เข้าสู่ครึ่งปีหลังของปี 2026 ตลาดรถยนต์เมืองไทยเริ่มสดใสขึ้นอีกครั้งแม้จะมีมรสุมหลากหลายรุมเร้าทั้งปัจจัยภายนอกภายในประเทศ

ยอดขายรถใหม่เมืองไทย 4 เดือนของปี 2026 มียอดขาย 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02%
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 157,099 คัน เพิ่มขึ้น 23.91% จากปีที่ผ่านมา
รถกระบะ ยอดขาย 48,324 คัน ลดลง 5.84% จากปีที่ผ่านมา รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 423 คัน เพิ่มขึ้น 144.51% จากปีที่ผ่านมา รถ PPV ยอดขาย 14,746 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% จากปีที่ผ่านมา
ปัญหาในประเทศที่ยังต่อเนื่องทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ราคาพืชผลการเกษตร งานจากภาครัฐ ความเข้มงวดของเหล่าสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อยากขึ้นเพราะหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงปัจจัยภายนอกและเศรษฐกิจโลกผันผวนจะทำให้ยอดขายรถทั้งปี 2026 ถึง 600,000 คัน
สำหรับปีครึ่งปีหลังของปี 2026 ค่ายรถยนต์หลากหลายประเทศสั่งลุยส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์ลูกผสม และรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเริ่มแนะนำรุ่นประกอบในประเทศตามนโยบายภาครัฐ และแบรนด์ใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้ยอดขายรุ่งโรจน์ฟื้นจากความซบเซาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา
รวมถึงภาษีสรรพสามิตที่คิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แทนขนาดความจุกระบอกสูบหรือ CC เพื่อตอบทุกความต้องการทาง Car2Day จึงรวบรวมและคาดการณ์รถใหม่ที่จะเปิดตัวเริ่มด้วย
BMW: 7 Series/i7 LCI

BMW 7 Series 2027 กับ BMW i7 2027 LCI (Life Cycle Impulse) ไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก ปรับยกตระกูลในสไตล์ NEUE KLASSE ทั้งภายนอก ภายใน และเทคโนโลยีกับรุ่นรถที่ขายอยู่ในปัจจุบัน และเป็นต้นแบบให้รุ่นอื่นๆในค่ายทำตาม
สำหรับเมืองไทยมาครบทั้งสันดาป ปลั๊กอินไฮบริดและไฟฟ้าล้วน เริ่มที่ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงบนเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo พ่วงเทคโนโลยี 48V Mild Hybrid ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เสริมพละกำลังขึ้นมาอีก 18 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตรในขณะสตาร์ทรถและเร่งความเร็ว ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด STEPTRONIC
จากรุ่น 740d xDrive ด้วยดีเซลรหัส B57D30B ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตรที่ 1,500–2,500 รอบต่อนาที เมื่อทำงานร่วมกันส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที
ปลั๊กอินไฮบริดพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซินปลั๊กอินไฮบริด 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo จากรุ่น 750e รหัส B58B30S ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,850–4,700 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวมสูงสุด 489 แรงม้า และให้แรงบิดรวมสูงสุด 700 นิวตันเมตร
ให้ระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดที่ 82 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP เร่งความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.8 วินาที มาจากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 347.5V กับ มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังสูงสุด 197 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 100-5,500 รอบต่อนาที
กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 22.1 kWh ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ AC สูงสุด 11 kW 0-100% ภายในเวลา 2.15 ชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด STEPTRONIC
และปิดท้ายด้วยไฟฟ้าล้วนในรุ่น i7 จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Two-Stage Single Speed ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive มอเตอร์ไฟฟ้าคู่
รุ่น i7 50xDrive โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร และ มอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหลังให้กำลัง 313 แรงม้าที่ แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ เมื่อรวมกันได้แรงม้าสูงสุด 455 แรงม้า แรงบิด 660 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 591-728 กิโลเมตร (WLTP)
ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 5.5 วินาที ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 112.5 kWh
รุ่น i7 60xDrive โดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหน้าให้กำลัง 258 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร และ มอเตอร์ไฟฟ้าเพลาหลังให้กำลัง 313 แรงม้าที่ แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ เมื่อรวมกันได้แรงม้าสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิด 745 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 581-727 กิโลเมตร (WLTP) ชาร์จ DC ภายใน 10 นาที เพิ่มระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร
ให้ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 4.8 วินาที ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออน 112.5 kWh
ชาร์จช้าแบบ WALLBOX (AC 3 เฟส รองรับการชาร์จด้วยกำลังสูงถึง 22 kW) จาก 10-100% ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว DC รองรับการชาร์จด้วยกำลังสูงถึง 250 kW จาก 10-80% ใช้เวลา 28 นาที ชาร์จ DC ภายใน 10 นาที เพิ่มระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร
CHANGAN: AVATR 06T

AVATR 06T นำพื้นฐานเวอร์ชันซีดานหั่นครึ่งแรกต่อเติมท้ายแบบสปอร์ตสง่างามในร่างแวกอน และอาจเป็นรถใหม่ลำดับที่ 3 จะขายในไทย ด้วยดีไซน์ในสไตล์ AVATR 2.0 design language มาครบทั้ง EV และ REEV จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า Full-stack 800V SiC platform มีทั้งแบบรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว XTDM39 e-motor ให้ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จเร็ว 30-80% ภายใน 10 นาที ทุกรุ่นเริ่มที่
- รุ่น Standard Range แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP จาก CATL 75.46 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวล้อหลัง 2 ฝั่ง ให้กำลังฝั่งละ 306 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.74 วินาที ชาร์จเร็ว 30-80% ภายใน 10 นาที ชาร์จช้า 0-100% ภายใน 13 ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 652 กิโลเมตร (CLTC)
- รุ่น Long Range แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP จาก CATL 89.33 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวล้อหลัง 2 ฝั่ง ให้กำลังฝั่งละ 341 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ให้กำลังสูงสุด 683 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.85 วินาที ชาร์จช้า 0-100% ภายใน 15 ชั่วโมง วิ่งไกลสุด 741 กิโลเมตร (CLTC)
- รุ่น Performance AWD มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ จากมอเตอร์หน้า XYDM05 e-motor 286 แรงม้า แรงบิด 246 นิวตันเมตร และมอเตอร์ด้านหลัง XTDM39 e-motor 2 ฝั่ง ให้กำลังฝั่งละ 341 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร
เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังมากถึง 968 แรงม้า แรงบิด 996 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 680 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.78 วินาที ชาร์จช้า 0-100% ภายใน 15 ชั่วโมง
และ REEV เปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้าด้วยการใส่เครื่องยนต์ในการปั่นไฟและมอเตอร์ไฟฟ้าจับคู่กับแบตเตอรี่ใช้ในการขับเคลื่อนพร้อมกับระบบไฟฟ้าวิ่งไกล Kunlun ที่พัฒนาโดย CHANGAN ควบคุมการขับขี่ในแต่ละสภาพถนนสามารถปรับแรงบิด ลดการเปลี่ยนคันเร่งและความถี่ในการเบรกลงถึง 60%
ด้วยพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร รหัส JL469ZQ1 ให้กำลัง 156 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP จาก CATL ความจุ 46.65 kWh ให้ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 10 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC 0-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมง
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวล้อหลัง 2 ฝั่ง ATDM01 ให้กำลังฝั่งละ 252 แรงม้า แรงบิด 345 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมสูงสุด 503 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตันเมตร สามารถวิ่งไกลในโหมดไฟฟ้า 330 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC และชาร์จหนึ่งครั้งกับน้ำมัน 1 ถังวิ่งไกลรวม 1,250 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC มาตามนโยบายของค่ายตั้งแต่ปีกลายว่าอีก 3 ปีข้างหน้า มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่อีกมากกว่า 7 โมเดลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
CHERY: Q/V27 REEV

24 มิถุนายนนี้พบกับการเปิดราคาของ CHERY Q เจเนอเรชันที่ 3 ขนาดตัวรถใหญ่ขึ้นกว่าเจเนอเรชันที่ผ่านมาดีไซน์ภายนอกโค้งมนในร่างเก๋งท้ายตัดที่ครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์
ขุมพลังไฟฟ้าล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ความจุแบตเตอรี่ 42.7 kWh ให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิด 115 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 420 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 400 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 30-80% สูงสุด 85 kW ภายใน 16.5 นาที รวมถึงชาร์จ AC 6.6 kW
ให้ความเร็วสูงสุด 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับ Vehicle to Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 และ 6.6 kW มี 3 โหมดการขับขี่ ประกอบด้วย ประหยัด ธรรมดา สปอร์ต ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบ Double Wishbone และด้านหลังแบบ Multi-Link มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ADAS
รวมถึง CHERY V27 เอสยูวีบึกบึนและแข็งแกร่งในแบบ BOXY 5 ประตูรุ่นใหญ่กว่าเพื่อนร่วมค่ายอย่าง CHERY V23 และเพื่อนต่างค่ายอย่าง JAECOO 6 EV และ JAECOO 6 T
และเป็นรุ่นแรกของค่ายที่นำขุมพลัง REEV (Range-Extender Electric Vehicle) มาประจำการ ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร รหัส SQRH4J15 ให้กำลัง 156 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร สำหรับการปั่นไฟ
พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP จาก CATL ขนาด 34.3 kWh ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีถึง 2 ทางเลือกตั้งแต่
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 252 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดอีวี 210 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 203 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งได้ระยะทางรวมมากกว่า 1,230 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,187 กิโลเมตร (NEDC)
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Dual-Motor iAWD (Intelligent Electric All- Wheel Drive) ให้กำลังล้อหน้า 204 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตันเมตรและล้อหลังให้กำลัง 252 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 456 แรงม้า แรงบิด 505 นิวตันเมตร วิ่งไกลในโหมดอีวี 200 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 193 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทั้งระบบกว่า 1,200 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,158 กิโลเมตร (NEDC)
ทั้ง 2 ชาร์จได้ทั้ง AC สูงสุด 6.6 kW และ DC สูงสุด 100 kW 20-80% ภายใน 17 นาที มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 6 kW มาพร้อมโหมดการขับขี่ ECO, Normal, Sport และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ iWD รวม 9 โหมดทั้ง Snow ,Mud, Sand
DENZA: B5

โกลบอลโมเดลลำดับที่ 2 ต่อจาก DENZA D9 กับเอสยูวีพื้นฐาน BAO 5 จาก FANGCHENNGBAO เปลี่ยนตราเปลี่ยนสไตล์มาเป็น DENZA แบบ 5 ที่นั่งทรงกล่องพกพลัง Plug In Hybrid ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 273 นิวตันเมตร
บวกกับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Permanent magnet synchronous แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 31.8 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 687 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ภายใน 4.8 วินาที
วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 100 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 118 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งและเติมน้ำมัน 1 ถัง วิ่งได้ไกล 1,020 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,200 กิโลเมตร (NEDC)
พร้อมขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่มี 4L พร้อมโหมดการขับขี่ปกติทั้ง Eco Normal และ Sport และโหมดทางลุย Off Road Terrain 7 โหมดทั้ง MUD, Sand, Rock, Mountain, Wading และ Intelligent และ กำลังการชาร์จสูงสุด AC 7 kW และ DC สูงสุด 100 kW รองรับฟังก์ชัน V2L
FERRARI : LUCE

FERRARI LUCE อีวีรุ่นแรกของค่ายจากผลงานการสังสรรค์ระดับมาสเตอร์พีซ จากนักออกแบบระดับโลกที่เป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง Ferrari Head Designer Flavio Mansoni และ LoveFrom สตูดิโอออกแบบของ Sir Jony Ive (อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple) และ Marc Newson ดีไซเนอร์อุตสาหกรรมชื่อดังระดับโลก ทั้งการออกแบบภายในและภายนอก
ขุมพลังอีวีล้วนจากมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 122 kWh ร่วมกันกับ SK On ให้พลังรวม 1,050 แรงม้า แรงบิดรวม 990 นิวตันเมตรแต่ทาง FERRARI ระบุว่าแรงบิดสูงสุดที่ล้ออยู่ที่ 11,500 นิวตันเมตร
เป็นมอเตอร์ที่แยกขับเคลื่อนอิสระในแต่ละล้อจากมอเตอร์ล้อหน้า 286 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร (แรงบิดที่ล้อ 3,400 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ล้อหลัง 843 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร (แรงบิดที่ล้อ 7,750 รอบต่อนาที)
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V สามารถชาร์จเร็ว DC ด้วยกำลังสูงสุด 350 kW วิ่งไกลสุด 530 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 624 กิโลเมตร (NEDC) มาในราคา 33,840,000 บาท ส่งมอบปลายปีนี้
GEELY: STARRAY EM-i

GEELY STARRAY EM-i พื้นฐานเดียวกับเวอร์ชันอีวี เพียงแต่ใส่เครื่องยนต์ ลดขนาดแบต และมอเตอร์ลงสำหรับสาวกที่ยังไม่พร้อมที่จะคบอีวีล้วนบนพื้นฐานเบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 99 แรงม้า แรงบิด 125 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตรพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ความจุ 18.4 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ารวม 262 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วนทำได้ 83 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 98 กิโลเมตร (NEDC) แถมยังให้ระยะทางรวมต่อการชาร์จและการเติมน้ำมัน 1 ถัง 943 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,109 กิโลเมตร (NEDC) อัตราสิ้นเปลืองทำได้ 41.67 กิโลเมตรต่อลิตร (WLTP) ชาร์จได้ทั้ง DC รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 30 kW 30-80% ภายใน 20 นาทีและชาร์จ AC 6.6 kW ได้
มีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) 3.3 kW สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ รวมทั้งยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น
GWM: GWM ORA 07 Touring, GWM TANK 300 Hi4

ค่าย GWM พร้อมลุยตลาดปีม้าด้วยรถใหม่คาดเปิดกันถึง 5 รุ่น แต่ที่แน่ๆมีกัน 2 รุ่นเริ่มที่ GWM ORA 07 Touring ทางเลือกใหม่ของตระกูล 07 ที่เป็นทางเลือกใหม่เอาใจครอบครัวที่ชอบใช้รถในกิจกรรมสันทนาการช่วงวันหยุดด้วยหน้าตาผ่าครึ่งคันหน้าเวอร์ชันเก๋งดีไซน์ต่อเนื่องผสมผสานความเป็นรถทรงกล่องและทรงสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันด้วยพลังอีวีขับเคลื่อนล้อหน้า 204 แรงม้า วิ่งไกล 640 กิโลเมตร (NEDC) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 408 แรงม้า วิ่งไกล 550 กิโลเมตร (NEDC)

และ GWM TANK 300 Hi4 ทรงกล่องตัวดุพกพลังปลั๊กอินไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า P2 กำลังสูงสุด 164 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 kWh โดยเมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร รองรับการลากจูงสูงสุด 3,000 กิโลกรัมด้วยการพ่วงลาก และ 750 กิโลกรัมกับการลากจูงทั่วไป คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter
วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จในโหมดไฟฟ้าล้วน 105 กิโลเมตร และวิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงาน 860 กิโลเมตร สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 24 นาทีและยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ ประหยัดถึง 12 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน WLTC รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุด 3.3 kW
Honda: CITY Minor Change, CIVIC e:HEV MY26, HR-V e:HEV MY26, Prelude

เรียกว่าเปิดตัวพร้อมกับอินเดียสำหรับหน้าใหม่ไมเนอร์เชนจ์ Honda CITY หน้าใหม่ทรงสปอร์ต กับภายในใหม่ด้วยจอใหญ่ 10 นิ้ว มีระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) โดยจะเปิดราคาจำหน่ายช่วงงาน Big Motor Sale 2026 สิงหาคมนี้

อาจได้เห็นการปรับออปชันของรุ่นที่ขายในปัจจุบันอย่าง Honda CIVIC e:HEV และ Honda HR-V e:HEV ด้วยการเพิ่มระบบความปลอดภัยทั้ง ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) และระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)

นอกกจานี้ทาง CIVIC e:HEV ลุ้นติดตั้งระบบ Honda S+ Shift ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ ผ่านแป้นแพดเดิลหลังพวงมาลัยและปุ่มเฉพาะ พร้อมระบบ Linear Shift Control ให้ความรู้สึกการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วเมื่อกดคันเร่งเต็มที่ มาประจำการ
ส่วน HR-V อาจได้ Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify เข้ามา

รวมถึงอาจมี Honda Prelude e:HEV เข้ามาขายด้วยก็เป็นได้ในร่างเจนใหม่เจเนอเรชันที่ 6 พกพลังฟูลไฮบริด e:HEV 2.0 ลิตร กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแป้นเหนี่ยวหลังพวงมาลัย Paddle Shift ที่ทำหน้าที่ทั้งชะลอความเร็ว ควบคุมการรีเจนมอเตอร์ ชาร์จพลังแบตเตอรี่กลับเข้าไป
มีระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ 8 สปีด เมื่อกดโหมด Honda S+ พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง SPORT, GT, COMFORT และ INDIVIDUAL ให้ความประหยัด 23.6 กิโลเมตรต่อลิตร (WLTC)
HONGQI :E-HS9

ค่ายจีนหรูภายใต้การดำเนินงานของ METRO GROUP เปิดรุ่นแรกกับ HONGQI E-HS9 เอสยูวีไซซ์ยักษ์พลังอีวีล้วนรุ่น Performance AWD ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 120 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ด้วยล้อหน้าให้กำลัง 275 แรงม้า แรงบิด 306 นิวตันเมตร ล้อหลังให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร
โดยเมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 493 แรงม้า แรงบิด 606 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 548 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 645 กิโลเมตร (NEDC) โดยเปิดตัวและราคาในไทยพร้อมกับ MG URBAN 17 มิถุนายน
ISUZU: D-MAX x MU-X New Engine 2.8 ?

เนื่องด้วยภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เน้นค่า CO2 แทนซีซี ทำให้ ISUZU ต้องรีบปรับตัวและด้วยเครื่องยนต์ตระกูล 4J อย่าง 4JJ3-TCX 3.0 ลิตร ที่การพัฒนาอาจสุดทางแล้วจึงจำเป็นต้องมีขุมพลังใหม่มาทดแทน
และอาจเป็นไปได้ว่าปลายปีนี้อาจได้พบกับขุมพลัง RZ อาจเป็นขนาดใหม่ 2.8 ลิตร มาประจำการทั้ง D-MAX และ MU-X โดย ISUZU D-MAX ยังใช้หน้าเดิมที่เคยไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 4 ในรอบ 7 ปีและ MU-X ที่อาจปรับหน้าอีกสักครั้ง
LEPAS : L6 EV

รุ่นแรกของค่าย LEPAS เครือ CHERY กับ LEPAS L6 BEV 2026 เอสยูวีไฟฟ้า 100% ชูจุดเด่นด้าน Smart Mobility และ Energy Efficiency สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าควบคู่ไปกับนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพัฒนาบนแพลตฟอร์ม LEX (Next-generation Intelligent Platform) รองรับหลากหลายขุมพลังตั้งแต่สันดาปไปจนถึงอีวีล้วน

สเปกไทยมาแบบอีวีล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 67.08 kWh ให้กำลังสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิด 275 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 510 กิโลเมตร (NEDC) และความปลอดภัย ADAS เต็มคัน พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA) และช่วยจอดผ่านรีโมท (RPA) เปิดราคาคาดการณ์เริ่มที่ 7xx,xxx บาท พบกันมิถุนายนนี้
และปลายปีพบกับ LEPAS L8
MAZDA: CX-6e
![]()
MAZDA CX-6e เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่พื้นฐานเดียวกับ DEEPAL S07 จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แบบ LFP ขนาด 78 kWh ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 524 กิโลเมตร (NEDC) หรือ 484 กิโลเมตร (WLTP)
ให้ความเร็วสูงสุด 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7.9 วินาที มาพร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO/COMFORT/SPORT/CUSTOMIZE ชาร์จกระแสตรง DC 30-80% กำลังชาร์จสูงสุด 200kW ภายใน 15 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC กำลังชาร์จสูงสุด 11 kW ได้ รองรับระบบ V2L พบกันปลายปีนี้
MG : URBAN

17 มิถุนายนนี้พบกับการเปิดตัวและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ MG URBAN อีวีไฟฟ้ารุ่นใหม่จับตาสเปกและราคาจำหน่ายจำหน่ายจะโดนใจชาวไทยมากน้อยแค่ไหนต้องติดตาม และยังมีรุ่นอื่นๆเข้ามาด้วย ทั้ง MG HS, MG ZS เจนใหม่พลังฟูลไฮบริด และ IM 9 ตามแผนการเปิดตัวรุ่นใหม่ 9 รุ่นภายในปี 2026-2027
MERCEDES-BENZ: GLC with EQ Technology, S-Class Minor Change , VLE
ปีนี้ได้เห็น Mercedes-Benz GLC 400 4MATIC with EQ Technology มาแทน Mercedes-Benz EQC with EQ Technology โดยใช้แพลตฟอร์มใหม่หมดจากสถาปัตยกรรม MB.EA เพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับพื้นฐานรุ่น GLC แพลตฟอร์ม MRA2 มาโชว์
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลังที่ให้กำลังสูงสุด 490 แรงม้า รวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium-ion 800V ขนาด 94 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 713 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 839 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 330 kW ภายใน 22 นาที โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร และ AC 11-22 kW รองรับการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Vehicle-to-Load (V2L) ไปยังบ้าน Vehicle-to-Home (V2H) และโครงข่ายสาธารณะ Vehicle-to-Grid (V2G)

