BYD Dolphin หน้าใหม่พร้อม Eye of God ขายจีนเริ่ม 469,000 บาท

ในที่สุด BYD เมืองจีนเปิดเผยข้อมูลและสเปกของน้องโลมาหน้าใหม่  BYD Dolphin ไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ BYD  

BYD

เจ้าโลม่า BYD Dolphin หน้าใหม่ไมเนอร์เชนจ์ปรับทั้งภายนอกภายในใหม่พร้อมความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Eye Of God 

เริ่มที่ภายนอกปรับหน้าตาทั้งหน้าและหลังลุคใหม่ด้วยไฟหน้า LED พร้อมไฟ Daytime แบบ LED แบบรมดำ กระจังหน้าทรงทึบติดตราตัวอักษร BYD รมดำ กันชนหน้าใหม่ออกแบบใหม่พร้อม Air Curtain ทั้ง 2 ฝั่งให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้นและช่องระบายอากาศทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่พร้อมคิ้วใต้กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ

ด้านข้างคงเดิมทั้งที่จับประตูดีไซน์ยกก้าน กระจกมองข้างมทรงปรับพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Heated Mirror หลังคาแบบ Panoramic Roof พร้อมหลังคาดำและหลังคาสีเดียวกับตัวรถ ติดตั้งกระจกแบบ privacy glass สำหรับประตูคู่หลัง กรอบเสา C ใหม่ให้เลือกทั้งแบบดำ High Gloss และดำด้าน

ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่และกันชนหลังใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ตั้งแต่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/60 R16 และขนาดใหญ่ 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/50 R17 ตัวรถสร้างขึ้นจากแพลตฟอร์ม BYD e-platform 3.0 กับมิติตัวรถปรับใหม่ตั้งแต่

  • ความยาว 4,280 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,770 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,570 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 1,435-1,600 กิโลกรัม
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.35 เมตร

BYD

ภายในปรับสีสันใหม่ด้วยการเพิ่มไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light มาตรวัดความเร็วขนาดใหม่ 8.8 นิ้วแทนขนาดเดิม 5.0 นิ้ว คอนโซลหน้าปรับดีไซน์ใหม่ จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว สามารถหมุนจอได้ ช่องแอร์ทรงกลมใหม่ 4 จุด คอนโซลกลางใหม่ปรับสวิตช์ฟังก์ชันต่างๆออกแบบใหม่ พร้อมที่ชาร์จมือถือใหม่ความเร็ว 50 W ย้ายมาที่ใต้แผงปุ้มฟังก์ชันแทนตำแหน่งใต้จอสัมผัสพร้อมที่วางแก้ว 2 จุด ฝากล่องคอนโซลกลางใหม่พร้อมตู้เย็นขนาด 11 ลิตร

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านดีไซน์ปุ่มใหม่พร้อม Paddle Shift คันเกียร์ใหม่ย้ายไปอยู่คอพวงมาลัยเรียกว่าเกียร์คอ และไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนรวมมาอยู่ก้านเดียวกันและเบาะนั่งบักเก็ทซีทใหม่โดยหมอนพิงศรีษะแยกออกจากตัวเบาะ

BYD

พร้อมออปชันเดิมทั้งเสียบชาร์จ USB Type-C เบาะนั่งพร้อมระบบระบายอากาศ มีระบบโต้ตอบด้วยเสียงอัจฉริยะ สตาร์ทรถอัจฉริยะ มือจับเปิดประตูออกแบบคล้ายครีบของโลมา Follow Me Home จะมาเพิ่มความปลอดภัยหลังจากจอดรถ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 พร้อม CN95 Filter

ให้ผู้ใช้รถได้มีอากาศบริสุทธิ์ในทุกการขับขี่ พร้อมระบบเสียงดนตรีที่มีการออกแบบสัญญาณเสียงที่จำลองมาจากทะเล นอกจากนี้ ยังมีกลไกการล็อกมากถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ การล็อกและปลดล็อกด้วยกุญแจรีโมท, บัตร NFC, BYD Application, กุญแจไขและแบบไม่มีกุญแจ (Keyless Entry)

กว้างสบายแบบ 5 ที่นั่ง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และคนนั่งปรับธรรมดาแบบ 4 ทิศทาง เบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 40:60 เพิ่มปริมาตรได้สูงสุดถึง 1,310 ลิตรและมีพื้นที่ด้านหลังอีก อีก 345 ลิตร

