท้องรถได้ดีกว่าพี่โต

Ford Ranger Super Duty

และไฮไลต์สำคัญของทริปกับการขึ้นไปพิชิตยอดเขาระเบิด ที่อำเภอ หนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางดินลูกรังที่ขึ้นชื่อเรื่องความลาดชันสุดโหด เต็มไปด้วยอุปสรรคและโค้งหักศอกอันท้าทาย แต่ด้วยขีดสุดแห่งความแกร่ง สมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่ยอดเยี่ยมและเทคโนโลยีช่วยขับขี่สามารถพิชิตเส้นทางหฤโหดนี้ได้ โดยช่วงล่างอาจด้อยในทางเรียบแต่ทางลุยโหดกลับเกาะถนนดี ลงร่องต่างๆแบบนุ่มเต็มเหนี่ยว

Safety

Ford Ranger Super Duty

  • ควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Adaptive Cruise Control with Stop-and-Go and Lane Centering
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High-Beam
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
  • เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
  • ช่วยควบคุมรถหลังจากชน Multi-Collision Brake
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง  Lane Departure Warning
  • ตรวจจับรถในจุดบอดและระบบตรวจจับขณะออกจากช่องจอด Blind Spot Information System with Cross-Traffic Alert and Braking
  • ป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
  • ช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist

กล้องมองรอบคัน 360 องศา พร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอด ถุงลมนิรภัย 7 จุด รอบคัน รวมถุงลมบริเวณหัวเข่า ช่วยโทรฉุกเฉิน ป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรก BA ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA

ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ควบคุมความเร็วขณะลงเขา HDC สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้าและด้านหลังรวมกัน 8 จุด (หน้า 4 จุด หลัง 4 จุด) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ3 จุด พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยด้านหลังทั้งสามที่นั่งแบบ 3 จุด จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer สัญญาณกันขโมย ตรวจวัดแรงดันลมยาง

Verdict

Ford Ranger Super Duty

แม้ตัวรถจะใหญ่กว่า Raptor แต่ได้ขุมพลังที่ดีกว่าด้วยเครื่อง V6 ดีเซลจัดจ้านเหลือๆอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างดุดันแต่พอรับได้ ช่วงล่างแหนบ 4 แผ่นทั้งใหญ่และยาวออกอาการเด้งบ้างแต่ลุยกินขาดชอบที่มีระบบล็อกความเร็วในยามลุยหรือ Trail Control สามารถควบคุมความเร็วได้ในยามลุย ไม่ต้องใช้ Walking Speed ด้วยตัวเอง

ทำให้ Ford Ranger Super Duty กระบะที่ตอบโจทย์หลากหลายภารกิจตรงทุกความต้องการ ทั้งกลุ่มนักเดินทางสายลุยเพื่อผจญภัยในเส้นทางสุดท้าทาย รวมถึงผู้ประกอบการหรือลูกค้าองค์กรที่ต้องการรถสำหรับภารกิจหนัก อย่างที่รถกระบะทั่วไปอาจไม่สามารถรองรับได้มาก่อนในร่าง 4 ประตู Double Cab ราคา 1,599,000 บาท และถ้าใครซื้อช่วงนี้ Ford ใจดี เติมน้ำมันฟรียาวๆ ถึง 6 เดือน มูลค่า 30,000 บาท (สนับสนุนค่าน้ำมันเดือนละ 5,000 บาท) ถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

 

 

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts