BMW 7 Series/i7 LCI 2027 ปรับครั้งใหญ่…หรูเกินหรู

ทำตลาดมาสักระยะแล้ว BMW 7 Series และ BMW i7 2 เก๋งใหญ่สุดหรูจากเมืองมิวนิกล่าสุดไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ ครั้งแรกในรอบ 4 ปี 

BMW 7 Series 2027

BMW 7 Series 2027 กับ BMW i7 LCI 2027 (Life Cycle Impulse) ครั้งนี้ปรับยกตระกูลในสไตล์ NEUE KLASSE ทั้งภายนอก ภายใน และเทคโนโลยีกับรุ่นรถที่ขายอยู่ในปัจจุบัน และเป็นต้นแบบให้รุ่นอื่นๆในค่ายทำตาม

ภายนอกใหม่

BMW 7 Series

กระจังหน้าทรงไตคู่แนวตั้งทรงคลาสสิกขนาดใหญ่ติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาขับเน้นกรอบกระจังให้เด่นสะดุดตาแทนการใช้กรอบโครเมียมในรุ่นเดิมที่ทำหน้าที่เป็นทั้งไฟด้านข้างรถและยังเป็นไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน DRL แบบ LED มาในรูปทรงเรขาคณิตใหม่เรียวขึ้นกว่าเดิม กันชนหน้าออกแบบใหม่เน้นช่องระบายอากาศออกแบบใหญ่ทั้ง 3 จุด

ไฟหน้าคริสคัล LED ตา 2 ชั้นใหม่ด้านบนจะเป็นไฟ LED Daytime พร้อมเส้นแนวตั้งคั่นกลางไว้ ถัดลงมาเป็นไฟหน้า LED ดีไซน์เพรียวลงกว่าเดิม แบบ BMW Individual รวม 24 ดวง ด้านข้างออกแบบคิ้วชายล่างใหม่ดีไซน์ชิ้นเดียวกลมกลืนกับตัวถัง ที่เปิดประตูแบบซ่อนรูปเนียน

ล้ออัลลอยลายใหม่เลือกได้เริ่มที่ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางหน้า 255/45 R20 ยางหลัง 285/40 R20, ขนาด 21 นิ้วพร้อมยาง 255/40 R21 ยางหลังขนาด 285/35 R21 และขนาด 22 นิ้ว พร้อมยางหน้า 255/35ZR22 และยางหลัง 285/30ZR22

BMW 7 Series

ไฟท้าย LED โคมใหม่ยาวขึ้น ทำให้รถมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและจดจำได้ง่าย ชุดป้ายทะเบียนมาไว้ในชุดกันชนหลังดีไซน์ใหม่ ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปิดประตูรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องสัมผัสกุญแจ

นอกจากนี้ ระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูยังช่วยให้สามารถปิดประตูได้โดยอัตโนมัติอย่างนุ่มนวลและเงียบเชียบในรหัส G70 กับมิติตัวรถดังนี้

  • ความยาว 5,395 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,950 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,550 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 3,215 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 136 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,230-2,770 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 60-74 ลิตร ในรุ่นสันดาปและปลั๊กอินไฮบริด

ภายในใหม่หมด

BMW 7 Series

ยกงานดีไซน์มาจากรุ่น iX3 และ i3 ด้วยชุดแผงคอนโซลหน้าแบบลอยตัวออกแบบเชื่อมกับแผงประตูรถส่วนหน้า มาพร้อมเทคโนโลยี BMW Panoramic iDrive ซึ่งประกอบด้วย

หน้าจอส่วนบนของชุดแผงคอนโซลหน้า แบบ 3D Head-up Display หรือ BMW Panoramic Vision ทอดยาวและแสดงข้อมูลโดยตรงสู่สายตาของผู้ขับขี่ ในส่วนเสา A สองฝั่งสามารถปรับแต่งได้ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกสิ่งที่ต้องการดูได้และยังแสดงระบบนำทางและเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอีกด้วยในขณะเดียวกัน

BMW 7 Series

หน้าจอสัมผัสกลางแสดงผล BMW Passenger Screen ขนาด 14.6 นิ้ว เอียงเข้าหาผู้ขับขี่ และยังมีจอสัมผัสติดกันฝั่งคนนั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารด้านหน้ารับชมวิดีโอสตรีมมิ่งได้แม้ในขณะรถเคลื่อนที่ อภิมหาจอสัมผัสก็ว่าได้เพราะเขาใจดีให้มาตั้ง 31.3 นิ้ว แบบ BMW Theater Screen ลอยตัวติดบนหลังคา ความละเอียด 8K สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

BMW 7 Series

มาพร้อมเทคโนโลยีด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X (OS X) หรือ iDrive X รุ่นล่าสุดซึ่งกล่าวกันว่าตอบสนองได้รวดเร็วและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น พร้อมโหมดปรับแต่ง My Modes  และ Quick Select เข้าถึงฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยอย่างรวดเร็วและเข้าตรง รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน Over-the-Air (OTA)

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงแปลกแบบหัวตัดท้ายตัด Shy Tech มีฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานทั้งก้านไฟเลี้ยว ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า สะดวกในการใช้งานเหมือนรถยนต์ทั่วๆไป ม่านบังแดดหลังคาพาโนรามิกกลาส มีระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิ 4 โซน และชาร์จมือถือแบบไร้สาย

BMW 7 Series

มีแถบไฟ Light Effect ในบริเวณชุดแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูสี่บานรวมถึงภายนอกรถ แถบไฟบนแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูสร้างบรรยากาศแบบ Ambient Light พร้อมปุ่มควบคุมแบบจอสัมผัสด้านหลังติดแผงประตู 5.5 นิ้ว พร้อมหลังคารถแบบ Sky Lounge panoramic ไฟ LED ส่องสว่างในห้องโดยสาร