และการมาของ Mercedes-Benz S-Class ปรับครั้งใหญ่ในช่วงกลางอายุของเจเนอเรชันที่ 7 โดยปรับมากกว่า 50 % ปรับทั้งคันประมาณ 2,700 ชิ้นสำหรับ รุ่นปรับโฉมในร่างเจเนอเรชันที่ 7 รหัส W223/V223 โดยสเปกไทยใช้เครื่องยนต์เดิมทั้ง
ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ขนาด 3.0 ลิตร รหัส OM656 EVO ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้าที่ 3,600–4,800 รอบต่อนาที แรงบิด 650 นิวตันเมตรที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 5.4 วินาที
พร้อม Mild Hybrid ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V electrical system สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ ให้กำลังถึง 23 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในรุ่น S 350 d

และเบนซินเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M256 EVO จับคู่กับ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 21.96 kWh ชาร์จได้ทั้ง AC และ DC ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในรุ่น S 580 e with EQ Hybrid technology ให้กำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตรที่ 2,200-5,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 750 นิวตันเมตร
โดยโหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 92-103 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 108-121 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 4.4 วินาที

และรถตู้ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายกับ Mercedes-Benz VLE 2026 ได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบ Mercedes-Benz Vision V มาขัดเกลาเป็นเวอร์ชันขายจริงในร่างตู้หรูลักชัวรี สบายแบบ 6-8 ที่นั่ง เบาะนั่งตอนที่ 2 First Class แบบ Grand Comfort Seats มาพร้อมฟังก์ชันนวด รองน่องไฟฟ้า หมอนรองศีรษะแบบพรีเมียม ที่พักเท้า รองรับหลังส่วนล่าง
ขุมพลังไฟฟ้าจากสถาปัตยกรรมแรงดัน 800V มีความจุแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ NMC 115 kWh ในรุ่น VLE 300 มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 277 แรงม้าสร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 9.5 วินาทีวิ่งไกลสุด 700 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 824 กิโลเมตร (NEDC)
ส่วนรุ่น VLE 400 มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวม 408 แรงม้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมแบบ LFP 80 kWh สร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.4 วินาทีวิ่งไกลสุด 630 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 741 กิโลเมตร (NEDC)

MITSUBISHI: PAJERO

ประเทศไทยอาจเป็นที่แรกของโลกเปิดตัว MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีทรงกล่องเจนที่ 5 พื้นฐาน Mitsubishi Triton โดยตัวรถสร้างจากแชสซีส์ขั้นบันได Ladder-Frame ตัวรถเกือบจะเหมือนกับ Pajero เจนที่แล้วโดยมีความยาวเท่ากัน แต่แคบกว่า 25 มิลลิเมตร และสูงกว่า 50 มิลลิเมตร
ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบคู่ไฮเปอร์เพาเวอร์ (Twin Turbo Hyper Power Engine) ขนาด 2.4 ลิตร 4N16 High Power ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Sport มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super Select 4WD II พร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมดทั้ง NORMAL, ECO, POWER, SAND, GRAVEL, SNOW และ MUD
NISSAN: ELGRAND e-Power

เมืองไทยมีสิทธิ์ยลโฉมรถใหม่ค่ายเพื่อนที่แสนดีเริ่มที่ Nissan ELGRAND เจนใหม่ สบายแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ผู้โดยสารแถว 2 จะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ Captain Seat พร้อมขุมพลังใหม่ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 รหัสใหม่ ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และชุดแบตเตอรี่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ปรับปรุงใหม่ล่าสุด
OMODA x JAECOO: OMODA 4 EV, JAECOO 6T REEV

ปีนี้เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System), เครื่องยนต์ BEV (Battery Electric Vehicle), HEV (Hybrid Electric Vehicle) และ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
ประเดิมด้วย OMODA 4 EV น้องลัมโบหน้าตาคล้ายกับ Lamborghini URUS และหุ่นยนต์ Gundam ผสมผสานอย่าลงตัว เมืองไทยแน่นอนว่าเป็นไฟฟ้าล้วนให้กำลัง 211 แรงม้า กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 60.9 kWh วิ่งไกลสุดกว่า 400 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 471 กิโลเมตร (NEDC)

