เกือบ 1 ปี ที่ NISSAN LEAF เจเนอเรชันที่ 3 อีวีในร่างเอสยูวีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งในญี่ปุ่นและบางประเทศ
ล่าสุดเปิดตัว NISSAN LEAF NISMO อย่างเป็นทางการเป็นเวอร์ชันขั้นกว่าของ LEAF กับการตกแต่งรอบคันสไตล์ NISMO จากโรงงานในรหัส ZE2 ร่างเอสยูวีท้ายลาดยกสูง
ตกแต่งคล้ายรุ่นพี่ ARIYA NISMO

ตั้งแต่ชุดสเกิร์ตเสริมกันชนหน้าสีดำขลิบสีแดงติดตรา NISMO ยาวไปจนถึงซุ้มล้อสีดำสเกิร์ตด้านข้างใต้ประตูและสเกิร์ตกันชนหลังตกแต่งสีดำเงาขลิบสีแดงพิเศษมีลิ้นสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ในชุดกันชนหลังมาด้วย มีคิ้วสีเงินตกแต่งกรอบกระจกรอบคันกระจกมองข้างตกแต่งสีดำขลิบแดง สปอยเลอร์หลังสไตล์ตูดเป็ด DUCKTAIL พิเศษติดบนฝาท้าย

ล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 19 นิ้ว น้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทาน จาก ENKEI พร้อมยาง Michelin “Pilot Sport 5” ขนาด 235/45R19 โดยโทนสีแดงเรียกว่า “Arteria Magma”
บนพื้นฐานหล่อเดิมกระจังหน้ารูปตัววีทรง “โล่ หรือ shield” ไฟหน้า LED 3 ดวงในโคม พร้อมไฟ DRL แบบ LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งมน 6 ดวง รับกับกันชนหน้าดีไซน์ลงตัวด้านข้างดีไซน์หลังคาลาดลงคล้ายรถคูเป้เน้นความเรียบง่ายพร้อมราวหลังคาบิ๊วอิน กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถัง

แผงไฟท้าย LED ดีไซน์แนวตั้ง 3 ชิ้น และ แนวนอน 2 ชิ้น ติดตราอักษร Nissan ในแผงใหญ่สีดำเงารับกับกันชนหลังทรงเท่พร้อมลิ้นสปอยเลอร์สีดำในตัว คิ้วขอบล้อสีดำกลมกลืนกับคิ้วชายล่างรอบคันสีดำ
คันนี้สร้างจากแพลตฟอร์ม CMF-EV แพลตฟอร์มเดียวกันกับ Nissan ARIYA ที่ออกแบบมารับกับแบตเตอรี่ที่มีความแข็งแรงจากการรับแรงด้านข้างมากขึ้นถึง 66% เด่นด้วยพื้นใต้ท้องรถเรียบ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) ต่ำถึง 0.26 ทำให้ตัวรถลู่ลมขึ้น มิติตัวรถใหญ่ขึ้นปรับเพื่อชาวญี่ปุ่นตั้งแต่
- ความยาว 4,415 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,550-1,565 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,690 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,880-1,920 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มิลลิเมตร
ภายในเด่นพิเศษ

มาด้วยโทนดำแดงกับเบาะนั่งทรงเรสซิ่งจาก RECARO หุ้มหนังกลับสีดำแปะตรา NISMO เป็นออปชันให้เลือก และเบาะนั่งแบบ Zero Gravity สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทาง พร้อมขลิบสีแดงดีไซน์โดดเด่นในชุดกล่องคอนโซลกลาง ชุดแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูหุ้มหนังสัมผัสเดินด้ายแดงแผงสีเงินรังผึ้งแบบร้อนแรงข้างแผงสวิตช์กระจกไฟฟ้าสี่บานในชุดแผงประตูและใต้คอนโซลหน้าแบบรังผึ้ง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้านหุ้มหนังเดินด้ายแดงมีแถบแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง และติดตรา NISMO ข้างๆปุ่ม Push Start ขนาดฝั่งละ 12.3 นิ้ว แบบ Monolith ประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัลและจอสัมผัสขนาดใหญ่อยู่ในชุดเดียวกัน หน้าจออินเทอร์เฟซระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ทำให้ลูกค้าสามารถปรับการตั้งค่าต่างๆของรถยนต์ได้ อัปเดตเฟิร์มแวร์ต่างๆแปลกใหม่น่าตื่นเต้น

ข้างๆปุ่มโหมดการขับขี่และ e-Pedal ติดตรา NISMO เสริมความโดดเด่น พร้อมหลังคากระจกแบบพาโนรามิกที่ช่วยลดความสูงของรถลงได้ถึง 12 มิลลิเมตรและยังสามารถปรับความทึบของกระจก ช่วยปรับแสงที่เข้ามาสู่ภายในได้ตามต้องการและไม่ต้องพึ่งพาม่านบังแดดและยังเคลือบสารป้องกันแสงแดดจากรังสีอินฟราเรดได้
พื้นห้องโดยสารแบบแบนราบ Flat Floor ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางกว่าเจนเดิมแถมย้ายตู้แอร์ไปไว้ที่ห้องเครื่องเพิ่มพื้นที่กว้างขวางได้เช่นกัน ความจุสัมภาระมากถึง 420 มิลลิเมตร

แผงสวิตช์กระจกไฟฟ้าสี่บานในชุดแผงประตู จอสัมผัส รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Google-built in และ Nissan Connect เชื่อมต่อการใช้งานของรถยนต์ผ่านสมาร์ตโฟน มีจอแสดงผลข้อมูลเหนือแผงคอนโซลหน้า HUD head-up display

ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light 64 สี ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ช่องเสียบ USB รวม 4 จุด หน้า 2 จุด หลัง 2 จุด แบบ Type-C ลำโพง Bose Personal Plus 10 จุด รวมตำแหน่งลำโพงฝังในพนักพิงศีรษะคู่หน้าเพื่อประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ และติดตั้งปลั๊กไฟแรงดันไฟฟ้า 100V กำลังไฟ 1,500W 2 จุดทั้งภายในห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระ
ขุมพลังไฟฟ้าล้วนแบบ 3-in-1

ประกอบด้วยอินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ และเกียร์ลดรอบ รวมเข้าด้วยกัน ทำให้มีขนาดเล็กลง 10% จากรุ่นปัจจุบัน เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เริ่มที่รุ่น B7 NISMO และ B7 NISMO RECARO ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 355 นิวตันเมตรจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 75 (75.1) kWh มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวรุ่น YM52 ระยะทางรวมต่อการชาร์จ 1 ครั้งมากกว่าได้ถึง 600 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 706 กิโลเมตร (NEDC) หรือตามมาตรฐานญี่ปุ่น WLTC 685 กิโลเมตร
รุ่น B5 NISMO จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 52 (52.9) kWh ให้พลัง 177 แรงม้า แรงบิด 345 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น YM52 ระยะทางรวมต่อการชาร์จ 1 ครั้งมากกว่าได้ถึง 469-521 กิโลเมตร (WLTC)
ทั้งสองรุ่นชาร์จได้ทั้งกระแสสลับ AC และกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 150 kW 10-80% ภายใน 35 นาที โดยสเปกญี่ปุ่นจะใช้หัวชาร์จ DC CHAdeMO ชาร์จ DC ที่ชาร์จเร็ว 14 นาที สามารถวิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร
รวมถึงชุดแบตเตอรี่มีการปรับสภาพตัวแบตที่เชื่อมกับระบบนำทาง ซึ่งจะช่วยปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้เหมาะสมตามภาระการขับขี่ที่ประมาณไว้ตั้งแต่เริ่มเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ ในระหว่างการชาร์จไฟ DC ในฤดูร้อน หากตรวจพบว่าภาระการขับขี่หลังการชาร์จต่ำสามารถปรับช่วงอุณหภูมิการชาร์จที่อนุญาตของแบตเตอรี่ชั่วคราวและรักษาความเร็วในการชาร์จได้