เด็ดสุดก็คือลำโพงขั้นเทพ Bowers & Wilkins ระดับขั้นสูง Diamond Sound 4D ให้รอบคันถึง 36 จุด กำลังขับ 1,965 วัตต์ และความจุสัมภาระท้าย 500 ลิตร พร้อมกุญแจ BWM Digital Key Plus

ขุมพลังหลากหลาย

BMW 7 Series

ขุมพลังสันดาปขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงบนเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo พ่วงเทคโนโลยี 48V Mild Hybrid ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เสริมพละกำลังขึ้นมาอีก 18 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตรในขณะสตาร์ทรถและเร่งความเร็ว ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด STEPTRONIC

รุ่น 740d xDrive ด้วยดีเซลรหัส B57D30B ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตรที่ 1,500–2,500 รอบต่อนาที เมื่อทำงานร่วมกันส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที

รุ่น 740 xDrive กับเบนซินรหัส B58B30M2 ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 540 นิวตันเมตรที่ 1,980-5,000 รอบต่อนาที เมื่อทำงานร่วมกันส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 400 แรงม้า แรงบิด 580 นิวตันแมตร 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.4 วินาที

BMW 7 Series

เบนซินปลั๊กอินไฮบริด 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo เริ่มที่รุ่น 750e รหัส B58B30S ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,850–4,700 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวมสูงสุด 489 แรงม้า และให้แรงบิดรวมสูงสุด 700 นิวตันเมตร ให้ระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดที่ 82 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP  เร่งความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.8 วินาที

รุ่น M760e xDrive รหัส B58B30S ให้กำลังสูงสุด 426 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที ส่งแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตรที่ 1,980–5,400 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อทำงานร่วมกัน ให้กำลังรวมสูงสุด 612 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร

ให้ระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP เร่งความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.2 วินาที และ 3.9 วินาที ใช้ one-foot rollout method

ทั้ง 2 รุ่นมาจากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 347.5V กับ มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังสูงสุด 197 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 100-5,500 รอบต่อนาที กับพแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 22.1 kWh

ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ AC สูงสุด 11 kW 0-100% ภายในเวลา 2.15 ชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด STEPTRONIC

BMW 7 Series

รุ่นไฟฟ้าล้วน eDrive จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V มี ด้วยกัน 3 รุ่นเริ่มจาก รุ่น i7 50xDrive โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร และ มอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหลังให้กำลัง 313 แรงม้าที่ แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ เมื่อรวมกันได้แรงม้าสูงสุด 455 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 591-728 กิโลเมตร (WLTP) ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 5.5 วินาที

รุ่น i7 60xDrive โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร และ มอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหลังให้กำลัง 313 แรงม้าที่ แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ เมื่อรวมกันได้แรงม้าสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิด 745 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 581-727 กิโลเมตร (WLTP) ชาร์จ DC ภายใน 10 นาที เพิ่มระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 4.8 วินาที

รุ่น i7 M70xDrive โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร และ มอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหลังให้กำลัง 489 แรงม้าที่ แรงบิด 650 นิวตันเมตรที่ เมื่อรวมกันได้แรงม้าสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 1,015 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 566-686 กิโลเมตร (WLTP) ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 3.8 วินาทีและ 3.5 วินาที ใช้ one-foot rollout method

BMW 7 Series

ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 112.5 kWh ยกเว้นรุ่น i7 M70xDrive ขนาด 112.4 kWh โดยชุดแบตเตอรี่ลิติดตั้งด้านล่างตัวถัง จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Two-Stage Single Speed ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive มอเตอร์ไฟฟ้าคู่

การชาร์จเริ่มที่ชาร์จช้าแบบ Wallbox (AC 3 เฟส รองรับการชาร์จด้วยกำลังสูงถึง 22 kW) จาก 10-100% ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว DC รองรับการชาร์จด้วยกำลังสูงถึง 250 kW จาก 10-80% ใช้เวลา 28 นาที ชาร์จ DC ภายใน 10 นาที เพิ่มระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ยกเว้นรุ่น i7 M70xDrive ชาร์จ DC ภายใน 10 นาที เพิ่มระยะทางประมาณ 205 กิโลเมตร

BMW 7 Series

ช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Motorway Assistant รองรับการขับขี่แบบปล่อยมือได้สูงสุดที่ความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ City Assistant ช่วยนำทางแบบ Address-2-Address ครอบคลุมการเลี้ยว ผ่านทางแยก และตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจรโดยอัตโนมัติ

ช่วงล่างแบบถุงลมปรับสูง-ต่ำตัวรถแบบอัตโนมัติและปรับด้วยตัวเองได้ ติดตั้งชิ้นส่วนเสริมกระจายแรงบริเวณคานหน้าและเบ้าโช้คอัพหน้าเสริมประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนด้วย Integral Active Steering และ Active Roll Stabilization

BMW 7 Series

BMW 7 Series 2027 และ BMW i7 2027 รุ่น LCI ผลิตที่โรงงานในเมืองดิงโกลฟิง แคว้นบาวาเรียตอนล่างของเยอรมนี เริ่มผลิตและส่งขายทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2026

ส่วนเมืองไทยมีทั้งแบบนำเข้าและประกอบที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง จังหวัดระยอง คาดพบกันเร็วสุดปลายปีนี้ทันงาน Motor Expo หรือช้าสุดต้นปีหน้าก่อนงาน Motor Show

ที่มา BMW

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts