Lei Jun CEO ของ Xiaomi ออกมายืนยันระหว่างการไลฟ์สดทดสอบความอึดของ SU7 เมื่อไม่นานมานี้ว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Xiaomi จะไม่มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาต่ำกว่า 1 แสนหยวน หรือราว 4.7 แสนบาท อย่างแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า การพัฒนารถยนต์ที่เน้นระบบอัจฉริยะมีต้นทุนสูงมาก ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำราคาให้ต่ำได้

ส่วนต่างกำไรที่แคบลง
ซีอีโอของ Xiaomi เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า SU7 เจเนอเรชันใหม่ มีการอัปเกรดจากรุ่นเดิมมากกว่า 100 รายการ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเกือบ 20,000 หยวน (ราว 94,000 บาท) แต่ในขณะที่ราคาจำหน่ายหน้าโชว์รูมปรับเพิ่มขึ้นเพียง 4,000 หยวนเท่านั้น หรือประมาณ 20,000 บาทเท่านั้น
ปัจจุบัน SU7 รุ่นปรับโฉมใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 219,900 หยวน (ประมาณ 1.03 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในตำแหน่งการตลาดที่สูงกว่ากลุ่มรถราคาประหยัดที่ Xiaomi เพิ่งประกาศปฏิเสธไปอย่างชัดเจน
กระแสตอบรับแรงต่อเนื่อง
แม้จะวางตำแหน่งไว้เป็นรถระดับ Mid-to-High End แต่กระแสตอบรับกลับดีเยี่ยม โดย Xiaomi รายงานว่า SU7 โมเดลปี 2026 สามารถกวาดใบจองไปได้ถึง 15,000 คัน ภายในเวลาเพียง 34 นาทีหลังเปิดตัว สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าเชื่อมั่นในกลยุทธ์ที่เน้นสเปกจัดเต็มมากกว่าการลงไปเล่นสงครามราคาในกลุ่ม Entry-level
เน้น “สมองกล” มากกว่า “ราคาถูก”
การตัดสินใจครั้งนี้ตอกย้ำทิศทางของ Xiaomi ที่ต้องการโฟกัสในกลุ่มรถ EV พรีเมียม ซึ่งเป็นตลาดที่ระบบขับขี่อัจฉริยะ Ecosystem ของซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ระดับสูงมีสัดส่วนต้นทุนที่มากกว่า โดย Lei Jun ย้ำว่าการส่งมอบประสบการณ์รถยนต์อัจฉริยะที่แข่งขันได้คือเป้าหมายสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงกว่ารถ EV พื้นฐานทั่วไป
ส่องสถานการณ์ตลาดรถเล็กในจีน
ในขณะที่ Xiaomi เลือกเดินเกมในตลาดกลุ่มรถราคาไม่เกิน 150,000 หยวนในจีน ซึ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก และถูกยึดครองโดยโมเดลที่เน้นปริมาณการผลิต (Mass Production) และความคุ้มค่าด้านต้นทุนเป็นหลัก

ภาพรวมตลาดช่วงต้นปี 2026:
-
ตลาดรถ Sedan และ Hatchback ในเดือนมีนาคมมียอดขายรวม 844,000 คัน (ลดลง 19.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน)
-
กลุ่มรถ EV ขนาดเล็กเริ่มเผชิญความผันผวน หลังจากมาตรการยกเว้นภาษีซื้อสิ้นสุดลง
-
Geely Xingyuan ขึ้นนำกลุ่มด้วยยอด 30,953 คัน ตามมาด้วย Nissan Sylphy ที่ 28,093 คัน
-
ในขณะที่รถรุ่นยอดนิยมอย่าง Wuling Hongguang Mini EV และ BYD Seagull มียอดขายตกลงอย่างหนักกว่า 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์ราคาประหยัดได้เป็นอย่างดี
Source: Carnewschina