เร็วขึ้น สนุกขึ้นด้วยโหมดการขับขี่ทั้ง “ECO,” “STANDARD” ปรับแต่งใหม่ทั้ง 2 โหมด ปรับแต่งใหม่ส่งผลให้ประสบการณ์การขับขี่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ “SPORT” ปรับแต่งพิเศษเพิ่มความรู้สึกให้เร่งเร็วและทรงพลัง ตอบสนองคล่องตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์
ช่วงล่างของรถคันนี้ใช้เป็นช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงก์ จากเดิมเป็นแบบคานบิดหรือทอร์ชันบีมเพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่และคล่องตัวกว่า
พิเศษด้วยเซตช่วงล่างใหม่ปรับในส่วน สปริง เหล็กกันโคลง บูชซับเฟรมและบูชช่วงล่าง และโช้คอัพแบบสวิงวาล์วแบบเดียวกับที่ใช้ใน NISSAN X-TRAIL NISMO ช่วยลดการเอียงตัวของรถขณะเข้าโค้ง ยึดเกาะถนนราบรื่น ขับขี่คล่องตัวและตอบสนองได้ดีตามอารมณ์ผู้ขับขี่ ให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ไม่ว่าจะเจอทุกสภาพถนน
พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.3 เมตรจากชุดพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแร็คแอสซิสต์ ติดตั้งฉนวนกันเสียงหนาขึ้นทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้นถึง 2 เดซิเบล
พร้อมระบบ Regenerative Braking Control ควบคุมการเบรกแบบสร้างพลังงานกลับคืนปรับแต่งใหม่ 3 ระดับเริ่มที่ระดับที่ 1 แรงหน่วงจะลดลงเมื่อเทียบกับรุ่นพื้นฐาน ในขณะที่ระดับที่ 2 ถึง 4 จะตั้งค่าไว้สูงขึ้น

แถมยังมี Vehicle-2-Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์ให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วยช่องชาร์จไฟในรถกำลังไฟ 1,500W มีฟังก์ชัน V2H (Vehicle-to-Home) เป็นเครื่องสำรองไฟเพื่อจ่ายไฟฉุกเฉินโดยตรงไปยังบ้านสามารถจ่ายไฟให้กับบ้านของคุณผ่านการชาร์จแบบอัจฉริยะจากรถยนต์สู่บ้านได้
มาพร้อมฟังก์ชัน Intelligent Route Planner วางแผนเส้นทางอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ Google Maps ทำให้ค้นหาจุดชาร์จตลอดเส้นทางได้อย่างง่ายดายช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างสบายใจพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ ProPilot 2.0 เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ e-Pedal พร้อมปรับการหน่วงเบรก
ความปลอดภัย
- กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor 3 มิติ
- ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning
- เบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย Rear Automatic Emergency Brake
- กล้องแสดงภาพพื้นถนนใต้ฝากระโปรงหน้า Invisible Hood View ช่วยให้มองเห็นด้านหน้าได้ในมุมกว้างขึ้น Front Wide View และช่วยรักษาระยะห่างของรถขณะขับขี่ในเมือง Intelligent Distance Control Assist

Nissan LEAF NISMO เปิดราคาขายที่ญี่ปุ่นถึง 3 รุ่นย่อยทั้ง B5 NISMO B7 NISMO และ B7 NISMO RECARO เริ่มต้น 6,601,100-7,227,000 YEN หรือราว 1,369,000-1,499,000 บาท มีทั้งหมด 6 สี ทั้ง
- สีขาว “Prism White “
- สีดำ “Midnight Black”
- สีเทา “Dark Metal Gray”
- สีเทา “NISMO Stealth Gray”
- สีเทาหลังคาสีดำ “NISMO Stealth Gray/Super Black”
- สีขาวหลังคาสีดำ “Prism White/Super Black”
ที่มา Nissan
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day











