รัฐบาลเปิดแผนการขับเคลื่อนนโยบายคมนาคม ที่เรียกได้ว่า ถ้าทำได้จริง จะไม่ใช่แค่แผนระยะยาว แต่เน้นให้เห็นผลลัพธ์ได้ด้วย โดยจะดำเนินการผ่านกลยุทธ์ Quick-win ควบคู่กับการปรับโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่ถนน มอเตอร์เวย์ รถไฟ ไปจนถึงระบบตั๋วร่วม โดยเฉพาะมาตรการ รถไฟฟ้า 40 บาท ที่เป็นเหมือนพระเอก ในการช่วยลดค่าครองชีพและเชื่อมการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ตั้งเป้าให้ประชาชนได้ใช้งานจริง ปี 2570
คมนาคมเร่งเคลียร์งานค้าง เดินหน้าโครงการใหญ่
จากการแถลงนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยทิศทางการพัฒนาคมนาคมของประเทศ
โดยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคมได้วางกลยุทธ์ Quick-win เพื่อเร่งรัดจัดการ โครงการที่ค้างคาให้มีความคืบหน้าเร็วขึ้น ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายระยะ
ระยะที่ 1 เน้นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นตามแผน เช่น
- ถนนพระราม 2 (M82)
- ทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง
ซึ่งจะมีการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดและไฟฟ้าส่องสว่างให้เพียงพอระหว่างดำเนินงาน
ส่วนฝั่งภาคอีสาน ได้มีการวางแผนเตรียมเปิดทดลองวิ่งบนมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน – ปากช่อง อย่างเต็มรูปแบบ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 เพื่อช่วยระบายการจราจร สำหรับผู้เดินทาง
ส่วนระยะที่ 2 และ 3 จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการเดินหน้าโครงการใหม่ เช่น
- รถไฟทางคู่ระยะที่ 2
- รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
- โครงการแลนด์บริดจ์
เพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
แลนด์บริดจ์ไทย โปรเจกต์ใหญ่ที่น่าผลักดัน
จากสถานการณ์ความไม่สงบที่กระทบต่อบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ทำให้กระทรวงคมนาคมเริ่มมีการหารือเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์จริงจังมากขึ้น เนื่องจากหากเกิดปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสร้างผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักของโลก และอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าในภูมิภาค
โดยมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นทางเลือกที่ดีในการเชื่อมต่อการขนส่งจากมหาสมุทรอินเดียสู่มหาสมุทรแปซิฟิกผ่านประเทศไทย
ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาความคุ้มค่าการลงทุนไว้ก่อนแล้ว โดยรูปแบบการลงทุนจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เนื่องจากภาครัฐไม่สามารถลงทุนได้เองทั้งหมด ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาบริหารจัดการท่าเรือ และมีการหารือเบื้องต้นกับผู้ประกอบการจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีศักยภาพด้านการบริหารท่าเรือระดับโลกไว้แล้ว
กระจายการลงทุน ทั่วทั้งภูมิภาค
ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่ได้อยู่แค่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่จะกระจายการลงทุนในทุกภูมิภาค หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือพื้นที่ภาคใต้
ซึ่งปีงบประมาณ 2570 จะมีการผลักดัน
- โครงการรถไฟทางคู่ ชุมพร – สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องไปหาดใหญ่
- เชื่อมต่อชายแดนมาเลเซีย
เพื่อเป็นการยกระดับระบบขนส่งและเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค
ตั๋วร่วม 40 บาท ลุ้นได้ใช้จริง
ไฮไลท์สำหรับคือ ความคืบหน้าของระบบตั๋วร่วม โดยตอนนี้พระราชบัญญัติตั๋วร่วมผ่านวุฒิสภาแล้ว เหลือการจัดทำกฎหมายลำดับรอง 20 ฉบับ ซึ่งต้องเสร็จภายใน 180 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติการขนส่งทางรางมีผลบังคับใช้แล้ว และเตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายครั้งแรก ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับมาตรการ รถไฟฟ้า 40 บาท ตลอดวัน ทุกสีทุกสาย รัฐมนตรีคมนาคม มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) และกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เร่งจัดทำกฎหมายรับรองให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตร EMV Contactless ใบเดียวในการเชื่อมต่อการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งระบบราง รถเมล์ และเรือ ได้อย่างสะดวกไร้รอยต่อ โดยตั้งเป้าหมายใช้งานได้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นต้นไป
พร้อมยืนยันว่าจะมีการเจรจากับผู้ให้บริการระบบขนส่งทุกราย เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อทุกระบบสมบูรณ์ขึ้น พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เปิดสูตรคำนวณค่าโดยสารใหม่ คิดตามเวลาการใช้บริการ
ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางราง วันที่ 23 เม.ย.2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ได้มีการเสนอกฎหมายลูกบางฉบับ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น ขยายเกณฑ์จำกัดส่วนสูงจากเดิม 90 เซนติเมตร เป็น 120 เซนติเมตร ใช้บริการรถไฟฟ้าฟรี เป็นต้น
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน จะมีการดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง (Time Zone) โดยกำหนดว่า
- หากเดินทางไม่เกิน 40 นาทีจะจัดเก็บค่าโดยสาร 40 บาท
- หากเกินจาก 40 นาที จะเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 20 บาท
- หรือคิดเป็นแบบเหมาจ่ายรวม 60 ตลอดวัน
- สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ทุกสีและทุกสาย
ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารเดินทางระยะสั้น 2-3 สถานี ค่าโดยสารจะไม่ถึง 40 บาท แต่จะคิดตามระยะจริง ทั้งนี้จะมีการปรับค่าโดยสาร 5 บาทในทุกปี เพื่อลดการใช้เงินอุดหนุนจากภาครัฐ
ดัน Single Ownership ให้ รฟม. บริหารทั้งระบบ
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญ คือการจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม หรือ Single Ownership โดยมีการวางแผนให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้บริหารรถไฟฟ้าทุกสายเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถควบคุมค่าโดยสารได้จริง โดยต้องมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เพื่อซื้อคืนรถไฟฟ้า และดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันได้
เงื่อนไขสำคัญ จำเป็นต้องซื้อคืนสัมปทาน
การดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาท จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการซื้อคืนสัมปทานจากเอกชนกลับมาเป็นของรัฐ พร้อมปรับรูปแบบสัญญาสัมปทาน
จากเดิมแบบ PPP Net Cost ที่เอกชนลงทุน เดินรถ และจัดเก็บรายได้เอง
เปลี่ยนเป็น PPP Gross Cost โดยให้รัฐเป็นผู้รับความเสี่ยงด้านรายได้จากค่าโดยสารทั้งหมด ซึ่งจะว่าจ้างให้เอกชนเข้ามาดำเนินการเดินรถและซ่อมบำรุงแทน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ รวมถึงสัญญาการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ของรถไฟฟ้าทุกสาย ภายใต้สัมปทานรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนถัดไป คาดว่าในช่วงเดือน พฤษภาคม 2569 จะเริ่มเชิญผู้ประกอบการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เข้าหารือเกี่ยวกับการซื้อคืนกิจการรถไฟฟ้า
พร้อมกันนี้ จะเร่งหาข้อสรุปมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ว่าจะคิดแบบโซนพื้นที่ หรือโซนเวลา ในการจัดเก็บค่าโดยสาร
นอกจากระบบหลัก กระทรวงคมนาคมยังเตรียมพัฒนาระบบการเดินทางเชื่อมจากชุมชนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า โดยประสานรถโดยสารในซอย รถเมล์ และระบบขนส่งรอง ให้เชื่อมต่อกับระบบหลัก เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพการเดินทางทั้งระบบในระยะยาว
ข้อมูลจาก : ejan.co, matichon.co.th, brighttv.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