และ JAECOO 6T REEV เวอร์ชันไฟฟ้าขยายระยะทาง Range Extended Electric Vehicle (REEV) ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 136 แรงม้าจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลัง 428 แรงม้า แรงบิด 505 นิวตันเมตร กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 33.87 kWh วิ่งอีวีได้ 215 กิโลเมตร และวิ่งไกลทั้งระบบมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.7 วินาที ลากจูงได้สูงสุด 1,600 กิโลกรัม พบกันปีนี้
Toyota: HILUX TRAVO 2.4, Fortuner New Gen

หลังเปิดตัวที่แรกของโลกที่เมืองไทยสำหรับ Toyota Hilux TRAVO กระบะเจนใหม่หน้าใหม่ภายในใหม่เดิมจะมีขนาด 2.8 ลิตร 204 แรงม้า คราวนี้ถึงคิวรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ตระกูล GD 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตั้งแต่ตอนเดียวไปจนถึง 4 ประตู ขับเคลื่อน 2 ล้อตัวเตี้ย ยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเจนใหม่ของ Toyota Fortuner
Volvo: EX60

Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่เมืองไทยมาแน่นอน สร้างจากแพลตฟอร์ม Scalable Product Architecture 3 (SPA3) ดีไซน์ล้ำหน้ากว่ารุ่นอื่นๆของ Volvo และยังเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ค่ายนี้ลดต้นทุนในการพัฒนามากขึ้น
มาพร้อมระบบไฟฟ้าล้วนทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ จากเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมการจ่ายไฟระดับ 800V มีหลากลายทางเลือกของขุมพลังไฟฟ้า โดยทุกรุ่นให้ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทั้งรุ่น รุ่น P6 แบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 83 kWh ให้กำลัง 374 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.9 วินาที
วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 620 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 729กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 300 kW 10-80% ภายใน 18 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 8 ชั่วโมง
รุ่น P10 AWD แบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 95 kWh ให้กำลังรวม 510 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.6 วินาที วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 660 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 776 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 400 kW 10-80% ภายใน 18 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 9 ชั่วโมง

รุ่น P12 AWD แบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 117 kWh ให้กำลังรวม 680 แรงม้า แรงบิด 790 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที วิ่งต่อการชาร์จไกลสุด 810 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 953 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จสูงสุด 400 kW 10-80% ภายใน 19 นาที ชาร์จช้า 0-100% 3 เฟส 16 A 12 ชั่วโมง
WULING: EKSION

นอกจาก WULING STARLIGHT DARION EV เอ็มพีวีไฟฟ้า 540 กิโลเมตร กับ WULING PORTA EV 400 กิโลเมตรแล้วยังมีอีก 3 รุ่นที่จะขายไทยเริ่มที่ WULING EKSION เอสยูวี 7 ที่นั่ง ที่มี 2 ทางเลือกเริ่มที่
รุ่นอีวีล้วนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า แพลตฟอร์มแรงดันสูง 800 โวลต์ พร้อมเทคโนโลยีเชื่อมตัวถังกับแบตเตอรี่ (Cell-to-Body Integration) พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ขนาด 69.2 kWh ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร
วิ่งไกลสุด 530 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 511 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จได้ทั้ง DC 30-80% ภายใน 20 นาที และ AC 20-100% ภายใน 9.7 ชั่วโมง กำลังชาร์จ 6.6 kW คู่กับเกียร์อัตโนมัติ Fixed gear ratio gearbox
ปลั๊กอินไฮบริดจากพื้นฐานเบนซิน 1.5 ลิตร รุ่น LBG 106 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิด 130 นิวตันเมตรที่ 4,600-5,000 รอบต่อนาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 197 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 20.5 kWh

ชาร์จได้ทั้ง DC 30-80% ภายใน 30 นาที และ AC 20-100% ภายใน 9.7 ชั่วโมง กำลังชาร์จ 3.3 kW วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 125 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 121 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 1,100 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,061 กิโลเมตร (NEDC) คู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร
และยังมีอีก 2 รุ่นตามมาทั้งน้องหน้าเหวี่ยง WULING A00 หรือ AISHANG A100 C ทรงคล้าย LUMIN และ WULING HONGGUANG เจเนอเรชันที่ 5
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day












