DENZA Z9 GT บุกตลาดพวงมาลัยขวาที่ออสเตรเลีย ปลายปีนี้ ไทยมีลุ้น!!

ออสเตรเลียเป็นหมุดหมายใหม่ของ DENZA กับการบุกตลาดพวงมาลัยขวาที่แรกของโลกกับ DENZA Z9 GT เอสเตทหรู 5 ประตู อีวีล้วนและอาจมีปลั๊กอินไฮบริด

DENZA Z9

DENZA Z9 GT2026 แวกอนทรงสปอร์ตปรับปรุงใหม่แบบเดียวกับจีนมาพร้อมปรับสมรรถนะใหม่และเทคโนโลยีให้เด่นกว่าเดิม

ภายนอกปรับเล็กน้อยด้วยการเปลี่ยนตำแหน่ง LiDAR จากเดิมอยู่ที่กันชนหน้ามาไว้ที่หลังคารถพร้อมไฟสีน้ำเงินอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในโหมดอัตโนมัติ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 21 นิ้ว มียางหลายขนาดตั้งแต่ 255/40R21 และขนาดใหญ่สุด 275/40R21 เพื่อลดแรงต้านการหมุนและลดเสียงรบกวน

DENZA Z9 GT

นอกนั้นเดิมๆด้วยดีไซน์กันชนหน้าออกแบบมุมซ้าย-ขวาเป็นรูปแนวนอนคาดว่าฝังไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เน้นความทึบมากขึ้นพร้อมช่องระบายอากาศออกแบบให้ใหญ่ขึ้น ติดตรา DENZA ไว้ประกบกับไฟหน้า LED แบบ “Twin Star Crown”

ด้านข้างสปอร์ตล้ำกับกระจกล้อมกรอบสีดำที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ ด้านท้ายมีความพรีเมียมขึ้นมาอีกระดับกับไฟท้าย LED แนวยาวครอบเส้นโครเมียมแนวนอน พร้อมตราตัวอักษร ขนาดใหญ่รับกับกันชนท้ายชิ้นใหญ่เสริมลิ้นกันชนหลังสีเงินให้ตัวรถดูดีขึ้น

สปอยเลอร์หลังแบบปีกเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า electric rear wing และสปอยเลอร์หลังแบบธรรมดา หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาด 2.1 ตารางเมตร เสริมเด่นกับล้ออัลลอยตั้งแต่ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R20 ตัวรถใหญ่ขึ้นตั้งแต่

  • ความยาว 5,180 มิลลิเมตร ในรุ่น EV และ 5,195 มิลลิเมตรในรุ่น Plug In Hybrid
  • ความกว้าง 1,990 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,480 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,875 กิโลกรัม
  • ที่ใส่ของใต้ฝากระโปรงหน้า 488 ลิตร ในรุ่น EV

ภายในมาพร้อมโทนสีใหม่

DENZA Z9 GT

ด้วยโทนสีใหม่สีแดงลาวา Lava Red แทนสีแดงเบอร์กันดี Dark Night/Prague Red และยังมีสีม่วงกับสีเทา Silver Purple Mist/Pearl Gray เช่นเดิม ชุดหนังสัมผัสตกแต่งด้วยแผงคอนโซลหน้าแผงประตูด้วยวัสดุระดับพรีเมียม

เบาะนั่งหรูแบบ 5 ที่นั่งหุ้มหนัง NAPPA เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้ามาพร้อมกับ ระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และนวด 10 จุด จดจำตำแหน่งการปรับตำแหน่ง

ติดตั้งตู้แช่ความเย็นขนาดเล็กทั้งด้านหน้า 4 ลิตร ใส่น้ำขวดได้ 6 ขวด และหลัง 10 ลิตร บรรจุแชมเปญได้ 2 ขวดหรือไวน์ 4 ขวด ซันรูฟขนาดใหญ่ 2.1 ตารางเมตร พร้อมกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่อง 2 ด้านบนหลังคารถ

DENZA Z9 GTแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ติดตั้งระบบจอเรียงกันถึง 3 จอประกอบด้วยชุดมาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD 13.2 นิ้ว จอสัมผัสเชื่อมต่อระบบความบันเทิงขนาดใหญ่แบบลอยตัว 17.3 นิ้ว มีจอสำหรับฝั่งผู้โดยสารขนาด 13.2 นิ้ว และจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้าหรือ HUD พร้อมจอแสดงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านปาดล่างแบบ flat-bottomed ดีไซน์ใหม่ ย้ายคันเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัย และมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Boost แบบสัมผัสเดียว คอนโซลกลาง ติดตั้งที่ชาร์จสมาร์ตโฟนชาร์จจุใจถึง 2 เครื่อง กำลังชาร์จ 50 W และช่องแอร์ตรงกลางดีไซน์ใหม่

เครื่องเสียงคุณภาพรอบคัน 24 จุด DEVIALET รวมในชุดคอนโซลหน้า และพนักพิงศีรษะด้านหน้า ร่วมสร้างความบันเทิงและประสบการณ์ที่น่าจดจำทุกการเดินทาง เสริมด้วยแสงไฟเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารกว่า 128 เฉดสี

ขุมพลังใหม่

DENZA

รุ่นไฟฟ้าล้วนด้วย Blade Battery 2.0 (แบตรุ่นใหม่) รุ่นใหม่!! มอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ 3 ตัว แบ่งเป็นมอเตอร์ล้อหน้า 1 ตัว ให้กำลัง 313 แรงม้า แรงบิด 410 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง 2 ตัว ฝั่งละ 422 แรงม้า แรงบิดฝั่งละ 400 นิวตันเมตร ให้กำลังรวมใหม่สูงสุด 1,157 แรงม้า แรงบิดรวม 1,210 นิวตันเมตร (จากแรงม้ารวมเดิม 966 แรงม้า)

จากแบตเตอรี่ขนาด 122.5 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขยายระยะทางวิ่งไกลออกเป็น 820 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 791 กิโลเมตร (NEDC)

ชาร์จได้ทั้ง DC พัฒนาใหม่รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 1,500 kW 10-97% ชาร์จเต็มภายใน 9 นาที (ชาร์จเร็วมาก 5 นาที 10-70%) และชาร์จ AC ได้

ส่วนขุมพลัง Plug In Hybrid พัฒนาใหม่ ด้วยเบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร รหัส BYD479ZQA แรงสุด 207 แรงม้า แรงบิด 325 นิวตันเมตร ในภาคเครื่องยนต์ คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว

ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าหนึ่งตัวและมอเตอร์ไฟฟ้าหลังสองฝั่งพร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุใหม่ 63.82 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 301 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTC) และเกิน 400 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 386 กิโลเมตร (NEDC)  ชาร์จได้ทั้ง DC และ AC อาจมาเสริมทัพ

DENZA

DENZA Z9 GT 2026 พร้อมสีภายนอกใหม่สีเขียวฟยอร์ด Fjord Green เตรียมจำหน่ายที่ออสเตรเลียปลายปีนี้คาดเป็นเดือนกันยายน

ที่มา Carexpert

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts