ออสเตรเลียเป็นอีกตลาดที่ JAC สนใจและส่งกระบะเข้าร่วมสู้กับคู่แข่งจากญี่ปุ่นและอเมริกากับ JAC T9 และล่าสุดกับ JAC HUNTER PHEV

JAC HUNTER PHEV กระบะเสียบปลั๊กในร่าง 4 ประตูขับเคลื่อน 4 ล้อ เด่นที่กำลังเครื่องยนต์และสมรรถนะการลากจูงที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันไม่ว่าจะเป็น BYD SHARK 6 GWM POER SAHAR PHEV (Cannon Alpha PHEV) และ Ford Ranger PHEV

โดยเป็นรุ่นที่ 2 ของค่าย JAC ต่อจาก JAC T9 เวอร์ชันดีเซลด้วยหน้าตาที่คล้ายกันตั้งแต่ ไฟหน้า LED แบบแยกส่วนอยู่ข้างล่างข้างบนจะเป็นไฟ DRL แบบ LED และไฟตัดหมอกหน้า มาพร้อมกระจังหน้าสีดำ ตราสัญลักษณ์ JAC ครอบทับด้วยกรอบสีดำครอบส่วนไฟ DRL ไปจนถึงกันชนหน้า พร้อมการ์ดเสริม
มีราวหลังคา กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว บันไดข้าง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วเสริมยางหน้ากว้าง แก้มสูงขนาด 265/60 R18 ไม่มีขอเกี่ยวลากขอบกระบะท้ายแทนที่ด้วยสปอร์ตบาร์ รองรับบรรทุกสัมภาระที่ออกแบบใหม่ปและไฟท้าย LED แนวตั้งและกันชนท้าย มีมิติตัวรถ
- ความยาว 5,330 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,983 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,920 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,110 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 210 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 77 ลิตร
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด Payload 915 กิโลกรัม
- ความสามารถในการลากจูงได้ถึง 3,500 กิโลกรัม

ภายในอาจคล้ายเวอร์ชันดีเซลกันด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 4 ก้าน เกียร์หมุน และเบาะนั่งหุ้มหนังลาย Diamond Cut เสริมความรู้สึกหรูหรา ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 6 ทิศทาง มาตรวัดความเร็วขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 10.4 นิ้ว รองรับฟีเจอร์ต่างๆ ทั้ง Apple CarPlay Android Auto เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ที่ชาร์จมือถอไร้สาย รวมถึงโหมดการขับขี่ที่ให้เลือกหลากหลายโหมด

ขุมพลังเป็นเบนซินเทอร์โบชาร์จ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 218 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยล้อหน้าให้กำลัง 177 แรงม้า และล้อหลัง 204 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP 31.2 kWh จาก Guoxuan High-Tech ติดตั้งตรงกลางแชสซี เมื่อทำงาร่วมกันให้กำลังสูงสุด 490 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร

วิ่งไกลสุดเมื่อทำงานร่วมกัน 1,005 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งอีวีล้วน 100 กิโลเมตร (NEDC) เพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ให้ความประหยัด 62.5 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบล็อกเฟืองท้ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
JAC HUNTER PHEV เตรียมขายออสเตรเลียกลางปีนี้คาดค่าตัวต่ำกว่า $50,000 เป็นราคาไม่รวมค่าตัวรถและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการนำรถลงวิ่งบนท้องถนน (On-road costs) ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย (ACCC) หรือราว 1,165,000 บาท และจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกในไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคมถึงกันยายน)

แต่ถ้าไม่ชอบพลังรถติดถ่านยังมีดีเซลเทอร์โบใน JAC T9 ขนาด 2.0 ลิตร 170 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 410 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดจาก ZF 8HP50
พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part Time พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมดทั้ง Normal/ECO/Sport/Snow ความจุถังน้ำมัน 76 ลิตร น้ำหนักบรรทุกสูงสุด Payload 1,045 กิโลกรัมและความสามารถในการลากจูงได้ถึง 3,200 กิโลกรัม
ที่มา Carexpert










