หลังจากเผยข้อมูลไปคร่าวๆสำหรับ GWM HAVAL H7 PLUS ทรงเหลี่ยมขับเคลื่อน 4 ล้อที่ใช้งาน Auto China 2026 เผยโฉมพร้อมเผยราคา

GWM HAVAL H7 PLUS หรือ GWM HAVAL RAPTOR PLUS จากพื้นฐาน GWM HAVAL RAPTOR Hi4 ในร่างเอสยูวีทรงกล่องและเป็นอีกหนึ่งเรือธงของค่ายสำหรับตลาดโลก
หน้าตาไม่ต่างจาก RAPTOR Hi4

เพิ่มเติมจากรุ่นเดิมตรงที่เสา C และ D ขนาดใหญ่ขึ้นตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ โดยเสา C ตกแต่งลายภูเขา พร้อมกระจังหน้าใหม่เสริมแผงแนวยาวสีเดียวกับตัวรถครอบทับไว้ใต้โลโก้ HAVAL และปรับขนาดโลโก้ให้เล็กลง
นอกนั้นคงเดิมกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเหลี่ยมไฟหน้า LED โคมใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสจากเดิมเป็นทรงกลม 123 ดวง พร้อมไฟ LED DRL เส้นแนวนอนในตัว ให้ความสว่างไกลถึง 189 มิลลิเมตร มีแถบไฟยาว 1,088 มิลลิเมตร รับกับกันชนหน้าทรงดุดันสีดำเสริมคิ้วกันชนหน้าสีเทา
ด้านข้างติดตั้งราวหลังคาแบนเรียบเนียนเข้ากับหลังคารถพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน
ด้านท้ายเท่ด้วยไฟท้าย LED แนวตั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้าประกอบด้วยหลอด LED 300 หลอด พร้อมคิ้วป้ายทะเบียนแนวนอนในชุดกันชนหลัง ติดตราโลโก้ GWM ขนาดใหญ่ในชุดฝาครอบล้ออะไหล่ คิ้วขอบล้อสีดำออกแบบใหม่ขยายความกว้างอีก 30 มิลลิเมตร
พร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 2 ทางเลือก 18 นิ้วพร้อมยาง 265/60 R18 และขนาด 19 นิ้ว 245/55R19 และ 255/60 R19 ตัวรถใหญ่ขึ้นจากรุ่นเดิมด้วยพื้นฐาน monocoque ตั้งแต่
- ความยาว 4,912 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,950 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,905 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 221 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,115-2,280 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ภายใน

แบบ 5 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมอุ่นเบาะพร้อมเบาะนั่งตอนที่สองที่พับได้แบบ 40/60 โดยมีพื้นที่ด้านท้าย 586-1,404 ลิตร และยังปรับเอนได้ 27-32 องศา และยังมีรุ่น 3 แถว 7 ที่นั่ง เพิ่มเบาะนั่งตอนที่ 3 พับแบบ 50/50 และมีช่องเก็บของถึง 45 จุดรอบๆภายใน

คอนโซลหน้าที่มีสองจอลอยตัวทั้งมาตรวัดความเร็วพร้อมจอ LCD 12.3 นิ้ว และจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ GWM’s Coffee OS 3.0 คอนโซลกลางออกแบบเรียบง่ายและใช้งานง่ายกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านพร้อม Paddle Shift มีเกียร์คอแทนเกียร์ด้ามในชุดคอนโซลกลางเบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold ที่วางชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W และลำโพง 10 จุด GWM’s Coffee AI Sound system
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Hi4

ด้วยเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ใหม่เพิ่มกำลังรวมมากถึง 17% ด้วยรหัสใหม่ GW4B15M 156 แรงม้า แรงบิด 243 นิวตันเมตร (แทนรหัสเดิม GW4B15E 167 แรงม้า แรงบิด 243 นิวตันเมตร) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยล้อหน้าให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตันเมตร
ด้านล้อหลังให้กำลังที่ต่างกันเริ่มที่รุ่น Hi4 195 ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น Hi4 192 7 ที่นั่ง, รุ่น HI4 255 ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร ให้กำลังมอเตอร์รวม 299 แรงม้า แรงบิด 510 นิวตันเมตร ในรุ่น Hi4 195 และ 299 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ในรุ่น Hi4 192 7 ที่นั่งและ HI4 255
เมื่อทำงานร่วมกันทุกระบบให้แรงม้า แรงบิดรวมที่ต่างกันเริ่มที่รุ่น Hi4 195 สูงสุด 435 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น Hi4 255 ให้กำลังรวม 449 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร และรุ่น Hi4 192 7 ที่นั่ง ให้กำลังรวม 435 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร
ชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลดขนาดลง

เนื่องจากขนาดตัวรถที่ใหญ่ขึ้นถึง 2 ขนาด ตั้งแต่
- ขนาด 33.7 kWh แบบ LFP วิ่งอีวี 192 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 185 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 6.1 วินาที ในรุ่น Hi4 192 7 ที่นั่ง
- ขนาด 33.7 kWh แบบ LFP วิ่งอีวี 195 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 188 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 6 วินาที ในรุ่น Hi4 195
- ขนาด 44.7 kWh แบบ NMC วิ่งอีวี 255 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 246 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 5.8 วินาที ในรุ่น Hi4 255
มีระยะทางขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ DHT 2 สปีด กับช่วงล่างหลัง 5 Link เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

ความปลอดภัยครอบคันทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS Coffee Pilot 3 และเซนเซอร์ LiDAR รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล รองรับกล้อง 7 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 1 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เพื่อรองรับ NOA ความเร็วสูงและระบบช่วยจอด มาครบ 20 ฟังก์ชัน เช่น
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรง ทางแยก ตรวจจับคนเดิน autonomous emergency braking with intersection detection
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน lane-keep assist
- ช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน lane-centering assist
- จดจำป้ายจราจร traffic sign recognition
- สัญญาณกะระยะการจอดหน้า-หลัง front and rear parking sensors
- กล้องมองภาพรอบคัน 360-degree camera

GWM HAVAL H7 PLUS มาพร้อมสีใหม่สีเขียวมิ้นต์ พร้อมสีเดิม สีบรอนซ์เงิน สีขาว สีดำ และสีเทา เปิดราคาขายล่วงหน้าหรือพรีเซลก่อนเปิดราคาจริงที่จีนเริ่ม 189,800-215,800 YUAN หรือราว 905,000-1,027,000 บาท และเมืองไทยจะนำมาขายหรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา CarNewsChina










