สงครามรถยนต์กำลังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งเปิดตัวรถและเทคโนโลยีใหม่ๆ ของหลายค่าย หรือในบางประเทศก็มีแบรนด์เจ้าถิ่นครองตลาดอยู่แล้ว ทำให้หลายค่ายในตลาดต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด ล่าสุดแม้แต่ขาใหญ่ก็ไม่รอด เมื่อ Honda ยุติการขายรถในเกาหลีใต้ หลังสถานการณ์ตลาดไม่เป็นดั่งใจ กำไรตกจนขาดทุนหนัก
![]()
![]()
![]()
![]()
ปิดตำนาน 25 ปี ยุติการขายในเกาหลีใต้
Honda เตรียมยุติการจำหน่ายรถยนต์ในเกาหลีใต้ภายในสิ้นปี 2026 หลังต้องเผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
โดย Nikkei Asia สื่อต่างประเทศมีการรายงานว่า บริษัท Honda จะยุติการขายรถในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดยานยนต์ทั้งระดับโลก และในเกาหลีใต้ รวมถึงจากการประเมินเชิงกลยุทธ์ ด้านการจัดสรรทรัพยากรเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป
เริ่มบุกเบิก ยุค 2000
ย้อนกลับไปในปี 2002 Honda เริ่มเข้าไปทำตลาดรถจักรยานยนต์ในเกาหลีใต้ครั้งแรก และหลังจากนั้นในปี 2004 ก็เริ่มมีการจำหน่ายรถยนต์ในภายหลัง ผ่านบริษัทลูกอย่าง Honda Korea ที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล ซึ่งตอนนั้นมีพนักงานเพียงแค่ 84 คน
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เปิดเผยว่า แม้จะยุติการขายรถยนต์ที่เกาหลีใต้แต่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ยังคงเดินหน้าต่อ พร้อมยืนยันว่าจะยังให้บริการหลังการขายเหมือนเดิม ทั้งด้านงานบำรุงรักษาและการจัดหาอะไหล่ เพื่อดูแลลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ
ตลาดดุเดือด เจ้าถิ่นครองตลาด
ปัจจุบัน Honda ทำตลาดในเกาหลีใต้ด้วยรถรุ่น Honda Accord และ Honda CR-V เป็นหลัก ซึ่งมีการแข่งขันที่ยาก เนื่องจากในประเทศมีแบรนด์รถยนต์เจ้าถิ่นที่ครองตลาด อย่าง Hyundai Motor และ Kia ที่มีส่วนแบ่งรวมกันสูงกว่า 90%
ส่งผลให้ยอดขายของ Honda ในปีงบประมาณล่าสุด (สิ้นสุดมีนาคม 2026) อยู่ที่ 1,458 คัน ลดลงถึง 44% จากปีก่อนหน้า บริษัทจึงต้องมีการประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ และปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้

แผน EV สะดุด ต้องปรับเกมกลางทาง
สำหรับแผนเชิงกลยุทธ์ ก่อนหน้านี้ Honda เคยตั้งเป้าหมายในปี 2021 ว่า รถยนต์ไฟฟ้าและรถเซลล์เชื้อเพลิงจะคิดเป็น 100% ของยอดขายทั่วโลกภายในปี 2040
แต่สถานการณ์ล่าสุดไม่เป็นไปตามแผน ทำให้บริษัทตัดสินใจยกเลิกการพัฒนารถยนต์ EV 3 รุ่นในตลาดอเมริกาเหนือ
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้รัฐบาลของ Donald Trump รวมถึงความต้องการในตลาดที่ชะลอตัว ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าจะมีผลขาดทุนรวมสูงสุดถึง 2.5 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 6 แสนล้านบาท ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2027
การเงินพลิกล็อก เสี่ยงขาดทุนหนักครั้งแรกในรอบหลายปี
ในด้านผลประกอบการ Honda Motor ประเมินว่า ปีงบประมาณล่าสุดอาจเสี่ยงขาดทุนสูงสุดถึง 690,000 ล้านเยน หรือประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยคาดไว้หลายเท่าตัว โดยก่อนหน้ามีการประเมินว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 300,000 ล้านเยน หรือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
และถ้าเกิดขึ้นจริง จะเป็นการขาดทุนสุทธิครั้งแรกนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในปี 1957
ทั้งนี้ Honda ระบุว่า ผลประกอบการที่อ่อนตัวลง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายในตลาดสหรัฐฯ ที่กระทบต่อรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถไฮบริด รวมถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอเชียที่ลดลง หลังบริษัททุ่มงบประมาณไปกับการพัฒนา EV ที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน Honda ยังได้ตัดสินใจยุติการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Afeela ที่ร่วมพัฒนากับ Sony Group อีกด้วย
ข้อมูลจาก : bangkokbiznews.com, thestandard.co
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com










