Ford Ranger PHEV 2026 เพิ่มรุ่น XL ขายออสซี่เริ่ม 1.379 ล้านบาท

ขายออสเตรเลียมา 1 ปีแล้วสำหรับ Ford Ranger PHEV 2026 กระบะแกร่งพลังปลั๊กอินไฮบริดจนได้รับการตอบรับอย่างดีและสู้ได้กับ BYD SHARK 6

Ford Ranger PHEV

ล่าสุด Ford ออสเตรเลียปรับไลน์อัพ Ford Ranger PHEV 2026 ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ XL แทนรุ่น XLT และยุบรุ่น STORMTRAK ออกส่วนรุ่นอื่นๆอย่าง WILDTRAK และ SPORT ยังจำหน่ายต่อไป 

รุ่นย่อยใหม่ XL

อาจได้หน้าตาบ้านๆไม่หรูหราตั้งแต่ ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ ชุดกันชนหน้าทรงเข้มสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้ายสีขาวแดงแบบรมดำ พร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/70 R17 แบบ AT แผ่นป้องกันใต้ท้องรถทำจากเหล็ก ไลนเนอร์ปูพื้นกระบะ และไฟหน้าฮาโลเจน

ส่วนรุ่นอื่นๆยังคงเดิมเริ่มที่รุ่น WILDTRAK ติดตั้งไฟหน้า Matrix LED ปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติแถมป้องกันไฟแยงตาและเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติกับไฟวิ่งกลางวัน DRL LED ในโคมเดียวกัน

กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมแบบสีดำเงา แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ราวหลังคาดีไซน์ขนาดใหญ่สปอร์ตบาร์ฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และล้ออัลลอยลายเข้มหกก้านคู่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/65R18

Ford Ranger PHEV

รุ่น SPORT เน้นการใช้งานเป็นหลักมีสปอร์ตบาร์ ไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องเวลากลางวัน LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน ชุดกันชนหน้าทรงเข้มติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า LED ไฟท้ายสีขาวแดง LED พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ทุกรุ่นเพิ่มจุดเสียบปลั๊ก AC Type 2 บริเวณใกล้กับช่องเติมน้ำมันด้านซ้าย พร้อมบันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้าย ช่องระบายอากาศข้างบังโคลนหน้าซ้าย-ขวาออกแบบลวดลายพิเศษด้วยคำว่า PHEV

ภายในคล้ายกับดีเซล

Fordแตกต่างกันในแต่ละรุ่นเริ่มที่รุ่น WILDTRAK ตั้งแต่ชุดแผงคอนโซลหน้าหุ้มหนังสัมผัส พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านคู่หุ้มหนัง ชุดเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ดำขลิบส้ม ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง แท่นชาร์จไร้สายกุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB และ ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light

Fordระบบความบันเทิงครบครันด้วยหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android Auto™ สามารถเชื่อมต่อบลูทูธ พร้อมระบบ FordPass ช่องต่อ USB 4 จุด

มาตรวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 8 กับ 12.4 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ทิศทาง และช่องต่อไฟ 12V พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W) เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold และปุ่ม Push Start และเกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter หุ้มหนัง

ทางด้านรุ่น SPORT กับ XL ระบบความบันเทิงครบครันด้วยหน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว กับมาตรวัดดิจิทัลแบบสีขนาด 12.4 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ทิศทาง เบาะนั่งคนขับปรับสูงต่ำได้ 6 ทิศทางและด้านผู้โดยสาร 4 ทิศทาง

ช่องต่อไฟ 12V พร้อมช่องต่อไฟ 230V (400W) เบรกมือคันโยก เครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซน ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติพร้อม Stop & Go ส่วนรุ่น SPORT ได้ เบาะหนังตกแต่ง กล้องมองรอบทิศทาง

Fordไฮไลท์เด็ดอยู่ที่ขุมพลังแรงด้วยเบนซินเทอร์โบ EcoBoost 2.3 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 188 แรงม้าที่ 4,600 รอบต่อนาที แรงบิด 411 นิวตันเมตรที่ 2,700 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 102 แรงม้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ nickel manganese cobalt (NMC) ขนาด 11.8 kWh

โดยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ในชุดร่วมกับชุดเกียร์และแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่บริเวณใต้ท้องรถมีการออกแบบให้เข้ากับชุดแชสซีเป็นพิเศษเพื่อป้องกันความเสียหายกับชุดแบตเตอรี่เมื่อมีการใช้งานในสภาพเส้นทางทุรกันดาร

Ford

เมื่อเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ทำงานร่วมกันจะได้กำลังรวมสูงสุด 282 แรงม้าที่ 4,600 รอบต่อนาที แรงบิด 697 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที รวมระยะเวลาการชาร์จเพียงให้ข้อมูลว่าโหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งไกลสุด 45 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 49 กิโลเมตร (NEDC)

แน่นอนว่าแรงบิดขนาด 690 นิวตันเมตร ทำให้เป็นรุ่นย่อยของ Ranger ที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบันโดยเหนือกว่ารุ่น Raptor V6 เบนซิน 583 นิวตันเมตร และดีเซล V6 600 นิวตันเมตรนั่นเอง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 10R80 ขับเคลื่อนสี่ล้อ e-4WD พร้อมโหมดการขับขี่ Terrain Management System ทั้ง

  • Normal
  • Eco
  • Sport
  • Slippery
  • Tow/Haul
  • Mud/Ruts
  • Sand

Ford Ranger PHEV

ถึงจะมีชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาก็ไม่ทำให้ความสามารถในการบรรทุกอ่อนด้อยลงทั้งลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกประมาณ 1,000 กิโลกรัม ความลึกลุยน้ำ 800 มิลลิเมตร​ ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร

รวมถึงโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง Auto EV, EV Now, EV Later และ EV Charge พร้อมระบบช่วยลากจูง Pro Trailer Backup Assist ในรุ่น SPORT ออปชันใหม่ และ WILDTRAK

Ford

ทำงานนอกสถานที่อย่างไหลลื่นด้วย Pro Power Onboard หรือ Vehicle-to-load (V2L) จ่ายไฟให้เครื่องมือและเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังไฟสูงในที่ทำงานหรือจุดตั้งแคมป์ระยะไกลได้ เสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในรถจ่ายไฟได้ 2.3 kW เป็นออปชันมาตรฐาน หรือจะเลือกออปชันเสริมกับ 6.9 kW ที่มีเต้ารับ 15 แอมป์ 2 จุด

Ford Ranger PHEV

Ford Ranger PHEV กระบะแกร่งพลัง Plug In Hybrid นำเข้าจากแอฟริกาใต้ เมืองซิลเวอร์ตันด้วยอัตราภาษีนำเข้า 5% ท่ามกลางคู่เแข่งรายล้อมประชิดนอกจาก BYD ยังมีเจ้าอื่นๆจากจีนทั้ง GWM Cannon Hi4-T (GWM POER SAHAR Hi4-T) และ CHERY

ส่งขายออสเตรเลีย 3 รุ่นย่อยในราคารวมค่าจดทะเบียนและภาษีถนน On-Road ของออสเตรเลียเริ่ม $59,000-$79,990 หรือราว 1,379,000-1,869,000 บาท ขายจริงไตรมาสที่ 3 พร้อมสีใหม่สีส้ม Ignite Orange แทนสีเดิม Cyber ​​Orange

ที่มา CAREXPERT

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts