หลังเปิดแคมเปญรับส่วนลด 2 หมื่นเมื่อออกรถสำหรับ IONIQ 5 N Line 2026 เวอร์ชันประกอบในประเทศก็ได้รับความสนใจมากขึ้น

ล่าสุด พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวและราคาจำหน่าย IONIQ 5 N Line 2026 เวอร์ชันประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเป็นก้าวสำคัญของฮุนไดตอบโจทย์ผู้ที่มองหาทั้งดีไซน์สปอร์ตและความอเนกประสงค์ในหนึ่งเดียว
ภายนอกออกแบบเพื่อให้ดูสปอร์ต

ด้วยดีไซน์ด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์เพิ่มตรา N Line ที่มุมกระจังหน้าทรงทึบ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/45R20 ที่ออกแบบใหม่เฉพาะรุ่น N Line เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์
กันชนหน้า-หลังดีไซน์ต่างกันโดยเฉพาะกันชนหน้าเล่นระดับด้วยคิ้วสามจุดสีเงินทั้งมุมซ้าย-ขวา เส้นแนวนอนตรงกลางใต้ช่องระบายอากาศและคิ้วแนวยาวใต้กันชน สเกิร์ตด้านข้างใหม่

กับเอกลักษณ์เดิมของ IONIQ 5 ด้วยด้านหน้ารถออกแบบเป็นรูปตัว V กระจังหน้าทรงปิดทึบ ฝากระโปรงหน้าแบบ Clamshell Bonnet มือเปิดประตูด้านข้างแบบซ่อนเก็บได้ในตัว จากฝีมือการออกแบบของ Giorgetto Giugiaro นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาลี
เพื่อปลุกตำนานอันโด่งดังให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในวันนี้ด้วยไฟหน้า LED คู่รูปตัว U พร้อมโลโก้ Hyundai บนฝากระโปรงที่เปิดประตูซ่อนรูป ด้านท้ายแพรวพราวด้วยไฟท้าย LED กับ ตรา IONIQ 5 รถท้ายตัดพัฒนาจากแพลตฟอร์ม Hyundai E-GMP
- ความยาว 4,655 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,647 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,950 กิโลกรัม
ภายในสปอร์ตและสบายระดับพรีเมียม

ด้วยทูโทนเดินด้ายแดง ผ้าบุหลังคาหุ้มขึ้นรูปสีดำ พวงมาลัยหุ้มหนังฉลุลายพร้อมตะเข็บด้ายแดงดีไซน์ N เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Alcantara พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่ปรับเอนนอนได้แบบ Zero Gravity ด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขา เพิ่มบรรยากาศสปอร์ตด้วยคันเร่งและเบรกดีไซน์สปอร์ต แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกสีเงิน อะลูมิเนียม
เบาะหลังทำความร้อนได้ สามารถปรับให้ขยับไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้ 5 นิ้ว ทำให้ผู้โดยสารมีพื้นที่กว้างขึ้นหรือใช้เก็บสัมภาระที่จำเป็นได้เยอะขึ้นด้วยพื้นที่บรรทุกของท้ายมากถึง 520 ลิตร และพับเบาะมีพื้นที่ขนของมากถึง 1,580 ลิตร

แผงหน้าปัดดีไซน์ N Line คอนโซลกลางแบบ Universal Island ที่ปรับปรุงใหม่ วางปุ่มควบคุมต่าง ๆ ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย พร้อมแท่นชาร์จไร้สายที่ย้ายมาตำแหน่งด้านบนของคอนโซลกลางเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง

ช่องแอร์อยู่บนเสา B-pillars กับม่านบังแดดที่หน้าต่าง ประตูประดับด้วยไฟแบบ ambient lighting กระจายรอบทิศทาง ลำโพงที่ติดตั้งตรงที่พักแขน ส่วนคอนโซลตรงกลางมีที่ชาร์จ USB และช่องเสียบปลั๊กไฟสามารถเสียบปลั๊กต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ได้เลย ด้านหน้า
มีหลังคาเปิดรับแสงแถมมีแบบ Solar Roof เพิ่มกำลังไฟฟ้าให้วิ่งไกลมากขึ้นได้ ชุดเครื่องหนังใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งวัสดุจากการรีไซเคิลด้วย มาตรวัดดิจิทัล Integrated display ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอความบันเทิงขนาด 12.3 นิ้วอยู่ในชุดเดียวกับมาตรวัด รองรับ wireless Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนที่สะดวกไร้สายและเครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกจาก BOSE

ขุมพลังไฟฟ้าเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลังพร้อมเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้า 800V ที่ล้ำสมัย อัปความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ขนาด 84 kWh กำลังมากสุด 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร
วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 530 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 624 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 7.5 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จับคู่กับเกียร์ 1-Speed Front Dog Clutch พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมดทั้ง Eco, Normal, Sport & Snow

พร้อมหัวชาร์จแบบ Type 2(AC)/CCS2(DC) ชาร์จได้ทั้งแบบชาร์จช้ากระแสสลับ AC สูงสุด 10.5 kW ระยะเวลาในการชาร์จจาก 0-100% ภายในเวลา 7.35 ชั่วโมง ชาร์จเร็วกระแสตรง DC 350 kW Ultra-fast Charging สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ภายใน 18 นาทีเท่านั้น มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai Smart Sense ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบแปรผันความเร็วอัตโนมัติ Stop & Go Smart Cruise Control with Stop & Go Function (SCC w/S&G)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Following Assist (LFA)
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist (FCA)
- เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-avoidance Assist Junction Turning (FCA-JT)
- ช่วยรักษาตำแหน่งในช่องเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
- เตือนและควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Collision-Avoidance Assist (BCA)
- เตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Warning (SEW)
- กล้องงมองภาพจุดอับสายตา Blind-spot View Monitor (BVM)
- แสดงภาพรอบทิศทางอัจฉริยะ Surround View Monitor (SVM)
- เตือนอาการเหนื่อยล้าและเมื่อมีรถคันหน้าเคลื่อนที่ Driver Attention Warning (DAW)
- ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist (RCCA)

IONIQ 5 N Line เวอร์ชันนำเข้าจากเกาหลีมาในราคา 1,988,000 บาท จับตาเวอร์ชันประกอบไทยจะราคาถูกลงมากน้อยแค่ไหนนั้นเปิดตัวและราคา 29 มิถุนายนนี้
โดยประกอบที่โรงงานร่วมกับทางพันธมิตรอย่าง ธนบุรีประกอบรถยนต์ และ ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่งด้วยกำลังการผลิตประมาณ 5,000 คันต่อปี ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ (ใกล้พื้นที่บางปู) โดยมีสีภายนอก 5 สี ดังนี้
- สีแดง Ultimate Red Metallic
- สีเทาเข้ม Ecotronic Gray Matte
- สีขาว Atlas White Matte
- สีดำ Abyss Black Pearl
- สีเทาอ่อน Cyber Gray Metallic
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










