NISSAN เปิดตัว NISSAN TEKTON รุ่นที่ 3 ต่อจาก NISSAN MAGNITE และ NISSAN GRAVITE ภายใต้กลยุทธ์ “One Car, One World”

จากตำนานรุ่นพี่ NISSAN PATROL สิงห์ทะเลทรายเจนปัจจุบันรหัส Y63 ได้รับความนิยมและตำนานตัวลุยได้ถ่ายทอดมาสู่รุ่นน้องอย่าง NISSAN TEKTON
ภาพรวมได้แรงบันดาลใจจาก NISSAN PATROL

เข้มด้วยกระจังหน้ารูปตัววี หรือ V-motion ไส้ในเป็นรังผึ้งแถบแนวนอน 2 เส้น โครเมียมพร้อมตรา Nissan ลากยาวมาถึงไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED รูปตัว C ในโคมมีไฟหน้า LED พร้อมไฟเลี้ยว รับกับชุดกันชนหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED พร้อมตราตัวอักษร TEKTON บนขอบฝากระโปรงหน้าดีไซน์ดุ รูปทรงคล้ายสคู๊บช่องดักลมบนฝากระโปรงหน้ายุค 90

ด้านข้างโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่บึกบึนและทรงพลัง ออกแบบมาเพื่อสร้างความโดดเด่นสะดุดตาบนท้องถนน ประตูคู่หน้าสะท้อนถึงการตกแต่งรูปทรงตัว “Double-C” ผสมผสานลวดลายเทือกเขาอันละเอียดอ่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทือกเขาหิมาลัย ส่วนประตูหลังได้ที่เปิดประตูหลังซ่อนกลมกลืนกับตัวถัง ราวหลังคาบิ๊วอิน
ผสานความงามอันโดดเด่นเข้ากับความน่าเชื่อถืออันแข็งแกร่งด้วยด้านท้ายด้วยไฟท้าย LED แนวยาวรูปตัว C ครอบด้านท้ายอย่างสวยงามทางบนฝาท้ายพร้อมตราตัวอักษร TEKTON ขนาดใหญ่รับกับกันชนหลังดีไซน์เข้มพร้อมลิ้นสปอยเลอร์หลังในตัว
และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/60R17 และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/55R18 โดยพื้นฐานของ RENAULT DUSTER เจนที่ 3 ขัดเกลางานดีไซน์ในสไตล์ NISSAN และตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,349 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,815 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,674 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,657 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 212 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร
ภายในทันสมัย

ด้วยแผงคอนโซลหน้าสีดำเข้ม ผสมกับหลายสีทั้งสีม่วง สีขาว และสีทองอ่อน ทั้งแผงประตู คอนโซลหน้าหุ้มหนังสัมผัส พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ทรงท้ายตัด จอคู่ดีไซน์ต่อเนื่องประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ชัดแบบ HD 10.25 นิ้ว และขนาด 7 นิ้วให้เลือก บังเทิงด้วยระบบจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วและขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay
รวมถึง Google built-in ช่วยให้คุณใช้งาน Google Assistant กับ Google Maps ได้อย่างราบรื่นผ่านหน้าจอสัมผัสโดยไม่ต้องพึ่งสมาร์ตโฟน คุณสามารถค้นหาเส้นทาง เช็กสภาพการจราจร สั่งการด้วยเสียง และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Google Play ได้โดยตรง

เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา พร้อมเครื่องฟอกอากาศ ลำโพง ARKAMYS 4 จุด กับ 6 จุด Auditorium 3D™ Surround Sound ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light หลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบเต็มบานและม่านบังแดดไฟฟ้า ที่ชาร์จมือถือไร้สาย Wireless Charger ปุ่ม Push Start และ Walk Away Auto Lock & Unlock ล็อกรถและปลดล็อกให้คุณโดยอัตโนมัติ

เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีขาว สีม่วงทรงใหม่เพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นมีเบาะเย็น และดันหลัง ปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมพนักพิงศีรษะแบบปรับได้รูปทรงบูมเมอแรงพร้อมคอนโซลกลางมีที่ท้าวแขนหุ้มหนังสัมผัสสีม่วง สามารถจุของมากสุด 336 ลิตร โดยพับเบาะได้ 60/40 จะมีพื้นที่มากถึง 1,789 ลิตร และถ้าไม่พับเบาะมีพื้นที่ 700 ลิตร และ 518 ลิตรที่มีแผงปิดสัมภาระท้าย
ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร มีกัน 2 ความแรง

- T160 ให้กำลัง 100 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 166 นิวตันเมตรที่ 2,000-3,750 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 12.46 วินาที ประหยัด 19.4 กิโลเมตรต่อลิตร มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่ ECO COMFORT ขับเคลื่อนล้อหน้า เท่านั้น
- T280 ให้กำลัง 163 แรงม้าที่ 5,250 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 2,000-3,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 9.51-9.89 วินาที ประหยัด 17.8-18.5 กิโลเมตรต่อลิตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบคลัตช์เปียก DCT 6 สปีด แบบ E-Shifter พร้อม Paddle Shift พร้อมโหมดการขับขี่ ECO COMFORT ขับเคลื่อนล้อหน้า
ความปลอดภัย Nissan’s Safety Shield มาครบทั้ง

- เตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
- จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB) ครอบคลุมขับขี่ในเมือง ปกป้องคนเดินถนน และจักรยาน
- ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันหยุดและออกตัวอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) with Stop & Go
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keep Assist (LKA)
- เตือนความเหนื่อยล้าและความไร้สมาธิของผู้ขับขี่ Driver Drowsiness Attention Warning (DDAW)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam Assist
ถุงลมนิรภัย 6 จุด ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Electronic Stability Control (ESC) ป้องกันการล้อหมุนฟรี Traction Control System (TCS) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) ควบคุมการทรงตัว Cornering Stability Control (CSC)
ตรวจวัดลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) กระจายแรงเบรก Electronic Brake-force Distribution (EBD) เซนเซอร์จับความเอียงรถ Roll-over Sensors ไฟเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal (ESS)
สัญญาณเตือนการจอด Parking Aid System พร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง และด้านหน้าในบางรุ่น ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะการจอดเลี้ยวตามโค้ง และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา

NISSAN TEKTON ในร่างเอสยูวีไซซ์คอมแพ็ค (C-SUV) ภายใต้กลยุทธ์ “One Car, One World” ของ Nissan India ผลิตที่โรงงานในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย จำหน่ายเพื่อขายในประเทศ เริ่มต้น 1,049,000-1,649,000 INR หรือราว 369,000-575,000 บาท
และส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกทั้ง แอฟริกา ตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป และโอเชียเนีย กว่า 50 ประเทศ ภายใต้โครงการ “Re:Nissan” วิสัยทัศน์ผ่านการเสริมสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการเติบโตในตลาดสำคัญๆ ช่วยเสริมสร้างบทบาทของอินเดียในกลยุทธ์การผลิตและผลิตภัณฑ์ระดับโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ที่มา Nissan
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