BYD

ขุมพลังขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ permanent magnet synchronous motor มีกัน 3 รูปแบบเริ่มที่

รุ่นเริ่มต้นด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า TZ180XSF ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็น 45.12 kWh แรงสุด 95 แรงม้า แรงบิด 180 นิวตันเมตร เพิ่มระยะทางใหม่วิ่งไกลสุด 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC หรือ 405 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW 0-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จกระแสตรง DC รองรับการชาร์จสูงสุด 80 kW ในรูปแบบ Fast Charging ชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลาสั้นลงเพียง 25 นาที อัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที

รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้า  TZ200XSW ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 45.12 kWh แรงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร เพิ่มระยะทางใหม่วิ่งไกลสุด 410 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC หรือ 396 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW 0-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จกระแสตรง DC รองรับการชาร์จสูงสุด 80 kW ในรูปแบบ Fast Charging ชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลาเพียง 25 นาที อัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.5 วินาที

BYD

รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้า TZ200XSQ ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 60.48 kWh แรงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร เพิ่มระยะทางใหม่วิ่งไกลสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC หรือ 502 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW 0-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จกระแสตรง DC รองรับการชาร์จสูงสุด 110 kW ในรูปแบบ Fast Charging ชาร์จจาก 30-80% ใช้เวลาเพียง 25 นาที อัตราเร่ง 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.5 วินาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7 วินาที

พร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed พร้อมโหมดการขับขี่สามโหมดทั้ง Eco, Standard และ Sport มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) ยังมีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด 2000w ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ ทุกรุ่นมาพร้อมช่วงล่างอิสระสี่ล้อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น

BYDมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS) แบบ Eye of God C (DiPilot 100) ประกอบด้วยฟังก์ชัน : ระบบนำทางบนทางหลวงและทางด่วน+ช่วยจอดรถ, ไม่มีระบบ Laser LiDAR, ชิปขับเคลื่อนอัจฉริยะ: Orin-N; J6M, พลังประมวลผลของชิป: 84/128 TOPS, จำนวนกล้อง 12 จุด (ประกอบด้วย กล้องมองหน้าความชัด 8MP 3 จุด, กล้องมองรอบทิศทางความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองข้างความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองหลังความชัด 3MP 1 จุด), เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด

พร้อมความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุ 1 เซนติเมตร และเวลาแฝงในการรับรู้ระดับความสูงลดลงเหลือ 30 มิลลิวินาที ได้แก่

  • ช่วยขับขี่บนทางหลวงในความเร็วสูง High-speed Navigation (HNOA)
  • เปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Lever Lane Change (ILCA)
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Intelligent High Beam (IHBC)
  • ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
  • อ่านป้ายจำกัดความเร็ว Speed ​​Limit Sign Recognition (SLIF)
  • ล็อกรถเข้าเลน In-Channel Control (ICC)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) Stop and go
  • จอดรถในที่จอดรถโดยอัตโนมัติ Valet Parking (AVP)
  • ช่วยจอดรถอัตโนมัติ Automatic Parking (APA)
  • ช่วยถอยหลังอัตโนมัติ Parking Control System (PDC)
  • ช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า Side Distance Warning (SDW)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ Low speed emergency brake (MEB)
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
  • เตือนเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนดอัจฉริยะ Intelligent Speed ​​Limit Alert (ISA)
  • แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Collision Alert (FCTA)
  • ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Frontal Collision Braking (FCTB)
  • แจ้งเตือนก่อนกาชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Collision Alert (RCTA)
  • ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Collision Braking (RCTB)
  • ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
  • ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door opening safety reminder (DOW)
  • ช่วยช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
  • ลดความเร็วขณะเข้าโค้ง Curve Speed ​​Warning (CSW)
  • เตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ Lane Departure Assist (LDA)
  • จำลองสถานการณ์การขับขี่จริงผ่านมาตรวัด Full scene environment simulation display (SR)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)

BYD

พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง ถุงลมนิรภัย 6 จุด ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถล (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

BYD

BYD Dolphin Minor Change  เผยเมืองจีนในราคาเริ่มต้น ¥99,800-125,800 หรือราว 465,000-589,000 บาท จับตาเมืองไทยรุ่นประกอบในจะมาด้วยหน้าใหม่ตามจีนหรือไม่ต้องติตาม

ที่มา BYD

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts